สำหรับการแข่งขันศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ วันที่ 14 เดินทางมาสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะทำการแข่งขันทั้งหมดวันละ 2 คู่ มีดังนี้ คู่แรก ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ พบ ทีมชาติสหรัฐอเมริกา และ คู่ที่ 2 ทีมชาติอาร์เจนตินา พบ ทีมชาติออสเตรเลีย ซึ่งบทความนี้พวกเรา EkingsNews ได้ทำการรวบรวมผลการแข่งขัน และประเด็นที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นมาไว้ที่นี่หมดแล้ว

สำหรับการแข่งขันในวันที่ 14 คู่แรก เนเธอร์แลนด์ มีฟอร์มการเล่นอันแข็งแกร่ง โดยการทะลุเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยสถิติไร้พ่าย อีกทั้งยังมี โคดี้ คักโป ศูนย์หน้าตัวเก่งที่กำลังอยู่ในช่วงที่พีคสุดขีด หลังเป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีม ด้วยการช่วย ทัพอัศวินสีส้ม เจาะตาข่ายคู่แข่งไปแล้วถึง 3 ประตู ซึ่งคู่แข่งที่พวกเขาต้องผ่านไปให้ได้ คือ ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่ยังไม่เคยเสียประตูจากลูกโอเพ่นต์เพลย์เลยแม้แต่ประตูเดียว แต่ถ้าหากลองวิเคราะห์กันตามเนื้อผ้าเกมรุกของ ทีมลุงแซม ไม่ค่อยมีความเฉียบคมในเรื่องของการจบสกอร์เท่าไรนัก เนื่องจาก 3 เกมจากรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา พวกเขาส่งบอลเข้าไปสู่ก้นตาข่ายของคู่แข่งได้เพียง 2 ประตูเท่านั้น นี่จึงถือเป็นประเด็นสำคัญที่ พลพรรคจากแดนมะกัน ต้องอย่างเร่งด่วน

ส่วนคู่ที่ 2 อาร์เจนตินา กลับคืนสู่ฟอร์มอันยอดเยี่ยมอีกครั้ง นับตั้งแต่ความพ่ายแพ้ต่อ ซาอุดิอาระเบีย 1-2 แบบช็อกโลก ด้วยการคว้า 6 แต้มเต็มจากนัดที่เหลือ แซงทางโค้งขึ้นครองตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่ม C ไปได้แบบไม่ยากเย็น ส่วนทางด้าน ออสเตรเลีย เพิ่งสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเอาชนะทีมที่มีขนาดใหญ่กว่าได้ถึง 2 ทีม ไม่ว่าจะเป็น ตูนิเซีย หรือ เดนมาร์ก พร้อมเก็บ 6 แต้มเต็ม หลังความปราชัยต่อ ฝรั่งเศส 1-4 เช่นเดียวกัน ทว่าในวันนี้อาจเป็นหนึ่งในงานที่ท้าทายที่สุดของ ทัพซอคเกอร์รูส์ เนื่องจากผู้เล่นใน ทัพฟ้าขาว ทุกรายพร้อมเล่นถวายหัวเพื่อส่งให้ลูกพี่ใหญ่อย่าง ลิโอเนล เมสซี เถลิงแชมป์            

เนเธอร์แลนด์ 3-1 สหรัฐอเมริกา

เนเธอร์แลนด์ ยังคงฟอร์มร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง หลังเอาชนะ สหรัฐอเมริกา ไปได้แบบไม่ยากเย็น 3-1 และเป็นชาติแรกในศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่เข้าไปรออยู่ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

ถึงแม้ว่ารูปเกมที่ออกมาจะเป็นฝั่ง ทีมลุงแซม ที่ได้ครองเกมเหนือกว่า แต่ความเป็นจริงไม่เป็นเช่นนั้นเลย เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถเล่นงานแนวรับของ ทัพอัศวินสีส้ม ได้ และดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นไปตามหมากที่ หลุยส์ ฟาน กัล วางเอาไว้ เนื่องจากลูกทีมของเขา ใช้โอกาสทองที่มีไม่บ่อยเปลี่ยนให้เป็นประตูได้อย่างคุ้มค่า

ครึ่งแรก

เกมเริ่มต้นได้เพียงแค่ 3 นาที เท่านั้น สหรัฐอเมริกา เกือบได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ คริสเตียน พูลิซิช ได้หลุดเดี่ยวไปยิง แต่ อันเดรียส นอพเพิร์ท ใช้ขาเซฟไว้ได้ สกอร์ยังอยู่ที่ 0-0

นาทีที่ 10 เนเธอร์แลนด์ ออกนำ 1-0 จากลูกยิงตามน้ำของ เมมฟิส เดปาย

นาทีที่ 45+1 เนเธอร์แลนด์ หนีออกไปเป็น 2-0 จากลูกยิงตามน้ำของ เดลีย์ บลินด์

หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก เนเธอร์แลนด์ นำ สหรัฐอเมริกา อยู่ที่ 2-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 49 สหรัฐอเมริกา เกือบได้ประตูตีไข่แตก จากลูกยิงจ่อๆ ของ ทิม รีม แต่โดนบอลไม่เต็ม และบอลถูกเคลียร์ออกจากเส้น

นาทีที่ 60 เทิน คูปไมเนอร์ส ได้รับใบเหลือง จากจังหวะที่เขาไปหวดใส่ขาของ คริสเตียน พูลิซิช แบบไม่เจอบอล

นาทีที่ 75 สหรัฐอเมริกา เกือบได้ประตูตีไข่แตก หลัง เมมฟิส เดปาย จ่ายบอลคืนหลังพลาด และเป็น ฮาจิ ไรท์ ได้ยิงบอลเรียดๆ แต่โชคยังดีที่มี ผู้เล่นเนเธอร์แลนด์ มาสกัดบอลได้ทันก่อนบอลจะข้ามเส้นไป

นาทีที่ 76 สหรัฐอเมริกา ไล่มาเป็น 1-2 จากลูกยิงของ ฮาจิ ไรท์

นาทีที่ 81 เนเธอร์แลนด์ บวกเพิ่มเป็น 3-1 จากลูกยิงแบบไม่จับของ เดนเซล ดุมฟรีส

นาทีที่ 87 แฟรงกี้ เดอ ยอง ได้รับใบเหลือง จากจังหวะตัดเกมสวนกลับของ สหรัฐอเมริกา

จบการแข่งขัน เนเธอร์แลนด์ เอาชนะ สหรัฐอเมริกา ไปด้วยสกอร์ 3-1

ประเด็นที่น่าสนใจ 

  • ประตูของ เมมฟิส เดปาย ส่งให้เขาขึ้นแท่นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เป็น อันดับ 2 แซงหน้า คลาส-ยาน ฮุนเตลา ด้วยจำนวน 43 ประตู
  • สหรัฐอเมริกา ไม่ได้เรียนรู้ความผิดพลาดจากประตูแรกเลย เนื่องจากประตูที่ 2 ที่พวกเขาโดนยิงในช่วงท้ายครึ่งแรก เป็นลูกลักษณะเดียวกัน
  • แอนโทนี โรบินสัน แบ็คขวาของ ฟูแลม เป็นบ่อใหญ่ของ สหรัฐอเมริกา ให้ทาง เนเธอร์แลนด์ ได้เจาะจนพรุน เนื่องจากทั้ง 3 ประตู ที่ ทีมลุงแซม เสีย เจ้าตัวมีส่วนผิดทั้งหมด
  • เดนเซล ดุมฟรีส เป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดในสนาม หลังช่วยทีมทำไป 1 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์
  • เนเธอร์แลนด์ ยังไม่แพ้ใครในทัวร์นาเมนต์นี้
  • จากชัยชนะในวันนี้ ส่งผลให้ เนเธอร์แลนด์ ของ หลุยส์ ฟาน กัล ไม่แพ้ใคร 19 นัดติดต่อกัน

อาร์เจนตินา 2-1 ออสเตรเลีย

อาร์เจนตินา โชว์ฟอร์มแจ่มอย่างต่อเนื่องหลังเชือด ออสเตรเลีย ไปแบบนิ่มๆ 2-1 ส่งผลให้พวกเขาต้อไปพบกับ เนเธอร์แลนด์ ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย

ภาพรวมของการแข่งขันที่ออกมาเป็นไปตามที่หลายคนคาดการณ์ ทัพฟ้าขาว เหนือกว่าทุกเหลี่ยมมุม ไล่กด พลพรรคซอคเกอร์รูส์ อยู่ฝั่งเดียว ในขณะที่เกมรุกของ ออสเตรเลีย เองก็ทำอะไรได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ก่อนในท้ายที่สุดจะเป็นชัยชนะของ อาร์เจนตินา ไปแบบไม่พลิกโผ

ครึ่งแรก

นาทีที่ 15 แจ็คสัน เออร์ไวน์ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะที่ไปย่ำใส่เท้าของ มาร์กอส อคุนญา

นาทีที่ 35 อาร์เจนตินา ขึ้นนำ 1-0 จากการทำประตูของ ลิโอเนล เมสซี

นาทีที่ 38 มิลอส เดเกเนค ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเทคตัวโหม่งแล้วใช้มือกด มาร์กอส อคุนญา

หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก อาร์เจนตินา ออกนำ ออสเตรเลีย ไปก่อน 1-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 57 อาร์เจนตินา หนีห่างออกไปเป็น 2-0 จากจังหวะที่ โรดริโก้ เด ปอล วิ่งไปกดดัน แม็ทธิว ไรอัน จนเสียบอล และเป็น ฮูเลียน อัลวาเรซ ได้ยิงเข้าไปโล่งๆ

นาทีที่ 77 ออสเตรเลีย ไล่มาเป็น 1-2 จากการที่ เคร็ก กู๊ดวิน ซัดเต็มแรงจากนอกกรอบเขตโทษ แล้วบอลไปแฉลบ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ เปลี่ยนทางเข้าประตูไป

จบการแข่งขัน อาร์เจนตินา เฉือนเอาชนะ ออสเตรเลีย ไปด้วยสกอร์ 2-1

ประเด็นที่น่าสนใจ 

  • ลิโอเนล เมสซี ลงสนามเป็นนัดที่ 1000 ตลอดอาชีพค้าแข้ง
  • ลิโอเนล เมสซี ยิงประตูในฟุตบอลโลก แซงหน้า ดิเอโก้ มาราโดนา ไปแล้วเป็น 9 ประตู และตามหลัง กาเบรียล บาติสตูต้า อีกเพียงแค่ประตูเดียว
  • ลิโอเนล เมสซี บวกสถิติลงเล่นให้กับ ทีมชาติอาร์เจนตินา มากที่สุดตลอดกาลเป็น 169 เกม
  • ลิโอเนล เมสซี บวกสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ ทีมชาติอาร์เจนตินา เป็น 94 ประตู
  • เลาตาโร มาร์ติเนซ พลาดโอกาสทอง หลังจากที่ ลิโอเนล เมสซี จ่ายถวายพานมาให้ได้ยิงโล่งๆ ทว่าเขากลับแปบอลข้ามคานออกไป ส่งผลให้ประตูแรกในศึกฟุตบอลโลก 2022 ของเจ้าตัวยังไม่มา

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ