สำหรับการแข่งขันศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ วันที่ 13 มีคู่แข่งขันทั้งหมด 4 คู่ เช่นเคย โดยเป็นการแข่งขันนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มในแต่ละคู่ มีดังนี้ คู่แรก ทีมชาติเกาหลีใต้ พบ ทีมชาติโปรตุเกส คู่ที่ 2 ทีมชาติกานา พบ ทีมชาติอุรุกวัย คู่ที่ 3 ทีมชาติแคเมอรูน พบ ทีมชาติบราซิล และคู่สุดท้ายระหว่าง ทีมชาติเซอร์เบีย พบ ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งบทความนี้พวกเรา EkingsNews ได้ทำการรวบรวมผลการแข่งขัน และประเด็นที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นมาไว้ที่นี่หมดแล้ว
สำหรับการแข่งขันในวันที่ 13 คู่แรก เกาหลีใต้ ปราชัยให้กับ กานา ไปแบบเหนือความคาดหมาย 2-3 โดย ทัพดาวดำ เป็นทีมที่พวกเขามีโอกาสเก็บ 3 แต้มมาได้มากที่สุด แต่กลับทำไม่ได้ ส่งผลให้โอกาสเข้ารอบต่อไปของ ทัพโสมขาว ค่อนข้างริบหรี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อต้องพบกับแชมป์กลุ่มอย่าง ทัพฝอยทอง ที่ถึงแม้ว่าจะทะลุเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทว่าความพ่ายแพ้คงไม่ใช่สิ่งที่แข้งซูเปอร์สตาร์อย่าง คริสเตียโน โรนัลโด้ ชอบใจเท่าไรนัก ดังนั้นผลลัพธ์ที่ออกมาคาดว่า โปรตุเกส หวังผลด้วยการไม่แพ้เป็นอย่างน้อย
ส่วนคู่ที่ 2 กานา ที่เพิ่งคว่ำ เกาหลีใต้ มา 3-2 พร้อมคว้า 3 คะแนนสุดสำคัญเพื่อให้ทีมยังอยู่ในเส้นทางเข้าสู่รอบต่อไป น่าจะเป็นทีมที่มีกำลังใจ และแรงฮึดอย่างล้นเหลือ ในการลงทำศึกกับ อุรุกวัย ที่มีฟอร์มการเล่นสุดน่าผิดหวัง เนื่องจาก ทัพจอมโหด ยังเจาะตาข่ายคู่แข่งไม่ได้เลยแม้แต่ประตูเดียวในทัวร์นาเมนต์นี้ ในขณะเดียวกัน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะต้องการ 3 คะแนนเท่านั้น เพื่อโอกาสในการตีตั๋วเข้าสู่รอบต่อไป แต่ ทัพดาวดำ ไม่ใช่คู่แข่งที่จะถูกกำราบลงได้อย่างง่ายดาย เพราะเราได้เห็นรูปแบบการเล่นของพวกเขาจากการแข่งขัน 2 เกมที่ผ่านมา เป็นข้อชี้ชัดได้อย่างดีว่า ชาติจากกาฬทวีปทีมนี้ ไม่เคยยอมแพ้ หากยังไม่สิ้นเสียงนกหวีดยาว 90 นาที
ถัดมาในคู่ที่ 3 เป็นคิวของ แคเมอรูน ที่เพิ่งคืนฟอร์มแจ่มด้วยการไล่ตีเสมอ เซอร์เบีย จากที่โดนนำอยู่ถึง 2 ประตู ให้กลับมามีแต้ม และความหวังอันน้อยนิดในการเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ได้อีกครั้ง ทว่าคู่แข่งของ ทัพหมอผี ในวันนี้ เป็นถึง บราซิล ทีมที่ยังไม่เคยเสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียวในทัวร์นาเมนต์ และมีดีกรีเป็นถึงเต็งแชมป์ฟุตบอลโลกปีนี้ พร้อมเก็บ 6 แต้มเต็ม จากการลงสนาม 2 นัด จองสัมปทานแชมป์กลุ่ม G อย่างเหนียวแน่น ซึ่งถึงแม้ว่า ทัพเซเลเซา เข้าไปรออยู่ในรอบต่อไปแล้ว แต่พวกเขาก็คงไม่อยากเสียประตู และสถิติสุดแกร่งนี้ไปอย่างแน่นอน
มาถึงคู่สุดท้ายเป็นการลงฟาดแข้งกันของ เซอร์เบีย ที่เพิ่งปล่อยให้ 3 คะแนนแรก หลุดลอยไปอย่างน่าเสียดาย หลังถูก แคเมอรูน ไล่ตีเสมอแบบงงๆ ทั้งที่ช่องว่างนำห่างอยู่ถึง 2 ประตู และ สวิตเซอร์แลนด์ ทีมที่มีรูปแบบการเล่นค่อนข้างรัดกุม เสียประตูยาก ซึ่งสถานการณ์ก่อนเกมดูเหมือนว่า ทีมจากแดนนาฬิกา จะดูได้เปรียบกว่า เพราะพวกเขาต้องการเพียงแค่ผลเสมอ เพื่อเข้ารอบ ผิดกับ เซอร์เบีย ที่จำเป็นต้องคว่ำพวกเขาลงให้ได้ คาดว่ารูปเกมที่ออกมาในวันนี้จะค่อนข้างอึดอัด และต่างฝ่ายต่างทำอะไรกันได้อย่างยากลำบาก
เกาหลีใต้ 2-1 โปรตุเกส
Huge win for #KOR, but they must now wait for #GHA v #URU to finish… ⌛️@adidasfootball | #FIFAWorldCup
— FIFA World Cup (@FIFAWorldCup) December 2, 2022
เกาหลีใต้ เป็นอีกหนึ่งทีมจากเอเชียที่สร้างปรากฏการณ์ด้วยการล้ม โปรตุเกส ไปด้วยสกอร์ 2-1 พร้อมคว้า 3 แต้มสุดสำคัญที่ช่วยส่งให้พวกเขาเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ได้สำเร็จ ในฐานะรองแชมป์กลุ่ม H
รูปเกมในวันนี้ ทัพโสมขาว ทำการบ้านมาได้เป็นอย่างดี หลังพวกเขาตั้งเกมรับอันเหนียวแน่น และรอโอกาสสวนกลับ พร้อมใช้โอกาสที่มีน้อยนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ สวนทางกับ ทัพฝอยทอง ที่มีโอกาสมากมาย แต่จบสกอร์ได้อย่างไม่เฉียบคม จนทำให้ต้องพ่ายแพ้หนแรกในทัวร์นาเมนต์นี้ไปในที่สุด
ครึ่งแรก
เกมเริ่มต้นขึ้นเพียงแค่ 7 นาที โปรตุเกส ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกยิงจ่อๆ ของ ริคาร์โด้ ออร์ต้า
นาทีที่ 17 เกาหลีใต้ เกือบได้ประตูตีเสมอ จากการเปิดฟรีคิกเข้ามาในกรอบเขตโทษ และเป็นทาง คิม จิน-ซู ได้จิ้มเข้าไปโล่งๆ ทว่าเขาอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า
นาทีที่ 27 เกาหลีใต้ ตีเสมอ 1-1 จากลูกยิงของ คิม ยอง-กวอน
South Korea’s Kim Young-gwon scores their first goal pic.twitter.com/4y22aWQwr8
— USETVGOFC (@usetvgof) December 2, 2022
นาทีที่ 36 อี คัง-อิน ได้รับใบเหลือง จากจังหวะไปย่ำใส่ วิตินญา
หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก เกาหลีใต้ เสมอกับ โปรตุเกส อยู่ที่ 1-1
ครึ่งหลัง
นาทีที่ 90+1 เกาหลีใต้ ได้ประตูแซงนำเป็น 2-1 จากลูกยิงของ ฮวาง ฮี-ชาน
นาทีที่ 90+2 ฮวาง ฮี-ชาน ได้รับใบเหลือง จากจังหวะถอดเสื้อฉลองประตูชัย
จบการแข่งขัน เกาหลีใต้ เฉือนเอาชนะ โปรตุเกส ไปด้วยสกอร์ 2-1
ประเด็นที่น่าสนใจ
The World Cup in a message: pic.twitter.com/jXCKq5Zm2g
— B/R Football (@brfootball) December 2, 2022
- คริสเตียโน โรนัลโด้ ยังไม่สามารถทำประตูเทียบเท่าสถิติ ยูเซบิโอ้ ได้
- คริสเตียโน โรนัลโด้ บวกสถิติลงรับใช้ ทีมชาติโปรตุเกส มากที่สุดตลอดกาล เป็น 194 นัด
- โปรตุเกส ใช้ผู้เล่นตัวหลักในการออกสตาร์ทเพียงแค่ 5 คน ได้แก่ คริสเตียโน โรนัลโด้, รูเบน เนเวส, ดิโอโก้ ดาโลต์, เปเป้ และ ดิโอโก้ คอสต้า
- เกาหลีใต้ ทะลุรอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึกฟุตบอลโลก เป็นครั้งที่ 3
- ประตูแรกของ เกาหลีใต้ ได้มาจากการถวายพานของ คริสเตียโน โรนัลโด้
กานา 0-2 อุรุกวัย
Despite the win, Uruguay exit the World Cup with Ghana. @adidasfootball | #FIFAWorldCup
— FIFA World Cup (@FIFAWorldCup) December 2, 2022
กานา ฟอร์มบู่ หลังปราชัยต่อ อุรุกวัย ไปแบบสู้ไม่ได้ 0-2 ทว่าชัยชนะของ ทัพจอมโหด ไม่เพียงพอต่อการเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ และต้องแยกย้ายกลับบ้านด้วยกันทั้ง 2 ทีม
จุดเปลี่ยนสำคัญของเกม คือ การที่ ทัพดาวดำ ฉกฉวยโอกาสขึ้นนำจากลูกจุดโทษไม่ได้ ส่งผลให้ ทัพจอมโหด มีแรงฮึด ได้โถมบุกเข้าใส่จนได้ประตูขึ้นนำเพียงแค่ 5 นาที หลังจากนั้น อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังไม่ทราบว่าอะไรดลใจให้ อุรุกวัย มั่นใจมากว่า เกาหลีใต้ ไม่มีทางคว้า 3 คะแนนจาก โปรตุเกส เนื่องจากพวกเขาลงไปตั้งเกมรับ และไม่คิดจะทำประตูที่ 3 จนต้องแพ้ภัยตัวเองไปในที่สุด
ครึ่งแรก
นาทีที่ 18 กานา ได้จุดโทษ จากจังหวะที่ เซร์คิโอ โรเชต ผู้รักษาประตูไปกวาดขา โมฮัมเหม็ด คูดุส
นาทีที่ 20 ดาร์วิน นูนเญซ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะที่ไปต่อว่าผู้ตัดสิน
นาทีที่ 21 กานา พลาดโอกาสขึ้นนำ หลัง อังเดร อายิว ยิงจุดโทษไปติดเซฟ เซร์คิโอ โรเชต สกอร์ยังอยู่ที่ 0-0
นาทีที่ 26 อุรุกวัย ขึ้นนำ 1-0 จากลูกโหม่งจ่อๆ ของ จอร์เจียน เด อาร์ราสกาเอต้า
นาทีที่ 32 อุรุกวัย ทิ้งห่างออกไปเป็น 2-0 จากลูกฮาล์ฟวอลเลย์ ของ จอร์เจียน เด อาร์ราสกาเอต้า คนเดิม
หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก กานา ตามหลัง อุรุกวัย 0-2
ครึ่งหลัง
นาทีที่ 60 หลุยส์ ซัวเรซ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะที่เขาไปโวยผู้ตัดสิน
นาทีที่ 86 คามาลดีน ซูเลมานา ได้รับใบเหลือง
นาทีที่ 87 เซบาสเตียน โคอาเตส ได้รับใบเหลือง
นาทีที่ 90+9 อาลิดู เซดู ได้รับใบเหลือง จากจังหวะตัดเกมใส่ มักซี โกเมซ
นาทีที่ 90+10 โฮเซ คิเมเนซ และ เอดิสัน คาวานี ได้รับใบเหลืองจากจังหวะไปโวยใส่ผู้ตัดสิน
จบการแข่งขัน กานา พ่าย อุรุกวัย 0-2
ประเด็นที่น่าสนใจ
Different kind of tears ❤️? pic.twitter.com/PgQOnGZbj8
— B/R Football (@brfootball) December 2, 2022
- อังเดร อายิว เป็นผู้เล่นคนที่ 6 ในทัวร์นาเมนต์นี้ ที่ยิงจุดโทษไม่เข้า
- เหมือนฉายหนังม้วนเดิมจากฟุตบอลโลกปี 2010 กานา ยังไม่สามารถเจาะตาข่าย อุรุกวัย จากลูกจุดโทษได้
- อุรุกวัย ตกรอบ เนื่องจากพวกเขาเล่นติดประมาท ไม่เร่งทำประตูที่ 3 เพราะถึงแม้ว่าจะมีประตูได้เสียเท่ากับ เกาหลีใต้ 0 ประตูเท่ากัน และมี 4 คะแนน เท่ากัน แต่จำนวนลูกยิงของ ทัพจอมโหด น้อยกว่า ทัพโสมขาว ถึง 2 ลูก
- สถิติทำประตูต่อเนื่องในศึกฟุตบอลของ หลุยส์ ซัวเรซ ยุติลงที่ 3 ทัวร์นาเมนต์ (2010, 2014 และ 2018)
- หลุยส์ ซัวเรซ และ เอดิสัน คาวานี บวกสถิติลงรับใช้ ทีมชาติอุรุกวัย เป็น 137 และ 136 นัด มากที่สุดตลอดกาลเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ
แคเมอรูน 1-0 บราซิล
Cameroon go out with their heads held high! ??
— FIFA World Cup (@FIFAWorldCup) December 2, 2022
An incredible climax to an outstanding Group Stage… ?@adidasfootball | #FIFAWorldCup
แคเมอรูน ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการเชือด บราซิล ไปแบบนิ่มๆ 1-0 ทว่าน่าเสียดายที่ชัยชนะสุดยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ ไม่เพียงพอต่อการส่งพวกเขาเข้าสู่รอบต่อไป
เกมในวันนี้ ทัพหมอผี มีเกมรับสุดเหนียวแน่นจน ทัพแซมบ้า ทำอะไรได้ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ในขณะเดียวกัน ทัพเซเลเซา เองมีโอกาสทำจบสกอร์แบบเหน่งๆ หลายครั้งทว่าพวกเขาไม่คมกันเอง อีกทั้ง
ครึ่งแรก
นาทีที่ 6 นูอู โตโล ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเข้าสกัดอันตรายใส่ แอนโทนี
นาทีที่ 7 เอแดร์ มิลิเตา ได้รับใบเหลือง
นาทีที่ 28 ปิแอร์ กุนเด้ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะไปเหยียบเข้าที่หลังเท้าของ โรดรีโก้
นาทีที่ 32 คอลลินส์ ไฟ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะตัดเกมสวนกลับของ บราซิล
หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก แคเมอรูน เสมอกับ บราซิล ไปแบบไม่มีสกอร์ 0-0
ครึ่งหลัง
นาทีที่ 52 อเล็กซ์ เตลลิส ได้รับบาดเจ็บ จากจังหวะกระโดดไปชนกับผู้เล่นแคเมอรูน แล้วหล่นลงมากระแทกพื้น จนเล่นต่อไม่ไหว และถูกเปลี่ยนตัวออกไป
นาทีที่ 81 แว็งซองต์ อาบูบาการ์ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะตัดเกมสวนกลับของ บราซิล
นาทีที่ 85 กาเบรียล มาร์ติเนลลี ได้รับใบเหลือง จากจังหวะตัดเกมสวนกลับของ แคเมอรูน
นาทีที่ 90+2 แคเมอรูน ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกโหม่งของ แว็งซองต์ อาบูบาการ์
นาทีที่ 90+3 แว็งซองต์ อาบูบาการ์ ได้ใบเหลืองที่ 2 จนถูกไล่ออกจากสนามไป จากจังหวะที่เขาฉลองการทำประตูด้วยการถอดเสื้อ
จบการแข่งขัน แคเมอรูน เฉือนเอาชนะ บราซิล ไปด้วยสกอร์ 1-0
ประเด็นที่น่าสนใจ
Cameroon's Vincent Aboubakar scored in the 92nd minute to beat Brazil.
— B/R Football (@brfootball) December 2, 2022
He took his shirt off, got a second yellow and was sent off.
Worth it. pic.twitter.com/NuSG9tLxhh
- สถิติก่อนเกมของ บราซิล ในศึกฟุตบอลโลก ข่ม ชาติจากทวีปแอฟริกา มิด หลังเคยพบกับ ทีมจากกาฬทวีป 7 ครั้ง ชนะได้ทั้งหมด และในวันนี้พวกเขาเสียสถิติดังกล่าวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
- ตลอด 3 เกมที่ผ่านมาในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบแบ่งกลุ่ม บราซิล ทำประตูใส่คู่แข่งในช่วงครึ่งเวลาแรกไม่ได้เลย
- บราซิล เสียเซฟเป็นครั้งแรก จากลูกโหม่งของ บริย็อง เอ็มเบวโม
- ดาวิส เอปาสซี ผู้รักษาประตูมือ 2 ของแคเมอรูน รับหน้าที่ต่อจาก อ็องเดร โอนานา ที่ออกจากแคมป์ทีมชาติไปได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง หลังโชว์ซูเปอร์เซฟสวยๆ หลายครั้งในวันนี้
- บราซิล เสียสถิติไม่แพ้ในรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลโลกนัดที่ 18 ติดต่อกัน
- แคเมอรูน เป็นทีมเดียวในรอบแบ่งกลุ่ม ที่ไม่เสียประตูให้กับ บราซิล
- จากความพ่ายแพ้ของ บราซิล ในวันนี้ ส่งผลให้ทุกทีมที่โรเตชันนักเตะลงเอยด้วยความปราชัยทั้งหมด
- แคเมอรูน หยุดสถิติไร้ชัย 9 นัดติดต่อกันในศึกฟุตบอลโลก
เซอร์เบีย 2-3 สวิตเซอร์แลนด์
After a five-goal fest, the Swiss are heading to the Knockout Stages! ??@adidasfootball | #FIFAWorldCup
— FIFA World Cup (@FIFAWorldCup) December 2, 2022
สวิตเซอร์แลนด์ ทำสำเร็จคว้า 3 แต้มสุดสำคัญมาจาก เซอร์เบีย พร้อมการันตีตั๋วเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ในฐานะรองแชมป์กลุ่ม G หลังเฉือนเอาชนะคู่แข่งไปแบบสุดมันส์ 3-2
รูปเกมค่อนข้างสูสีกันเป็นอย่างมาก โดยวัดกันที่จังหวะจบสกอร์ ซึ่งเป็นทางฝั่ง ทัพจากแดนนาฬิกา ที่ทำได้ดีกว่า หลังเปลี่ยนโอกาสทองให้กลายเป็นประตูได้ และสมควรเป็นผู้ชนะ
ครึ่งแรก
นาทีที่ 11 เซอร์เบีย เกือบได้ประตูขึ้นนำ หลัง อันดริยา ซิฟโควิช ได้ลองส่องไกล ทว่าบอลไปชนเสา
นาทีที่ 15 ซิลแว็ง วิดแมร์ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะที่ไปดึง ฟิลิป คอสติช ล้มลงไป
นาทีที่ 20 สวิตเซอร์แลนด์ ขึ้นนำ 1-0 จากลูกยิงของ เซอร์ดาน ชากิรี
นาทีที่ 26 เซอร์เบีย ตีเสมอเป็น 1-1 จากลูกโหม่งของ อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช
นาทีที่ 34 รูเบน วาร์กัส ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเสียบสกัดหนักใส่ อันดริยา ซิฟโควิช
นาทีที่ 35 เซอร์เบีย แซงนำเป็น 2-1 จากลูกยิงของ ดูซาน วลาโฮวิช
นาทีที่ 44 สวิตเซอร์แลนด์ ตีเสมอเป็น 2-2 จากการเข้าฮอสมายิงของ บรีล เอ็มโบโล
หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก เซอร์เบีย เสมอกับ สวิตเซอร์แลนด์ อยู่ที่ 2-2
ครึ่งหลัง
นาทีที่ 47 เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเข้าสกัดทางด้านหลังของ กรานิท ชาก้า
นาทีที่ 48 สวิตเซอร์แลนด์ พลิกกลับมาแซงนำ 3-2 จากลูกยิงของ เรโม ฟรอยเลอร์
นาทีที่ 56 สตราฮินยา พาฟโลวิช ได้รับใบเหลือง จากจังหวะยกเท้าไปเตะโดนเข้าที่ลำตัวของ บรีล เอ็มโบโล
นาทีที่ 66 เปรแดร็ก ไรโควิช ตัวสำรอง ได้รับใบเหลือง จากการที่เจ้าตัวเดินออกนอกสนาม
นาทีที่ 81 เนมานยา กูเดล ได้รับใบเหลือง
นาทีที่ 82 อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช ได้รับใบเหลือง
นาทีที่ 90+5 กรานิท ชาก้า และ นิโคลา มิเลนโควิช จากจังหวะเล่นนอกเกมใส่กัน
นาทีที่ 90+9 ฟาเบียน แชร์ ได้รับใบเหลือง
นาทีที่ 90+10 ซาซ่า ลูคิช ได้รับใบเหลือง
ประเด็นที่น่าสนใจ
Players who have scored in each of the last three World Cups:
— B/R Football (@brfootball) December 2, 2022
Lionel Messi
Cristiano Ronaldo
Xherdan Shaqiri
?? pic.twitter.com/LS7l19QNMv
- เซอร์เบีย ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง หลังเอาชนะใครไม่ได้เลยในศึกฟุตบอลโลก 2022
- เซอร์ดาน ชากิรี ทำประตูในศึกฟุตบอลโลก 3 ทัวร์นาเมนต์ติดต่อกัน (2014, 2018 และ 2022)
- แมตช์นี้มีการแจกใบเหลืองมากที่สุดในศึกฟุตบอลโลก 2022 ด้วยจำนวน 11 ใบ
- สาเหตุที่การแข่งขันในนัดนี้มีความระอุสูง เนื่องจากความขัดแย้งด้านการเมืองระหว่าง ประเทศเซอร์เบีย และ ประเทศแอลเบเนีย โดยผู้เล่นสวิตเซอร์แลนด์ หลายรายในชุดนี้มีเชื้อสาย แอลเบเนีย
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ