ทัพทรี ไลออนส์ จะมีคิวดวลกับทีมแชมป์เก่าอย่างทัพตราไก่ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบ 8 ทีมสุดท้ายในคืนวันเสาร์ที่จะถึงนี้ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งสองทีมเป็นทีมที่ยอดเยี่ยมและแข็งแกร่งด้วยกันทั้งคู่ แล้วอะไรล่ะที่จะเป็นตัวตัดสินผลการแข่งขันของคู่นี้ ติดตามไปพร้อมกับ EkingsNews ได้ที่นี่

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแมตช์ที่พลาดไม่ได้ในศึกฟุตบอลโลก 2022 สำหรับเกมที่ ทีมชาติอังกฤษ ของ แกเร็ธ เซาต์เกต จะมีคิวพบกับ ทีมชาติฝรั่งเศส ของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ทีมแชมป์เก่าเมื่อปี 2018 เนื่องจากทั้งสองทีม ถือว่าเป็นทีมที่มีผลงานที่ดี, แข็งแกร่ง และเป็นทีมเต็งแชมป์ด้วยกันทั้งคู่

ซึ่งแน่นอนว่า ในเกมรอบน็อคเอาท์ จะต้องมีผู้ที่สมหวังและผิดหวัง แต่รูปเกมในเกมนี้ น่าจะออกมาสูสีอย่างแน่นอน เนื่องจากวิธีการเล่นหรือตัวผู้เล่นของพวกเขาทั้งสองนั้นไม่ได้่มีเกรดที่แตกต่างกันมากนัก แล้วอะไร ที่จะเป็นตัวกำหนดผลแพ้ชนะในเกมนี้ล่ะ? ทาง EkingsNews ขอพาทุกท่านไปเจาะลึกถึง 4 แท็กติก ที่จะเป็นตำชี้วัดผลการแข่งขันในเกมนี้

การเปลี่ยนจากรับเป็นรุก

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ฟุตบอลสมัยนี้ มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นไปเยอะพอสมควร ซึ่งแผนที่หลาย ๆ บิ๊กทีมนิยมใช้กันก็คงไม่พ้นการเปลี่ยนจากรับเป็นเล่นเกมรุกให้รวดเร็ว หรือพูดง่าย ๆ ก็คือการตั้งรับให้เหนียวแน่นและรอเล่นเกมสวนกลับแบบเฉียบคมนั่นเอง

โดยทั้งทีมชาติอังกฤษและฝรั่งเศส ต่างก็เล่นแท็กติกนี้ได้ดีด้วยกันทั้งสองทีม และทั้งสองทีมก็มีสถิติการจ่ายบอลขึ้นไปข้างหน้าให้แนวรุกรับบอลที่ดีมาก ๆ ด้วย

อีกทั้ง พวกเขา ก็มีแนวรับที่เหนียวแน่นด้วยกันทั้งสองทีม และมีแนวรุกที่เล่นเกมสวนกลับได้ดุดันด้วยกันทั้งสองทีมเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด, ฟิล โฟเดน, แฮร์รี เคน ของทีมชาติอังกฤษ หรือ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ และ อุสมาน เดมเบเล ของทีมชาติฝรั่งเศสนั่นเอง

ซึ่งในเกมนี้ ก็ต้องมาวัดกันว่า ทีมไหน ที่จะฉวยโอกาสหรือใช้โอกาสในการเข้าทำได้เฉียบคมมากกว่ากัน

การเล่นเกมสวนกลับของ แฮร์รี เคน

หนึ่งในสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ในตอนนี้สำหรับคู่แข่งที่จะต้องเจอกับทีมชาติอังกฤษ นั่นก็คือการเล่นเกมสวนกลับของ แฮร์รี เคน ดาวยิงจากท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ นั่นเอง

ในทัวร์นาเมนต์นี้ แม้ว่าเขาจะยิงไปเพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้น แต่เขาทำแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมไปแล้ว 3 ครั้งด้วยกัน

ดาวเตะจากทัพไก่เดือยทอง สามารถที่จะเก็บบอลไว้กับตัวตอนเล่นเกมสวนกลับ ก่อนที่จะคิดและเลือกจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมเล่นแบบได้เปรียบคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นบอลสั้นหรือบอลยาว โดยเขามีสถิติจ่ายบอลในพื้นที่ที่ 3 ของคู่แข่งสำเร็จไปถึง 27 ครั้ง และทำไป 3 แอสซิสต์ นั่นแสดงให้เห็นว่า นอกจากการยิงประตูที่เฉียบคมแล้ว การสร้างสรรค์เกมรุกของ เคน ก็น่ากลัวไม่แพ้กัน และนี่อาจจะเป็นตัวที่จะมาตัดสินแพ้ชนะในเกมนี้ก็เป็นได้

การเล่นเกมรุกของ ลุค ชอว์

เมื่อได้สวมใส่เสื้อทีมชาติอังกฤษ ลุค ชอว์ แบ็คซ้ายจอมเก๋าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอีกครั้ง

เขามีฟอร์มการเล่นที่ดีมาก ๆ ในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยเฉพาะในเกมรุก ซึ่งเขามีสถิติการมีส่วนร่วมกับทีมมากถึง 14 ครั้งด้วยกันในการตั้งเกมแล้วได้โอกาสจบสกอร์ โดยเขาเป็นรองแค่ ลิโอเนล เมสซี ของทีมชาติอาร์เจนตินา เท่านั้น

ในขณะที่ทางฟูลแบ็คของทัพตราไก่อย่าง ฌูลส์ กุนเด้ ก็ออกอาการให้เห็นว่าเมื่อเขาโดนกดดันด้วยการเติมรุกเข้าใส่มาก ๆ เกมรับของเขาค่อยค้างที่จะดร็อปลง ทำให้นี่เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจในเกมนี้

การดวลกันระหว่าง คิลิยัน เอ็มบัปเป้ และ ไคล์ วอล์คเกอร์

คิลิยัน เอ็มบัปเป้ แนวรุกตัวจี๊ดจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ถือว่าเป็นนักเตะที่ฟอร์มร้อนแรงมากที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ หลังเขาทำไปแล้ว 5 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์ ซึ่งความเร็วและการหาช่องทางจบสกอร์ของเขา ถือว่าอันตรายสุด ๆ และเป็นสิ่งที่กองหลังของทีมคู่แข่งต่างก็ต้องกลัวกันหมด

อย่างไรก็ตาม ไคล์ วอล์คเกอร์ แบ็คขวาจอมแกร่งจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็ถือว่ามีการเล่นเกมรับแบบ 1-1 ที่ไม่ธรรมดา ด้วยความเร็วและความแข็งแกร่งของเขา และจะต้องมาเจอกับตัวรุกอย่าง เอ็มบัปเป้ ถือว่าเป็นมวยถูกคู่เลยก็ว่าได้ ซึ่งเป็นงานยากแน่นอนสำหรับกองหน้าจากเปแอสเชรายนี้ที่จะต้องดวลกับ วอล์คเกอร์ ตลอดทั้งเกม

แน่นอนว่า ทางทีมชาติฝรั่งเศส จะขึ้นเกมรุกทางฝั่งซ้าย ที่มี เอ็มบัปเป้ เล่นอยู่แน่นอน ทำให้นี่จะเป็นอีกจุดหนึ่งที่จะตัดสินแพ้ชนะในเกมนี้

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ