รอย คีน อดีตตำนานกองกลางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่า การที่เจ้าของทีมอย่างตระกูลเกลเซอร์ตัดประสินใจประกาศขายสโมสรแห่งนี้ ถือเป็น “ข่าวดี”

เจ้าของทีมชาวอเมริกันที่ไม่ได้รับการต้อนรับจากเหล่าสาวกปิศาจแดงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ต้องเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้น หลังถูกประท้วงอย่างหนัก และบีบบังคับให้ขายทีมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จากผลงานการบริหารอันย่ำแย่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงต้นฤดูกาล 2022/23

จากเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น อดีตกัปตันยูไนเต็ดในวัย 51 ปี อ้างว่า ตระกูลเกลเซอร์ ไม่มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งใดๆ กับสโมสรแห่งนี้ และเหล่าแฟนบอลเลย พวกเขาเป็นเพียงแค่ ‘นักธรกิจ’ ที่ต้องการกอบโกยผลประโยชน์จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เท่านั้น

ล่าสุด ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ระหว่าง เจ้าของคนปัจจุบัน กับ ความขัดแย้งตลอด 17 ปีที่ผ่านมา กับ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังจะมาถึงจุดสุดยอด โดย ตำนานดาวเตะทีมชาติไอร์แลนด์ ได้พูดคุยถึงประเด็นดังกล่าวผ่าน ITV ว่า

“นี่ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะว่าสิ่งที่พวกเขาต้องการมาโดยตลอด มันกำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ พวกเขาต้องการให้ตระกูลเกลเซอร์ขายทีม และย้ายออกไปจากสโมสรแห่งนี้ พวกเขาไม่มีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งใดๆ กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เลย พวกเขามองที่นี่เป็นเพียงแค่ธุรกิจ นี่จึงเป็นข่าวดีมากๆ ข่าวนึงเลยล่ะสำหรับแฟนๆ ในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด”

อย่างไรก็ตาม ข่าวการประกาศขายทีมของนักธุรกิจชาวมะกัน เกิดขึ้นในวันเดียวกันกับแถลงการณ์ปล่อยตัว คริสเตียโน โรนัลโด้ ออกจากสโมสร โดยเป็นการตกลงยินยอมร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย และมีผลบังคับใช้ทันที

นอกจากนี้ อัฟราม เกลเซอร์ ได้ทำลายความเงียบงันของเขาลง หลังเจ้าตัวตัดสินใจเปิดเผยประกาศครั้งสำคัญต่อหน้า Sky News

“ตามที่พวกเราได้ประกาศเมื่อวานที่ผ่านมานี้ คณะกรรมการได้ดำเนินการตามขั้นตอน และตัดสินใจว่าจะพิจารณาทางเลือกเชิงกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน และนั่นคือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่”

“เป็นอีกครั้งที่เรากำลังเข้าสู่กระบวนการพิจารณาทางเลือกเชิงกลยุทธ์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และเราจะมาดูกันว่าผลลัพธ์ที่ได้จะนำพาเราไปสู่จุดใด”

“ผมรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมากที่คุณมาร่วมพูดคุยกับผมในค่ำคืนนี้ และผมขอให้ทุกคนมีความสุขในวันขอบคุณพระเจ้า”

ข่าว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อื่น ๆ