สำหรับการแข่งขันศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ วันที่ 18 เดินทางมาสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีคู่แข่งขันทั้งหมด 2 คู่ มีดังนี้ คู่แรก ทีมชาติโครเอเชีย พบ ทีมชาติบราซิล และ คู่ที่ 2 ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ พบ ทีมชาติอาร์เจนตินา ซึ่งบทความนี้พวกเรา EkingsNews ได้ทำการรวบรวมผลการแข่งขัน และประเด็นที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นมาไว้ที่นี่หมดแล้ว
การแข่งขันประจำวันที่ 18 คู่แรก โครเอเชีย เกือบเอาตัวไม่รอดในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่พบกับ ญี่ปุ่น โดยเกมดังกล่าว รองแชมป์เก่า ลงเล่นด้วยฟอร์มสุดน่าผิดหวัง หลังต้องไล่ตามทวงประตูคืนจาก ทัพซามูไรบลูส์ อีกทั้งเมื่อพวกเขาตามตีเสมอได้สำเร็จ กลับทำอันตรายใดๆ แนวรับของ ทีมจากแดนอาทิตย์อุทัย ไม่ได้อีกเลย จนจบช่วงต่อเวลาพิเศษ ทว่าโชคยังดีที่ ทัพตราหมากรุก ยังสังหารจุดโทษได้อย่างแม่นยำพอที่จะเอาชนะมาได้ ทำให้ยังอยู่ในเส้นทางการคว้าแชมป์ต่อไป ส่วนทางด้าน บราซิล ยังคงฟอร์มร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่พวกเขาไล่ยำใหญ่ใส่ เกาหลีใต้ 4-0 ตั้งแต่ครึ่งเวลาแรก ทำให้อีก 45 นาทีที่เหลือ ทัพแซมบ้า ได้พักตัวผู้เล่นอย่างเต็มที่ เหนือสิ่งอื่นใดดูเหมือนว่า ลูกทีมของตีเต้ จะจูนทีมกันติดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และต่อบอลกันได้อย่างเข้าขา นั่นจึงทำให้การแข่งขันนัดนี้ จะเป็นงานยากสำหรับ ชาติตัวแทนจากยุโรปไม่น้อย
ส่วนคู่ที่ 2 เนเธอร์แลนด์ เดินทางมาสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย พ่วงมาด้วยสถิติไร้พ่ายตลอดทัวร์นาเมนต์ โดยในรอบน็อคเอาท์ที่ผ่านมา พวกเขากำชัยเหนือ สหรัฐอเมริกา ไปได้แบบสบายๆ 3-1 แสดงให้เห็นว่า เหล่าขุนพลของ หลุยส์ ฟาน กัล ฟอร์มกำลังเข้าฝัก และยากเกินจะหยุดยั้ง อีกทั้งจุดเด่นของ ทัพอัศวินสีส้มชุดนี้ คือ ผู้เล่นริมเส้นทั้งปีก และแบ็ค ที่ช่วยกันสอดประสานเติมเกมรุกได้อย่างสุดมันส์ พร้อมด้วยความรวดเร็วดั่งจรวด อันเป็นอาวุธสุดอันตรายที่คู่แข่งของพวกเขาจำเป็นต้องรับมือ อีกด้านหนึ่ง อาร์เจนตินา ทะลุเข้าสู่รอบควอร์เตอร์ไฟนอล มาได้แบบทุลักทุเล ด้วยการเฉือนเอาชนะ ออสเตรเลีย 2-1 การแสดงสีหน้า และท่าทางของ ลิโอเนล เมสซี หลังจบเกมในวันนั้นเปรียบเสมือนกับการเผยเป็นนัยว่า ทัพฟ้าขาวชุดนี้ อาจยังไม่ดีพอต่อการเถลิงแชมป์ เพราะตลอดการแข่งขัน 90 นาที แชมป์โคปา อเมริกา ปีล่าสุด มีจังหวะที่เกือบใส่สกอร์ได้หลายครั้ง แต่กลับทำไม่ได้ ใช้โอกาสเหล่านั้นได้อย่างสิ้นเปลือง จนเกือบพลาดท่าถูกตีเสมอก่อนสิ้นเสียงนกหวีดยาว ชี้ให้เห็นว่าแนวรับของพวกเขามีอาการเครื่องรวน และช็อตกันไปเองแบบดื้อๆ ส่วนแนวรุกเองกลับไม่มีความเฉียบคม ด้วยเหตุนี้ ดูเหมือนว่า ทัพกังหันลมสีส้ม จะเป็นต่อกว่าเล็กน้อย สำหรับเรื่องการเล่นกันอย่างเข้าขาภายในทีม
โครเอเชีย 0-0 บราซิล (ช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-1, จุดโทษ 4-2)
Croatia advance to the Semi-final! ?@adidasfootball | #FIFAWorldCup
— FIFA World Cup (@FIFAWorldCup) December 9, 2022
โครเอเชีย โชว์เหนียวยันเสมอ บราซิล ไปได้จนจบช่วงต่อเวลาพิเศษด้วยสกอร์ 1-1 ก่อนจะกำชัยในการดวลจุดโทษ พร้อมคว้าตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปได้เป็นทีมแรก แบบช็อกโลก
รูปเกมที่ออกมาค่อนข้างน่าอึดอัด เนื่องจากทั้ง 2 ฝ่ายทำอะไรกันไม่ค่อยได้ค่อนไปทางสูสี และถึงแม้ว่า ทัพแซมบ้า จะเป็นทีมที่มีโอกาสจบสกอร์มากกว่า แต่กลับไม่เฉียบคมพอ ไม่สามารถยิงผ่านมือของผู้รักษาประตูจอมหนึบอย่าง โดมินิค ลิวาโควิช ได้
ส่วนทางด้าน ทัพตราหมากรุก เมื่อพวกเขาบุกขึ้นไปถึงหน้ากรอบเขตโทษของ ทัพเซเลเซา ได้สำเร็จ แต่กลับไร้จินตนาการในการเข้าทำ ส่งผลให้ไม่มีจังหวะจบสกอร์แบบจะแจ้งเลย อย่างไรก็ตามต้องชื่นชมแนวรับที่มีระเบียบวินัย และช่วยกันเล่นเกมป้องกันได้ดี จนสามารถยันเสมอ บราซิล ได้ตลอดระยะเวลา 120 นาที ก่อนจะเป็นฝ่ายเอาชนะการดวลจุดโทษไปได้ในที่สุด
ครึ่งแรก
นาทีที่ 25 ดานิโล ได้รับใบเหลือง จากจังหวะยกเท้าสูงไปเฉี่ยวศีรษะของ โยซิช ยูราโนวิช
นาทีที่ 31 มาร์เซโล โบรโซวิช ได้รับใบเหลือง จากจังหวะแซะข้อเท้าของ เนย์มาร์
หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก โครเอเชีย เสมอกับ บราซิล อยู่ที่ 0-0
ครึ่งหลัง
นาทีที่ 48 ผู้เล่นของบราซิล เปิดบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ บอลไปตกใส่แขนของ โยซิช ยูราโนวิช ทว่าผู้ตัดสิน ไมเคิล โอลิเวอร์ ไม่ให้เป็นลูกจุดโทษ
นาทีที่ 68 กาเซมิโร ได้รับใบเหลือง จากจังหวะวิ่งเข้าไปชนด้านหลังของ อังเดร ครามาริช
นาทีที่ 77 มาร์ควินญอส ได้รับใบเหลือง จากจังหวะตัดเกมสวนกลับของ โครเอเชีย
หมดเวลาการแข่งขันในช่วง 90 นาที โครเอเชีย กับ บราซิล ยังทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันแบบไร้สกอร์ 0-0
ช่วงต่อเวลาพิเศษ
นาทีที่ 103 โครเอเชีย ทิ้งโอกาสทอง จากจังหวะที่ บรูโน เพตโควิช แตะบอลหลบกองหลังบราซิล มาได้ และไหลให้ มาร์เซโล โบรโซวิช ได้ส่องบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ทว่าบอลเหินข้ามคานออกไปแบบไม่ได้ลุ้น
นาทีที่ 105+1 บราซิล ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ เนยมาร์ แตะบอลหลบ โดมินิค ลิวาโควิช ได้เข้าไปยิงแบบโล่งๆ
นาทีที่ 117 โครเอเชีย ตีเสมอเป็น 1-1 จากลูกยิงของ บรูโน เพตโควิช และเจ้าตัวไปถอดเสื้อฉลองประตู ทำให้ได้รับใบเหลือง
หมดเวลาการแข่งขันในช่วงต่อเวลาพิเศษ โครเอเชีย เสมอกับ บราซิล 1-1 ส่งผลให้ต้องไปตัดสินกันที่การดวลจุดโทษ
จุดโทษ (โครเอเชีย 4-2 บราซิล)
| โครเอเชีย | บราซิล |
| นิโกลา วลาซิช (เข้า) | โรดรีโก้ (ไม่เข้า) |
| ลอฟโร มาเยอร์ (เข้า) | กาเซมิโร (เข้า) |
| ลูก้า โมดริช (เข้า) | เปโดร (เข้า) |
| มิสลาฟ ออร์ซิช (เข้า) | มาร์ควินญอส (ไม่เข้า) |
ประเด็นที่น่าสนใจ
Dominik Livaković has FOUR penalty shootout saves at this tournament.
— B/R Football (@brfootball) December 9, 2022
Croatia’s hero ? pic.twitter.com/08GOepYlTe
- ลูก้า โมดริช ผู้เล่นที่รับใช้ ทีมชาติโครเอเชีย มากที่สุดตลอดกาล บวกสถิติลงสนามเพิ่มเป็น 160 นัดพอดี
- เนย์มาร์ ลงรับใช้ ทีมชาติบราซิล มากที่สุดตลอดกาลเป็นอันดับ 4 ที่ 124 นัด ตามหลัง โรแบร์โต้ คาร์ลอส อันดับ 3 อีกเพียงแค่นัดเดียว
- จากการที่ เนย์มาร์ บวกประตูเพิ่มให้ตัวเองในวันนี้ ส่งผลให้เขาขึ้นแท่นเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ ทีมชาติบราซิล เทียบเท่ากับ เปเล่ ที่ 77 ประตู
- จุดเปลี่ยนที่ทำให้ บราซิล ตกรอบมาจากการที่อีก 15 นาทีสุดท้ายที่เหลือในช่วงต่อเวลาพิเศษ ตีเต้ ตัดสินใจเล่นรับแล้วรอจังหวะสวนกลับ ก่อนจะโดนโต้ และถูกตีเสมอเสียเอง
- โดมินิค ลิวาโควิช ผู้รักษาประตูโครเอเชีย โชว์ฟอร์มเหนียวอย่างต่อเนื่อง น่าสนใจว่าตลาดซื้อขายหนหน้าทีมใดจะคว้าตัวเขาไปร่วมทัพ
- โดมินิค ลิวาโควิช เซฟประตูในการดวลจุดโทษไปแล้วถึง 4 ครั้ง
- โครเอเชีย ลงเล่นช่วงต่อเวลาพิเศษถึง 2 นัดติดต่อกัน และเป็นการลากยาวถึงการดวลจุดโทษทั้งหมด
- โครเอเชีย มีสถิติลงเล่นในศึกฟุตบอลโลกช่วงต่อเวลาพิเศษ 1 ครั้ง และดวลจุดโทษรวมนัดนี้เป็น 4 ครั้ง พวกเขาสามารถเอาชนะไปได้ทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์
- ตลอดระยะเวลา 90 นาที โครเอเชีย ยิงไม่เข้ากรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว
- ตลอดระยะเวลา 120 นาที โครเอเชีย ยิงเข้ากรอบเพียงหนเดียว และเป็นประตูทันที
เนเธอร์แลนด์ 2-2 อาร์เจนตินา (3-4 จุดโทษ)
Argentina are through to the Semi-finals!@adidasfootball | #FIFAWorldCup
— FIFA World Cup (@FIFAWorldCup) December 9, 2022
เนเธอร์แลนด์ ยันเสมอกับ อาร์เจนตินา ไปแบบสุดดราม่า 2-2 ก่อนจะพ่ายการดวลจุดโทษร่วงตกรอบฟุตบอลโลก 2022 ตาม บราซิล ไปติดๆ ส่วนทางด้าน ทัพฟ้าขาว ทำสำเร็จ ตีตั๋วเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย เพื่อไปพบกับ โครเอเชีย
ภาพรวมของเกม ทัพฟ้าขาว ทำได้ดีมาตลอด 80 นาทีของการแข่งขัน หลังได้ตั้งเกมบุกเข้าใส่ ทัพอัศวินสีส้ม อยู่ฝ่ายเดียว จนบีบให้พวกเขาทำได้เพียงแค่รอจังหวะสวนกลับ ทว่า เกมรับของสคาโลนี เสียสมาธิง่ายเกินไป จนเสีย 2 ประตู ในช่วงท้ายเกม จนต้องไปลุ้นกันต่อที่การต่อเวลาพิเศษ
อย่างไรก็ตาม ในช่วงต่อเวลาพิเศษ แชมป์ 2 สมัย ยังทำได้ดีกว่าชัดเจน หลังโถมบุกกระหน่ำใส่คู่แข่งอยู่ฝ่ายเดียว เพียงแต่จบสกอร์ไม่ลง ก่อนจะกำราบ ทัพกังหันลมสีส้ม ลงได้ด้วยความเฉียบขาดในการยิงจุดโทษ และ 2 เซฟสำคัญของ เอมิเลียโน มาร์ติเนซ
ครึ่งแรก
นาทีที่ 35 อาร์เจนตินา ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ลิโอเนล เมสซี คิลเลอร์พาสมาให้กับ นาอูเอล โมลินา ได้หลุดเข้าไปยิงโล่งๆ
นาทีที่ 43 มาร์กอส อคุนญา ได้รับใบเหลือง จากจังหวะไปเหยียบใส่เท้าของ เดนเซล ดุมฟรีส
นาทีที่ 43 ยูร์เรียน ทิมเบอร์ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะไปผลักใส่ มาร์กอส อคุนญา
นาทีที่ 45 คริสเตียน โรเมโร ได้รับใบเหลือง จากจังหวะจงใจใช้มือปัดบอล
นาทีที่ 45+2 เว้าท์ เวกฮอร์สต์ ตัวสำรองของ เนเธอร์แลนด์ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะที่ไปโวยใส่ผู้ตัดสิน
หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก เนเธอร์แลนด์ ตามหลัง อาร์เจนตินา อยู่ 0-1
ครึ่งหลัง
นาทีที่ 71 อาร์เจนตินา ได้จุดโทษ จากจังหวะที่ เดนเซล ดุมฟรีส เข้าสกัด มาร์กอส อคุนญา ในกรอบเขตโทษแบบไม่เจอบอล
นาทีที่ 73 อาร์เจนตินา หนีห่างออกไปเป็น 2-0 จากการสังหารจุดโทษของ ลิโอเนล เมสซี
นาทีที่ 76 เอมิเลียโน มาร์ติเนซ, ลิซานโดร มาร์ติเนซ และ เมมฟิส เดปาย ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเล่นนอกเกม
นาทีที่ 83 เนเธอร์แลนด์ ไล่มาเป็น 1-2 จากลูกโหม่งของ เว้าท์ เวกฮอร์สต์
นาทีที่ 88 สตีเฟน เบิร์กเฮาส์ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะที่ไปผลัก ลิโอเนล เมสซี ล้มลงไป
นาทีที่ 89 เลอันโดร ปาเรเดส ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเสียบสกัดใส่ นาธาน อาเก้
นาทที่ 90 ลิโอเนล สคาโลนี กุนซืออาร์เจนตินา ได้รับใบเหลือง
นาทีที่ 90+4 เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะวิ่งเข้าไปชนใส่ เลอันโดร ปาเรเดส
นาทีที่ 90+11 ลิโอเนล เมสซี ได้รับใบเหลือง จากจังหวะไปโวยใส่ผู้ตัดสิน
นาทีที่ 90+11 เนเธอร์แลนด์ ตีเสมอเป็น 2-2 จากประตูของ เว้าท์ เวกฮอร์สต์
หมดเวลาการแข่งขัน 90 นาที เนเธอร์แลนด์ เสมอกับ อาร์เจนตินา ไปด้วยสกอร์ 2-2
ช่วงต่อเวลาพิเศษ
นาทีที่ 93 นิโกลัส โอตาเมนดี้ ได้รับใบเหลือง
นาทีที่ 109 กอนซาโล มอนเทียล ได้รับใบเหลือง
นาทีที่ 112 เคร์มัน เปซเซลลา ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเสียบสกัดใส่ โคดี้ คักโป
นาทีที่ 120 อาร์เจนตินา เกือบได้ประตูชัย หลัง เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ได้ลองซัดไกล แต่บอลไปชนเสา
จบการแข่งขันในช่วงต่อเวลาพิเศษ เนเธอร์แลนด์ ยังเสมอกับ อาร์เจนตินา อยู่ที่ 2-2 ต้องไปตัดสินกันที่การดวลจุดโทษ
จุดโทษ (เนเธอร์แลนด์ 3-4 อาร์เจนตินา)
เดนเซล ดุมฟรีส และ โนอา ลัง ได้รับใบเหลือง จากจังหวะไปรบกวนสมาธิของผู้เล่นอาร์เจนตินา ขณะที่กำลังจะยิงจุดโทษ
| เนเธอร์แลนด์ | อาร์เจนตินา |
| เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (ไม่เข้า) | ลิโอเนล เมสซี (เข้า) |
| สตีเฟน เบิร์กเฮาส์ (ไม่เข้า) | เลอันโดร ปาเรเดส (เข้า) |
| เทิน คูปไมเนอร์ส (เข้า) | กอนซาโล มอนเทียล (เข้า) |
| เว้าท์ เวกฮอร์สต์ (เข้า) | เอ็นโซ เฟร์นานเดซ (ไม่เข้า) |
| ลุค เดอ ยอง (เข้า) | เลาตาโร มาร์ติเนซ (เข้า) |
ประเด็นที่น่าสนใจ
Emi Martinez with TWO penalty saves.
— B/R Football (@brfootball) December 9, 2022
All of Argentina right now ? pic.twitter.com/8ug7RR6Uhy
- ครึ่งแรก และช่วงต่อเวลาพิเศษ เนเธอร์แลนด์ ยิงไม่เข้ากรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว
- เนเธอร์แลนด์ ยิงเข้ากรอบในช่วงครึ่งหลัง 2 ครั้ง เป็น 2 ประตู
- ลิโอเนล เมสซี บวกสถิติลงเล่นในนาม ทีมชาติอาร์เจนตินา มากที่สุดตลอดกาล เป็น 170 นัด
- ลิโอเนล เมสซี บวกสถิติดาวซัลโวสูงสุดของ ทีมชาติอาร์เจนตินา เป็น 95 ประตู
- อังเคล ดิ มาเรีย เจ้าของสถิติลงเล่นในนาม ทีมชาติอาร์เจนตินา มากที่สุดตลอดกาล อันดับ 4 บวกสถิติเพิ่มเป็น 128 นัด
- นี่เป็นแมตช์ที่มีการแจกใบเหลืองมากที่สุดในศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ 15 ใบ
- เนเธอร์แลนด์ เป็นทีมเดียวในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบสุดท้ายที่ไล่ตีเสมอคู่แข่งได้สำเร็จ แต่ยังตกรอบ
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ