อย่างที่รู้กันดีว่า ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ในตอนนี้ เต็มเปี่ยมไปด้วยขุมกำลังที่ยอดเยี่ยม ซึ่งก็น่าจะเป็นหนึ่งในชุดที่ดีที่สุดของทัพสิงโตคำรามแล้ว แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า อายุของนักเตะชุดนี้นั้นเริ่มที่จะมีมากขึ้น ทำให้อังกฤษ น่าจะต้องหันกลับมามองผู้เล่นอายุน้อยของพวกเขาบ้าง

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา แฟนบอลน่าจะได้เห็นกันไปแล้วว่า นักเตะชาวอังกฤษที่มีอายุน้อยในตอนนี้ โชว์ผลงานกันได้ดีหลากหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ฟิล โฟเด้น, รีซ เจมส์, ดีแคลน ไรซ์ หรือว่า จู๊ด เบลลิงแฮม

แล้วมีนักเตะดาวรุ่งชาวอังกฤษคนไหนอีกบ้าง ที่น่าจะตามอง และดูแล้วน่าจะมีโอกาสเข้ามาสอดแทรกกลายเป็นขุมกำลังสำคัญของทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ในอนาคต?

7 ดาวรุ่งอนาคตไกลทีมชาติอังกฤษ

โฟลาริน บาโลกัน (กองหน้า)

กองหน้าดาวรุ่งวัย 21 ปี เป็นเด็กปั้นของทีมไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ทีมจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีกในตอนนี้ ซึ่งเจ้าตัวไม่สามารถที่จะเบียดแย่งตำแหน่งตัวจริงของทีมได้ ก่อนที่จะถูกส่งไปให้ แร็งส์ ทีมในลีกเอิงยืมตัว 1 ซีซั่นนี้

และเจ้าตัวก็สามารถทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยการซัดไปแล้ว 18 ประตูกับอีก 2 แอสซิสต์ ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ สำหรับนักเตะอายุเพียงเท่านี้ ในขณะที่ ลิโอเนล เมสซี สตาร์ดังชาวอาร์เจนไตน์ ที่คืนฟอร์มเก่งได้ในซีซั่นนี้ ก็ยิงได้ 18 ประตูเท่ากับ บาโลกัน

เลวี โคลวิลล์ (กองหลัง)

อีกหนึ่งผลผลิตจากอคาเดมีของ เชลซี อย่าง เลวี โคลวิลล์ แม้ว่าเขาจะไม่เคยติดทีมชุดใหญ่ของทีมสิงห์บลูส์เลย แต่ในช่วงที่เขาถูกส่งไปให้ ฮัดเดอร์สฟิลด์ เขาสามารถเล่นได้แกร่งเกินวัย ก่อนที่ในซีซั่นนี้ เขาจะถูกส่งไปให้ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน ยืมตัวไปใช้งานต่อ

ซึ่ง โคลวิลล์ ก็ได้โอกาสลงสนามเป็นระยะ ๆ แต่เมื่อไหร่ที่เขาได้รับโอกาสลงสนาม เขาก็มักจะทำผลงานได้น่าประทับใจ จนกลายเป็นอีกหนึ่งในนักเตะคนโปรดของแฟนบอลนกนางนวลไปแล้ว

ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ (กองกลาง)

มิดฟิลด์ตัวรุกวัย 19 ปี เป็นนักเตะดาวรุ่งที่โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงจนสามารถขึ้นมาอยู่ในทีมชุดใหญ่ได้เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน ซึ่งเขาก็ได้รับโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ และก็มักจะทำผลงานได้ค่อนข้างดีด้วย

ในขณะที่ฤดูกาลนี้ เขาทำสถิติเป็นนักเตะของ ลิเวอร์พูล คนเดียวที่ลงสนามไปแล้วมากกว่า 40 นัด ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นเพียงนักเตะดาวรุ่ง ซึ่งนั่นก็แสดงให้เราได้เห็นคำว่าเก่งเกินวัยหรือว่านิ่งเกินวัยจาก เอลเลียตต์

แม้ว่าจะมีช่วงที่ดร็อปลงไปบ้าง แต่นั่นก็เพราะด้วยสถานการณ์ของทีมหงส์แดงในตอนนี้ด้วย ซึ่งถ้าหากตัดเรื่องพวกนั้นออกไป เอลเลียตต์ ถือว่าเป็นนักเตะที่น่าจับตามอง และน่าจะกลายมาเป็นกำลังหลักให้กับทีมชาติอังกฤษในอนาคตได้แน่นอน

ริโก้ ลูวิส (กองกลาง)

ดูเหมือนว่า ต่อจาก ฟิล โฟเด้น แล้ว ริโก้ ลูวิส น่าจะเป็นนักเตะคนต่อไปที่ เป๊ป กวาร์ดิโอลา พยายามปั้นให้เขากลายเป็นนักเตะระดับโลก โดยที่เราจะเห็นได้ว่าในซีซั่นนี้ ลูวิส ได้รับโอกาสลงสนามอยู่บ่อยครั้ง ทั้ง ๆ มีอายุเพียงแค่ 18 ปี

อีกทั้ง เขาที่เดิมทีเล่นเป็นผู้เล่นในตำแหน่งกองกลาง ก็สามารถที่จะโยกออกไปเล่นในตำแหน่งแบ็คขวาได้ด้วย และนี่คือสิ่งที่ทำให้ ลูวิส เป็นนักเตะที่น่าสนใจ เพราะนอกจากศักยภาพของเขาแล้ว ผลงานที่เขาทำได้นั้นถือว่าไม่ขี้เหร่เลยสำหรับนักเตะอายุน้อย

และเชื่อว่า ด้วยการที่เขาเป็นนักเตะสารพัดประโยชน์แบบนี้, สามารถเล่นฟุตบอลสมัยใหม่ได้ดีแบบนี้ ในอนาคต เขาน่าจะกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ไม่ช้าก็เร็ว

โนนี มาดูเอเก้ (กองหน้า)

นี่คือหนึ่งในการเสริมทัพอันบ้าคลั่งของ เชลซี ในซีซั่นนี้ สำหรับ โนนี มาดูเอเก้ แนวรุกตัวริมที่มีเส้นความเร็วจัด แต่เขายังไม่ค่อยที่จะได้รับโอกาสลงเล่นกับทีมใหม่มากนักนับตั้งแต่ย้ายมา

ทว่า ต้องอย่าลืมว่า เขาเคยฝากผลงานอันยอดเยี่ยมเกินวัยของเขาเอาไว้แล้วที่ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น โดยที่ค่าเฉลี่ยการทำประตูของเขาคือต้องมี 1 ประตูต่อ 4 เกม ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมสุด ๆ สำหรับนักเตะอายุเพียงแค่ 21 ปี

จาค็อบ แรมซีย์ (กองกลาง)

แฟนบอลหลายคนอาจจะมองว่า หลังจากหมดยุคของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไปแล้ว น่าจะเป็น จู๊ด เบลลิงแฮม ที่เข้ามาทำหน้าที่ในตำแหน่งนี้แทน เนื่องจากมีสไตล์ที่คล้ายกัน

แต่ว่า มิดฟิลด์จากทัพสิงห์ผยองอย่าง แรมซีย์ ก็ถือว่าเป็นนักเตะในตำแหน่งกองกลางอีกหนึ่งคนที่มีสไตล์คล้ายกับ เบลลิงแฮม และ เฮนเดอร์สัน ซึ่ง เซาธ์เกต ไม่ควรที่จะมองข้ามนักเตะรายนี้ไปอย่างเด็ดขาด

เพราะนอกจากที่เขาจะเล่นเกมรับ และเชื่อมเกมจากกองหลังไปยังกองหน้าได้ดีแล้ว เขายังมีจุดเด่นในการทำประตูอีกด้วย และเครื่องการันตีความยอดเยี่ยมของเขานั่นก็คือการที่เขาได้ลงเล่นกับ แอสตัน วิลลา ไปแล้ว 90 เกม ทำได้ 9 ประตูกับอีก 5 แอสซิสต์ ด้วยวัย 21 ปี

เอมิลล์ สมิธ โรว์ (กองกลาง)

นี่คืออีกหนึ่งผลผลิตของอคาเดมีของ อาร์เซนอล โดยที่เขาสามารถก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ได้ในปี 2020 ก่อนที่จะทำผลงานได้อย่างโดดเด่นจนได้รับเบอร์เสื้อหมายเลข 10 ของทีมไปครอง

ทว่า ในซีซั่นนี้ เขาต้องพบกับอาการบาดเจ็บ ทำให้ไม่ค่อยได้มีโอกาสให้เขาได้โชว์ผลงานมากนัก แต่เชื่อว่า หากตัดเรื่องอาการบาดเจ็บไป สมิธ โรว์ น่าจะเป็นอีกหนึ่งนักเตะสำคัญของ อาร์เซนอล และ ทีมชาติอังกฤษ ในอนาคตได้อย่างแน่นอน

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ