เมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมานี้ คริสเตียโน โรนัลโด้ เพิ่งทำเรื่องสุดช็อกต่อเหล่าแฟนบอลเรดอาร์มี ทั่วทั้งโลก ราวกับฟ้าผ่าลงใจกลาง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังจากที่เจ้าตัวออกมาเปิดเผยแง่มุมที่ไม่ดีเท่าไรนักของสโมสร พร้อมทั้งวิจารณ์อดีตเพื่อนร่วมทีม อดีตเฮดโค้ช รวมไปถึงกุนซือคนปัจจุบัน ในรายการ Piers Morgan Uncensored โดยสิ่งที่เขาเพิ่งกระทำลงไปเปรียบเสมือนการบอกลา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบกลายๆ เพียงแต่ว่าจะช้าหรือเร็วให้เวลาเป็นตัวตัดสิน
จนในช่วงไม่กี่วันมานี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์สโมสรว่า พวกเขาได้แยกทางกับ ดาวเตะวัย 37 ปี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยความยินยอมของทั้ง 2 ฝ่าย ด้วยเหตุนี้เองทำให้ปัจจุบัน เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย จะไม่ใช่นักเตะของ ทัพปิศาจแดง นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป และกลายเป็นนักเตะฟรีเอเยนต์โดยอัตโนมัติ ซึ่งนั่นอาจหมายความถึง เขาสามารถเซ็นสัญญากับสโมสรใดก็ได้ในโลกตามที่ใจเขาปรารถนา และสโมสรเหล่านั้นประสงค์ที่จะได้ตัวของซูเปอร์สตาร์รายนี้ไปร่วมทีม
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าการกลับมายังสโมสรที่ปลุกปั้น ดาวยิงชาวโปรตุกีส ก่อนจะก้าวขึ้นสู่การเป็นยอดแข้งระดับท็อปของโลกหนที่ 2 อาจจบไม่สวย แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หัวหอกเลือดฝอยทอง ได้ฝากช่วงเวลาอันน่าจดจำที่ยากเกินจะลืมเลือนเอาไว้มากมาย และในวันนี้พวกเรา EkingsNews จะขอพาทุกท่านย้อนเวลากลับไปรับชม 7+1 โมนเมนต์ที่น่าจดจำกับชายที่มีชื่อว่า คริสเตียโน โรนัลโด้
1. โรนัลโด้ ลงประเดิมสนามในสีเสื้อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ครั้งแรก ในเกมที่พบกับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส
สมัยที่ยังเป็นดาวโรจน์ โรนัลโด้ สร้างความประทับใจต่อหน้าเหล่าแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ให้เป็นที่ประจักษ์ ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าลงสู่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด หลังจากที่เจ้าตัวถูกเปลี่ยนตัวลงมาแทน นิคกี้ บัตต์ ในนาทีที่ 61 นัดเปิดฤดูกาล 2003/04 ในเกมพบกับ โบลตัน วันเดอเรอร์ส
การมาถึงของดาวเตะชาวโปรตุกีส ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า “เด็กคนนี้มีของ” หลังมีส่วนช่วยให้ ยูไนเต็ด ทำประตูเพิ่มได้จากที่นำอยู่ 1-0 เป็น 4-0 ผลงานอันสวยหรูโดยส่วนใหญ่นี้ต้องยกความดีความชอบให้กับ เล่ห์เหลี่ยมของนักเตะตัวสำรองอายุน้อย
หลังจบการแข่งขัน ไม่มีใครพูดถึงชัยชนะของ ทัพปิศาจแดง หรือการเหมา 2 ประตูของ ไรอัน กิ๊กส์ ในวันนั้นเลย ทว่ากลับเป็น โรนัลโด้ ที่แย่งซีนไปเต็มๆ จนได้ขึ้นพาดหัวข่าวจากสื่อทุกสำนักถึงความมหัศจรรย์ ที่ แมนฯ ยูฯ แทบไม่เคยมีนักเตะสไตล์นี้อยู่ในทีมมาก่อน
2. แฮตทริกครั้งแรก และครั้งเดียวในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เกมที่ แมนฯ ยูฯ พบกับ นิวคาสเซิล
ความเปลี่ยนผันของฟอร์มการเล่นจากฤดูกาล 2006/07 เข้าสู่ฤดูกาล 2007/08 กลายเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำมากที่สุดช่วงหนึ่งของ โรนัลโด้ ในฐานะผู้เล่นทัพปิศาจแดง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอนาคตของปีกซ้ายรายนี้จะรุ่งโรจน์ขนาดไหน โรนัลโด้ เริ่มต้นฤดูกาลนั้นได้อย่างร้อนแรง ด้วยการกดแฮตทริกครั้งแรก และครั้งเดียวในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในเกมที่ ยูไนเต็ด เปิดบ้านถล่ม นิวคาสเซิล ไป 6-0 เมื่อเดือนมกราคมปี 2008 อีกทั้งชัยชนะในนัดดังกล่าว ส่งให้ สโมสรแห่งโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ขึ้นครองตำแหน่งจ่าฝูงของตารางคะแนน
3. ทำลายสถิติการทำประตูของ จอร์จ เบสต์
เป็นที่รู้กันดีว่า จอร์จ เบสต์ คือ ยอดแข้งเบอร์ 7 ระดับตำนานคนแรกๆ ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทว่าฟอร์มการถล่มประตูแล้วประตูเล่าในทุกๆ สัปดาห์ของ โรนัลโด้ กำลังทำให้เขาสร้างมาตรฐานใหม่ของตัวเองอยู่เสมอ
ในเดือนมีนาคมปี 2008 ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ โรนัลโด้ สวมปลอกแขนกัปตันทีมยูไนเต็ดเป็นครั้งแรก ดาวเตะชาวโปรตุกีส ซัดไป 2 ประตู ในเกมเปิดบ้านคว้าชัยเหนือ โบลตัน วันเดอเรอร์ส 2-0 ส่งผลให้เจ้าตัวถล่มไปแล้วทั้งสิ้น 33 ประตูในซีซั่นนั้น พร้อมทำลายสถิติที่ จอร์จ เบสต์ เคยทำไว้ เมื่อปี 1967/68 นับเป็นเวลานานถึง 40 ปี กว่าสถิตินี้จะถูกทำลายลง
?️ George Best :
— CR7 ? DM if interested in account (@EverythingCR7_) June 21, 2022
“There have been many players described as the next George Best, but "Cristiano Ronaldo" is the new George Best" is the first time it’s a compliment to me." pic.twitter.com/chuEewZhv7
4. ทำประตูในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบชิงชนะเลิศ ปี 2008 และปฏิกิริยาหลังทีมชนะการดวลจุดโทษ
และแล้วช่วงเวลาที่สโมสรจากเกาะอังกฤษ ยึดครองถ้วยบิ๊กเอียร์ก็มาถึง
โรนัลโด้ ช่วยทำประตูให้ต้นสังกัดขึ้นนำคู่แข่งร่วมลีกอย่าง เชลซี ไปได้ก่อน 1-0 ในมอสโก จากการครอสเข้ามาของ เวส บราวน์ และเป็นเจ้าตัวที่ได้ขึ้นโขกสะบัดเข้าไปเต็มๆ และยังเป็นประตูที่ 42 ในฤดูกาลที่น่าทึ่งของเขาอีกด้วย
ทว่าจนแล้วจนรอด เมื่อไม่ได้ประตูทิ้งห่างออกไปเป็น 2-0 สิงห์บลูจึงตอบโต้ด้วยประตูตีเสมอของ แฟรงค์ แลมพาร์ด ทำให้ผลการแข่งขันจบลงที่ 1-1 และต้องไปตัดสินผลชี้ขาดกันที่การดวลจุดโทษ
ไม่น่าเชื่อว่า ดาวยิงทัพฝอยทอง จะพลาดจุดโทษ หลังยิงไปติดเซฟของ ปีเตอร์ เช็ก ผู้รักษาประตูทัพสิงโตน้ำเงินคราม และถ้าหาก จอห์น เทอร์รี กัปตันทีมของพวกเขายิงผ่านมือ เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ เข้าไป จะส่งให้ เชลซี เป็นแชมป์ทันที
ทว่าเรื่องราวเปรียบเสมือนดั่งเทพนิยายที่ถูกเขียนขึ้นเอาไว้แล้ว เมื่อ จอห์น เทอร์รี ลื่นล้มลงระหว่างยิง ทำให้ลูกนั้นพลาดไปชนเสา ก่อนที่ เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ จะเซฟจุดโทษของ นิโกล่าส์ อเนลก้า ส่งให้ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ยุโรปเป็นสมัยที่ 3
ช่วงเวลาที่ฝนตกลงมายัง ลุซนิกิ สเตเดียม เคล้ากับน้ำตาของ โรนัลโด้ กลายเป็นหนึ่งในโมเมนต์สุดไอคอนิค ที่เต็มไปด้วยมวลอารมณ์ที่หลากหลายจนยากสุดจะบรรยาย ถึงความดราม่าที่เกิดขึ้นในเกมการแข่งขันวันนั้น
5. ยิงประตูครบ 100 ลูก ในเกมพบกับ สโต๊ค ซิตี้
อาการบาดเจ็บที่บริเวณข้อเท้า ทำให้ โรนัลโด้ ออกสตาร์ทพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2008/09 ได้อย่างเชื่องช้า ทว่าการตะบัน 2 ฟรีคิก ในเกมที่พบกับ สโต๊ค ซิตี้ ในเดือนพฤศจิกายน เป็นสัญญาณที่ดีว่า เขาฟื้นกลับมาจากความผิดหวัง หลัง ทีมชาติโปรตุเกส พ่าย รอบชิงชนะเลิศในศึกยูโร 2008 ให้กับ ทีมชาติกรีซ ในบ้านตัวเองไปแบบหักปากกาเซียน
ฟรีคิกลูกแรกในเกมกับ สโต๊ค ถือเป็นประตูที่ 100 ของ โรนัลโด้ ในฐานะผู้เล่นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในทางกลับกันหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า หากเขาย้ายไปเล่นที่ ซานติอาโก้ เบร์นาบิว ปีกฟอร์มฮอตทัพฝอยทอง จะบวกเพิ่มให้กับ เรอัล มาดริด ได้อีกกี่ประตู
6. คว้ารางวัลบัลลงดอร์ปี 2008
เดือนธันวาคมปี 2008 ถือว่าเป็นปีที่ผู้ชนะรางวัลไม่ผิดตัวจากที่หลายสื่อคาดการณ์กันเอาไว้ ฟอร์มการเล่นสุดอัศจรรย์ของ โรนัลโด้ คู่ควรกับรางวัลบัลลงดอร์ปี 2008 เป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งเจ้าตัวยังกลายเป็นนักเตะ ยูไนเต็ด คนแรกในรอบ 40 ปี ที่ได้รับรางวัลนี้ นับตั้งแต่ที่ จอร์จ เบสต์ เคยได้
นอกจากนี้ โรนัลโด้ ยังได้กล่าวว่า รางวัลนี้มีความหมายกับเขามากขนาดไหน
“นี่ถือเป็นอีกหนึ่งในช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดในชีวิตของผม ภาพที่ผมขึ้นมายืนรับรางวัลนี้ เป็นสิ่งที่ผมใฝ่ฝันมาตั้งแต่สมัยผมยังเด็ก”
“ความรู้สึกอันยิ่งใหญ่นี้เข้ามาเติมเต็มชีวิตของผม แต่มันไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้เลย”
“ผมอยากขอบคุณทุกๆ คนที่ลงคะแนนโหวตให้ ทุกๆ คนที่ผมรู้จัก และทุกๆ คนที่อยู่อาศัยร่วมกับผม”
“ไม่เคยมีความกังวลใดๆ เกิดขึ้น เพราะผมตระหนักรู้ได้ว่า ฤดูกาลนี้ผมได้ทำอะไรลงไปบ้าง”
“และสำหรับใครก็ตามที่เอ่ยถึงชื่อของผม ผมรู้สึกขอบคุณพวกคุณจากใจจริง รวมถึงเพื่อนร่วมทีมของผมด้วย”
“ถ้วยใบนี้ถือเป็นถ้วยที่ผมอยากคว้ามันมาอีกในครั้งต่อๆ ไป เพราะถือเป็นรางวัลที่ยอดเยี่ยมที่สุด ดังนั้นในทุกๆ เช้าที่ผมตื่นนอน ผมมักจะพูดกับตัวเองอยู่เสมอว่า ผมต้องทำให้ดีขึ้นกว่านี้ในทุกๆ วัน”
My favourite CR7 moment.
— SABRINA SULTANA (@Bipasha1221) November 20, 2022
While at Manchester United, Ronaldo won his first Ballon d'Or in December 2008 — one year after finishing second in the award to Kaka.
Love you CR7 and BINANCE#RonaldoOnBinance pic.twitter.com/O0zcW4o0a3
7. ซัดฟรีคิกระยะไกลใส่ อาร์เซนอล ในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก
ในรอบรองชนะเลิศของศึกชิงถ้วยบิ๊กเอียร์ ฤดูกาล 2008/09 โรนัลโด้ กลับมาทำประตูได้อีกครั้ง จากการบรรจงตะบันฟรีคิกระยะไกลถึง 35 หลา ใส่ อาร์เซนอล จนช่วงเวลาต่อมาประตูดังกล่าวถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในประตูสุดคลาสสิคที่อยู่ในใจสาวกผีแดงเสมอมา และยากเกินจะลืมเลือน
7+1. ทำประตูสุดมหัศจรรย์ใส่ ปอร์โต้ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ
ในขณะที่ ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2009 กำลังขับเคี่ยวกันอย่างเมามันส์ ช่วงเวลาเดียวกันนั้นชายผู้มีนามว่า คริสเตียโน โรนัลโด้ ได้จุดประกายความหวังเส้นทางเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศที่กรุงโรม ด้วยลูกยิงไกลอันน่าทึ่ง ใส่ ปอร์โต้ ในรอบก่อนรองชนะเลิศ
และแล้วประตูดังกล่าวได้เป็นประตูแรกที่ถูกเสนอเพื่อเข้าชิงรางวัล ปุสกัส อวอร์ด สำหรับลูกยิงที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่เกิดขึ้นในโลกลูกหนังฤดูกาลนั้น อีกทั้งหลังจบเกม หัวหอกเลือดฝอยทอง ยังได้อ้างว่า “นั่นคือประตูที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา”
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ