สำหรับการแข่งขันศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ วันที่ 17 เดินทางมาสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีคู่แข่งขันทั้งหมด 2 คู่ มีดังนี้ คู่แรก ทีมชาติโมร็อกโก พบ ทีมชาติสเปน และ คู่ที่ 2 ทีมชาติโปรตุเกส พบ ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งบทความนี้พวกเรา EkingsNews ได้ทำการรวบรวมผลการแข่งขัน และประเด็นที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นมาไว้ที่นี่หมดแล้ว
สำหรับการแข่งขันในวันที่ 17 คู่แรก โมร็อกโก โชว์ฟอร์มสุดแกร่งบนเวทีฟุตบอลโลก 2022 ด้วยการตีตั๋วเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายมาได้ ในฐานะแชมป์กลุ่ม F พ่วงด้วยสถิติไร้พ่าย ชนะ 2 เสมอ 1 พร้อมไล่เจาะตาข่ายคู่แข่งไปแล้วถึง 4 ประตู และเสียเพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้น ส่วนทางด้านคู่แข่งอย่าง สเปน มีผลงานการทะลุเข้าสู่รอบน็อคเอาท์มาได้อย่างกระท่อนกระแท่น และค่อนข้างน่าผิดหวัง เพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะลงประเดิมสนามนัดแรกได้อย่างสวยหรู ด้วยการไล่ถล่ม คอสตาริกา ไปแบบย่อยยับถึง 7-0 ทว่าเกมที่ 2 และ 3 ทัพกระทิงดุ ไม่สามารถเอาชนะได้ทั้ง เยอรมนี และ ญี่ปุ่น ทำให้ต้องจบรอบแรกด้วยการเป็นแค่รองแชมป์กลุ่มไปเสียอย่างนั้น ดังนั้นจากเกมรับอันเหนียวแน่นของ ทัพหมาดำ กอปรกับเกมรุก ของ แชมป์ฟุตบอลโลก 1 สมัย ที่เน้นการจ่ายบอลแบบเท้าสู่เท้า จะทำให้รูปเกมของแมตช์นี้ออกมาน่าอึดอัด
ส่วนคู่ที่ 2 โปรตุเกส ต้องเผชิญกับความผิดหวังจากการแข่งขันนัดล่าสุด หลังปราชัยต่อ เกาหลีใต้ ไปแบบสุดช็อก 1-2 ทว่าเกมในวันนั้น เฟร์นันโด ซานโตส กุนซือของพวกเขาเลือกโรเตชันทีมยกแผง และไม่เน้นต้องการเอาชนะ ส่งผลให้เกมดังกล่าวไม่สามารถชี้วัดฟอร์มการเล่นที่แท้จริงได้ แต่หากพูดถึงแมตช์ก่อนหน้านั้น ทัพฝอยทอง ยังคงมีปัญหาเรื่องเกมรับ โดยพวกเขาเสียไปแล้วถึง 3 ประตู และทำได้ 6 ประตู แบบครึ่งต่อครึ่ง จุดนี้จึงอาจเป็นช่องโหว่ที่ทำให้ สวิตเซอร์แลนด์ ต่อกรได้อย่างสนุกสูสี หลังจากที่พวกเขาลงฟาดแข้งกับคู่แข่งได้อย่างสนุกสุดมันส์แทบทุกทีม มีเพียงแค่ บราซิล เท่านั้นที่ไม่สามารถใส่สกอร์พวกเขาได้ ผลการแข่งขันที่จะออกมาอาจเป็นเรื่องที่ยากเกินจะคาดเดา
โมร็อกโก 0-0 สเปน (3-0 จุดโทษ)
Absolute scenes. ?
— FIFA World Cup (@FIFAWorldCup) December 6, 2022
Morocco are into the World Cup Quarter-Finals! ?? #FIFAWorldCup | @adidasfootball
โมร็อกโก ยันเสมอกับ สเปน ไปแบบไม่มีสกอร์ ตลอดระยะเวลา 120 นาที และเป็นทางฝั่งตัวแทนจากกาฬทวีปที่ทำได้ดีกว่า หลังดวลจุดโทษเอาชนะ ทัพกระทิงดุ ไปได้ 3-0 ส่งผลให้พวกเขาทะลุเข้าสู่รอบควอเตอร์ไฟนอลได้สำเร็จ
ภาพรวมของเกมออกมาค่อนข้างน่าอึดอัด หลังจากที่ ทัพหมาดำ จงใจมาตั้งรับใส่คู่แข่งแบบเต็มสูบ และรอจังหวะโต้กลับ ส่วนทางด้าน ทัพกระทิงดุ มาในสไตล์ที่พวกเขาถนัด เน้นการเคาะบอลหาช่อง จนกว่าจะได้โอกาสเหน่งๆ เพื่อจบสกอร์ ทว่า เป็นฟุตบอลสไตล์แพ็คเกมรับแน่นๆ เป็นรูปแบบการเล่นที่ สเปน ไม่ชอบมากที่สุด ส่งผลให้ทั้ง 2 ฝ่ายต่างทำอะไรกันได้ไม่มากนัก
ครึ่งแรก
หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรกไปแบบจืดชืด ทั้ง 2 ทีมต่างทำอะไรได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ถึงแม้ว่า สเปน จะเป็นฝ่ายได้ครองบอลเยอะกว่า แต่ก็เจาะแนวรับของ โมร็อกโก ไม่เข้า ส่งผลให้เสมอกันไปแบบไม่มีสกอร์ 0-0 และไม่มีใบเหลือง
ครึ่งหลัง
นาทีที่ 76 อายเมอริค ลาปอร์กต์ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะย่ำใส่เท้าของ อัชรอฟ ฮากีมี เต็มๆ
นาทีที่ 85 นาเยฟ อักราด ปราการหลังคนสำคัญของ โมร็อกโก บาดเจ็บหนักจนไม่สามารถเล่นต่อได้ จนถูกเปลี่ยนตัวออกไป
นาทีที่ 90 โรแมง ซาอิสส์ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะไปโวยใส่ผู้ตัดสิน
หมดเวลาการแข่งขันในช่วง 90 นาที ทั้ง 2 ทีมยังเสมอกันอยู่ที่ 0-0
ช่วงต่อเวลาพิเศษ
นาทีที่ 104 โมร็อกโก เกือบได้ประตูขึ้นนำ หลังจากที่ วาลิด เชดดิรา ได้หลุดเข้าไปยิงจ่อๆ ทว่ายังติดเซฟของ อูไน ซิมอน
จบการแข่งขัน 120 นาที โมร็อกโก เสมอกับ สเปน ไปแบบไร้สกอร์ 0-0
จุดโทษ (โมร็อกโก 3-0 สเปน)
| โมร็อกโก | สเปน |
| อับเดลฮามิด ซาบิรี (เข้า) | ปาโบล ซาราเบีย (ไม่เข้า) |
| ฮากิม ซิเย็ค (เข้า) | การ์ลอส โซเลร์ (ไม่เข้า) |
| บาเดอร์ เบนูน (ไม่เข้า) | เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ (ไม่เข้า) |
| อัชรอฟ ฮากีมี (เข้า) |
ประเด็นที่น่าสนใจ
◎ 5-4 vs Belgium (1986)
— Squawka (@Squawka) December 6, 2022
◉ 3-2 vs Ireland (2002)
◎ 5-3 vs South Korea (2002)
◎ 4-3 vs Russia (2018)
◎ 3-0 vs Morocco (2022)
Spain have now lost four World Cup penalty shootouts, more than any other nation. ? pic.twitter.com/vMJGvouNOq
- โซฟยาน อัมราบัต กองกลางโมร็อกโก ออกบอลพลาดจนเกือบเสียประตูหลายครั้ง
- สเปน ยิงไม่ตรงกรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียวในช่วงครึ่งเวลาแรก
- นี่เป็นคู่แข่งขันคู่แรกในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ไม่มีสกอร์เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 120 นาที
- ก่อนเกม สเปน มีสถิติดวลจุดโทษในศึกฟุตบอลโลกค่อนไปทางแย่ ชนะ 1 และแพ้ไปถึง 3 นัด สำหรับนัดนี้ลงเอยด้วยความปราชัยอีกครั้ง ส่งผลให้พวกเขาเป็นทีมที่แพ้การตัดสินด้วยจุดโทษมากที่สุดในประวัติศาสตร์
- โมร็อกโก เป็นทีมจากทวีปแอฟริกาทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่ดวลจุดโทษชนะ
- ในเกมนี้ สเปน จ่ายบอลไปทั้งหมด 1050 ครั้ง ส่วนทางด้าน โมร็อกโก จ่ายไปเพียงแค่ 331 ครั้ง ต่างกันราว 3 เท่า
- โมร็อกโก เป็นทีมเดียวในศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ไม่เสียประตูให้กับ สเปน
- สเปน ไม่สามารถเจาะตาข่ายคู่แข่งได้เลยทั้งในเวลา และการดวลจุดโทษ
- โมร็อกโก ไม่ได้เตะมุมเลยแม้แต่ครั้งเดียว
โปรตุเกส 6-1 สวิตเซอร์แลนด์
A perfect night for Portugal!
— FIFA World Cup (@FIFAWorldCup) December 6, 2022
The Round of 16 comes to a close. It's time for the Quarter-Finals ? #FIFAWorldCup | @adidasfootball
โปรตุเกส ยังคงฟอร์มร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง หลังไล่ถล่ม สวิตเซอร์แลนด์ ไปแบบหมดรูป 6-1 พร้อมตีตั๋วเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเพื่อพบกับ โมร็อกโก ในเกมถัดไป
รูปเกมที่ออกมาเป็นฝั่ง ทัพฝอยทอง ที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน หลังได้ตั้งเกมบุกใส่ ทีมจากแดนนาฬิกา เสียเป็นส่วนใหญ่ และจุดเด่นของพวกเขาที่ใช้บดขยี้คู่แข่งในวันนี้ คือ การจ่ายบอลตามช่องได้อย่างแม่นยำ รู้ใจกัน พร้อมโต้กลับอย่างรวดเร็ว จนแนวรับของ สวิตเซอร์แลนด์ ต้องปั่นป่วน และรับมือกับจังหวะเหล่านั้นไม่ได้เลย
ครึ่งแรก
นาทีที่ 17 โปรตุเกส ขึ้นนำ 1-0 จากลูกยิงยัดเสาแรกเข้าไปแบบสุดสวยของ กอนซาโล รามอส
นาทีที่ 33 โปรตุเกส ขยับออกไปเป็น 2-0 จากลูกโหม่งจ่อๆ ของ เปเป้
นาทีที่ 44 ฟาเบียน แชร์ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะตัดฟาล์วใส่ เชา เฟลิกซ์
หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก โปรตุเกส ออกนำ สวิตเซอร์แลนด์ 2-0
ครึ่งหลัง
นาทีที่ 51 โปรตุเกส นำห่างออกไปเป็น 3-0 จากลูกชาร์จเสาแรกของ กอนซาโล รามอส
นาทีที่ 55 โปรตุเกส หนีห่างออกไปเป็น 4-0 จากลูกยิงของ ราฟาแอล เกร์เรโร
นาทีที่ 58 สวิตเซอร์แลนด์ ได้ประตูตีไข่แตก 1-4 จากลูกยิงจ่อๆ ของ มานูเอล อคานจี
นาทีที่ 59 เอราย โคเมิร์ต ได้รับใบเหลือง
นาทีที่ 67 โปรตุเกส บวกเพิ่มเป็น 5-1 จากลูกชิพนิ่มๆ ของ กอนซาโล รามอส และเป็นการทำแฮตทริกของเขา
นาทีที่ 90+2 โปรตุเกส ใส่สกอร์เพิ่มเป็น 6-1 จากลูกยิงของ ราฟาเอล เลเอา
จบการแข่งขัน โปรตุเกส ถล่ม สวิตเซอร์แลนด์ ไปด้วยสกอร์ 6-1
ประเด็นที่น่าสนใจ
GONÇALO RAMOS WITH THE FIRST HAT TRICK OF THE 2022 WORLD CUP ? pic.twitter.com/CGWZ5KVwUT
— B/R Football (@brfootball) December 6, 2022
- คริสเตียโน โรนัลโด้ ไม่ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง
- เซอร์ดาน ชากิรี ขึ้นแท่นเป็นผู้เล่นที่ลงรับใช้ ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ มากที่สุดเป็นอันดับ 2 อยู่ที่ 112 นัด เทียบเท่ากับ อเลน ไกเกอร์
- ทั้ง 2 ทีมไม่เคยเจอกันมาก่อนบนเวทีฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
- กอนซาโล รามอส กองหน้าดาวรุ่งผู้มาแทนที่ของ คริสเตียโน โรนัลโด้ เบิกประตูแรกในศึกฟุตบอลโลกได้สำเร็จ
- กอนซาโล รามอส เป็นผู้เล่นคนแรกในศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ทำแฮตทริกได้
- คริสเตียโน โรนัลโด้ ได้รับโอกาสลงสนามในนาทีที่ 67 ทว่ายังไม่สามารถใส่สกอร์ที่ 119 ได้
- คริสเตียโน โรนัลโด้ บวกสถิติลงเล่นให้กับ ทีมชาติโปรตุเกส มากที่สุดตลอดกาลเป็น 195 นัด
- กองหลังของ สวิตเซอร์แลนด์ หลวมมากๆ ต้านทานเกมสวนกลับของ โปรตุเกส แทบไม่ได้เลย
- เปเป้ เป็นผู้เล่นที่อายุเยอะที่สุดที่ทำประตูได้ในศึกฟุตบอลโลกรอบน็อคเอาท์
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ