ในฟุตบอลโลกครั้งที่แล้วในปี 2018 ทัพปีศาจแดงแห่งยุโรป ได้ฝากผลงานที่ยอดเยี่ยมเอาไว้ในการไปได้ไกลถึงรอบรองชนะเลิศ ก่อนที่จะแพ้ให้กับทีมแชมป์ในปีนั้นอย่างฝรั่งเศส ซึ่งถ้าหากดูจากฟอร์มการเล่นของพวกเขาแล้ว การทำทีมของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ถือว่าเป็นอะไรที่น่าติดตามสุด ๆ ในขณะที่ฟุตบอลโลกปีนี้ พวกเขาได้ผู้เล่นหน้าใหม่ที่ทำผลงานได้ดีมาติดทีมอีกหลายราย ทำให้พวกเขากลายเป็นอีกหนึ่งทีมเต็งในการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ไปครอง
ทีมชาติเบลเยียมของ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ขึ้นแท่นเป็นทีมอันดับที่ 1 ของโซนยุโรป เนื่องจากมีแนวทางการเล่นเกมรุกที่น่าตื่นตาตื่นใจ แถมฟอร์มของพวกเขายังมีความคงเส้นคงวาอีกด้วย ไม่ว่าจะในรายการศีกชิงแชมป์ยุโรป 2020 และยูฟ่า เนชั่นส์ ที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่าจับตามอง และมีโอกาสลุ้นเบียดแย่งแชมป์กับทีมใหญ่ ๆ ได้
ทัพปีศาจแดงแห่งยุโรป โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกโซนยุโรป ด้วยการชนะ 6 เสมอ 2 จาก 8 เกมจบรอบคัดเลือกด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม อี ส่งให้พวกเขาผ่านเข้ามาเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ประเทศกาตาร์แบบอัตโนมัติ ซึ่งแน่นอนว่า ผู้เล่นที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นของพวกเขาก็คือ เลอันโดร ทรอสซาร์ และ โรเมลู ลูกากู
ในขณะที่ผลงานในศึกฟุตบอลโลกล่าสุดในปี 2018 พวกเขาทำผลงานได้ดีแบบไร้ที่ติในรอบแบ่งกลุ่ม โดยพวกเขาจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม จี ที่มีทีมชาติอังกฤษ, ตูนิเซีย และปานามา ร่วมอยู่ด้วย ก่อนที่จะผ่านเข้าไปเล่นรอบน็อคเอาท์ พลิกกลับมาเอาชนะญี่ปุ่น 3-2, ชนะบราซิลในรอบ 8 ทีม 2-1 ก่อนที่จะพ่ายให้กับฝรั่งเศส 0-1 ในรอบรองชนะเลิศ และเอาชนะอังกฤษ 2-0 ในแมตช์ชิงที่ 3 จบฟุตบอลโลก 2018 ด้วยการคว้าแชมป์อันดับ 3 ไปครอง
ส่วนปีนี้ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ได้เลือกผู้เล่นตัวหลักหน้าเก่ามากันครบ ไม่ว่าจะเป็น โรเมลู ลูกากู, เอเด็น อาซาร์, เควิน เดอ บรอยน์ และ ยูริ ติเลอมันส์ ในขณะที่แข่งหน้าใหม่ที่ทำผลงานได้ดีในเกมลีกอย่าง เลอันโดร ทรอสซาร์, อมาดู โอนานา และ ชาร์เล เดอ เคเตอลาเร ก็มีชื่อติดอยู่ในทีมนี้เช่นกัน
ดาวเด่น : เควิน เดอ บรอยน์
Ready for my third World Cup! ? @BelRedDevils pic.twitter.com/WKvJzYw19c
— Kevin De Bruyne (@KevinDeBruyne) November 10, 2022
มิดฟิลด์จากทีมเรือใบสีฟ้า ถือว่าเป็นนักเตะที่ไม่สามารถขาดได้ของทีมชาติเบลเยียม เนื่องจากเขามีผลงานที่ยอดเยี่ยมและคงเส้นคงวามาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นทั้งเกมรุกและเกมรับ ทำให้เขากลายเป็นหัวใจในแดนกลางของทีมอย่างแท้จริง
จุดเด่นของ เดอ บรอยน์ คือการหาจังหวะและหาช่องจ่ายบอลให้เพื่อนเพื่อทำประตูได้อยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งเขายังเป็นผู้นำของทีมที่ดี แม้จะไม่ใช่กัปตันของทีมก็ตาม
กัปตันทีม : เอเด็น อาซาร์
Le jour où Éden Hazard a donné une leçon de football au Brésil de Neymar en battant le record de dribbles dans un match de Coupe du Monde ❤️
— T'Foot (@TFoot__) November 18, 2022
Ce Hazard manque terriblement au football… pic.twitter.com/JmglcbLRcB
แนวรุกของ เรอัล มาดริด แม้เจ้าตัวจะเป็นตัวสำรองและทำผลงานได้ไม่เปรี้ยงมากนัก แต่กับทีมชาติ เขาแสดงให้เห็นแล้วว่า คลาสฟุตบอลของเขาไม่ได้ตกลงไปเลย โดยเขาทำผลงานได้ดีมาโดยตลอด ไม่ว่าจะในฟุตบอลโลกครั้งที่แล้ว, ฟุตบอลยูโร 2020 และ ศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก
และด้วยจุดเด่นของเขาที่มีทักษะในการลากเลื้อยและเลี้ยงกินตัวกองหลัง จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ เบลเยียม เล่นง่ายและคว้าชัยในเกมนั้น ๆ ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
ดาวรุ่ง : ชาร์เล เดอ เคเตอลาเร
Tengo mucha esperanza en que Charles De Ketelaere tenga un mundial decente con Bélgica y vuelva a Milano motivado para dar un giro drástico a su campaña. Espero y aspiro que estos meses marquen un antes y un después en su rendimiento. pic.twitter.com/Ah2epvFSXl
— Universo AC Milan (@UniversoACMilan) November 15, 2022
มิดฟิลด์วัย 21 กะรัต ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับต้นสังกัดเก่าอย่าง คลับ บรูจจ์ ด้วยความนิ่งของเขาในแดนกลาง, การวางบอลสั้นและยาวที่แม่นยำ และหาจังหวะขึ้นมาทำประตูได้เก่ง ซึ่งในฤดูกาลที่แล้ว เขาทำไปทั้งหมด 18 ประตูกับอีก 10 แอสซิสต์ พายอดทีมจากเบลเยียมคว้าแชมป์ลีกได้ในฤดูกาลที่แล้ว
และด้วยฟอร์มการเล่นที่ถือว่าเด่นเกินวัยแบบนี้ ไปเตะของยักษ์ใหญ่จากแดนมักกะโรนีอย่าง เอซี มิลาน กอ่นที่จะย้ายมาในช่วงตลาดซัมเมอร์ และเข้ามาเป็นตัวหลักเขาทีมได้ไม่ยากเย็นนัก ซึ่งเขาถูกยกย่องว่า จะกลายเป็นจอมทัพคนสำคัญของทีมชาติเบลเยียมต่อไปในอนาคต ในขณะที่ฟุตบอลโลกปีนี้ เขามีโอกาสที่จะได้แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวและโชว์ให้คนทั้งโลกเห็นว่าเขามีดีอะไรบ้าง
ผู้จัดการทีม : โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ
Roberto Martinez : "Cette génération mérite un trophée et nous allons au Qatar pour le gagner." ?
— Joueurs Belges ?? (@JoueursBE) November 16, 2022
(@diarioas) pic.twitter.com/LbZ5eP7wly
กุนซือชาวสเปนรายนี้ ถือว่าเป็นกุนซือที่เข้ามายกระดับทีมชาติเบลเยียมได้อย่างแท้จริง ด้วยแนวทางการเล่นที่เน้นครองบอลและทำการโจมตีจากริมเส้นแบบสายฟ้าแลบ เขาเคยพาทัพปีศาจแดงแห่งยุโรปไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศในฟุตบอลโลก 2018 มาแล้ว ในขณะที่รายฟุตบอลยูโร 2020 เขาก็พาทีมไปได้ไกลถึงรอบ 8 ทีมก่อนที่จะแพ้ให้กับแชมป์ในปีนั้นอย่าง อิตาลี
โดยในปีนี้ ทีมของ มาร์ติเนซ ดูแล้วมีขุมกำลังที่ดีกว่าปีก่อน ๆ เยอะ ทำให้น่าสนใจมาก ๆ ว่าเขาจะสามารถพา เบลเยียม ทีมอันดับที่ 1 ของโซนยุโรป ไปได้ไกลแค่ไหนในฟุตบอลโลกครั้งนี้
11 ผู้เล่นตัวจริง
แผนการเล่น 3-4-3
เอเด็น อาซาร์, โรเมลู ลูกากู, เควิน เดอ บรอยน์
ยานนิค การ์รัสโก้, ยูริ ติเลอมันส์, อาเซล วิตเซล, โธมัส มูนิเยร์
ยาน แฟร์ตองเก้น, โทบี อัลเดอร์แวเรลด์, เว้าท์ ฟาส
ธิโบต์ กูร์ตัวส์
อัตราต่อรองแชมป์
18/1
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ