สำหรับการแข่งขันศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ วันที่ 9 มีคู่แข่งขันทั้งหมด 4 คู่ เช่นเคย โดยเป็นการแข่งขันในนัดที่ 2 ของแต่ละคู่แข่งขัน มีดังนี้ คู่แรก ทีมชาติแคเมอรูน พบ ทีมชาติเซอร์เบีย คู่ที่ 2 ทีมชาติเกาหลีใต้ พบ ทีมชาติกานา คู่ที่ 3 ทีมชาติบราซิล พบ ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ และคู่สุดท้ายของวันระหว่าง ทีมชาติโปรตุเกส พบ ทีมชาติอุรุกวัย ซึ่งบทความนี้พวกเรา EkingsNews ได้ทำการรวบรวมผลการแข่งขัน และประเด็นที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นมาไว้ที่นี่หมดแล้ว

สำหรับการแข่งขันในวันที่ 9 เกมคู่แรก แคเมอรูน ลงประเดิมสนามนัดแรกได้ไม่สวยเท่าไร หลังพ่ายให้กับ สวิตเซอร์แลนด์ 0-1 จริงๆ แล้วภาพรวมจากเกมวันนั้น ทัพหมอผี สู้ได้ดี ค่อนข้างสูสี และมีโอกาสจบสกอร์หลายครั้ง ทว่าเปลี่ยนให้กลายเป็นประตูไม่ได้ นั่นถือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ต้องตกเป็นฝ่ายปราชัยไป เช่นเดียวกันกับ เซอร์เบีย แมตช์ที่พวกเขาลงฟัดกับ บราซิล ทำผลงานได้สุดย่ำแย่ด้วยการยิงไม่ตรงกรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว เกมแดนกลางไม่สามารถเชื่อมเกมไปสู่แดนหน้าได้ ทำให้ ดูซาน วลาโฮวิช และ อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช ไร้พิษสง กอปรกับการที่พวกเขากลัวเกินไป ลงไปตั้งรับในแดนทั้ง 11 คน ส่งผลให้ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปอีกทีม เนื่องจากรูปแบบการเล่นที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง

ส่วนคู่ที่ 2 เกาหลีใต้ โชว์ฟอร์มแจ่มด้วยการยันเสมอหนึ่งในยอดทีมจากทวีปอเมริกาใต้อย่าง อุรุกวัย ได้แบบอยู่หมัด แมตช์ดังกล่าวทั้ง 2 ทีมได้สลับกันผลัดกันรุกผลัดกันรับแทบทั้งเกม แต่เป็นทัพโสมขาวอาจดูแผ่วๆ ลงไปในช่วงท้าย พละกำลัง และความเฉียบคมในการจบสกอร์จึงเป็นเรื่องที่พวกเขาต้องกลับไปแก้ไข ส่วนคู่แข่งของพวกเขาอย่าง กานา ต้องถือว่าสร้างผลงานได้แบบสุดเซอร์ไพรส์ด้วยการต่อกรกับ โปรตุเกส ของ คริสเตียโน โรนัลโด้ ได้อย่างไม่เกรงกลัว ทว่าน่าเสียดายที่ ทัพดาวดำ ไม่สามารถฉกฉวยโอกาสตีเสมอได้ในช่วงก่อนหมดเวลา ส่งผลให้ต้องพ่ายไปในที่สุด  

ถัดมาในคู่ที่ 3 เป็นคิวของ บราซิล ที่มีฟอร์มการเล่นนัดแรกได้สมราคาเต็งแชมป์ หลังกระหน่ำบุกใส่ เซอร์เบีย อยู่ฝ่ายเดียว จนแทบไปไม่เป็น หรือจะเรียกว่า “สอนบอล” ก็คงไม่ผิด โดยวันนี้ ทัพแซมบ้า ต้องเผชิญหน้ากับ สวิตเซอร์แลนด์ อีก 1 ทีมที่คว้า 3 แต้มมาได้แบบไม่พลิกโผ แต่ถ้าหากเทียบกันตามเนื้อผ้า ทัพเซเลเซา ค่อนข้างดูเหนือชั้นกว่าอยู่หลายขุม จึงขอฟันธงเลยว่าผลการแข่งขันที่ออกมา ไม่น่าเป็นกังวลเท่าไรสำหรับแชมป์โลก 5 สมัย  

มาถึงคู่สุดท้ายเป็นการลงฟาดแข้งกันของ โปรตุเกส และ อุรุกวัย ทัพฝอยทอง เกือบเอาตัวไม่รอดในนัดแรก หลังทำได้เพียงเฉือนเอาชนะ กานา ไปด้วยสกอร์ 3-2 และเกือบโดนตีเสมอในช่วงก่อนหมดเวลาจากความผิดพลาดของ ดิโอโก้ คอสต้า ที่ไม่ทันระวังตัว จนเกือบถูก อินญากี้ วิลเลียมส์ ฉกบอลไปยิง ส่วนทางด้าน ทัพจอมโหด เห็นได้ชัดว่าอายุที่มากขึ้นของเหล่าสตาร์ในทีมส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวง เนื่องจากฟอร์มการเล่นของพวกเขาไม่ได้พีคเหมือนกับเมื่อปี 2018 อีกต่อไป ทำให้เกมรุกของ อุรุกวัย ดูดร็อปลงไปมาก แต่ต้องยอมรับว่าแผงเกมรับยังคงเหนียวแน่นดังเช่นเคย น่าสนใจมากว่า เจ้าของตำแหน่งดาวซัลโวทีมชาติสูงสุดตลอดกาล จะสามารถเจาะตาข่ายในวันนี้ได้หรือไม่

เซอร์เบีย 3-3 แคเมอรูน

เซอร์เบีย แบ่งแต้มกับ แคเมอรูน ไปแบบสุดมันส์ 3-3 โดยผู้ทำประตูไม่ซ้ำหน้าเลยแม้แต่คนเดียว จากการเจ๊ากันในวันนี้ทำให้ทั้ง 2 ทีม ต้องไปตัดสินกันที่นัดสุดท้าย และลุ้นผลการแข่งขันคู่ระหว่าง บราซิล พบ สวิตเซอร์แลนด์

พลพรรคแข้งเซิร์บ เล่นเกมรับได้สุดย่ำแย่ หลังนำห่าง ทัพหมอผี ถึง 3-1 ทว่ากลับถูกตีเสมอ 3-3 แบบติดๆ กัน ไม่สามารถคว้า 3 แต้มที่อยู่ตรงหน้ามาครองได้ ส่งผลให้ แคเมอรูน ยังไม่ตกรอบอย่างเป็นทางการ

ครึ่งแรก

นาทีที่ 24 นิโกลาส์ เอ็นคูลู ได้รับใบเหลือง จากจังหวะไปจิ้มตาของ อันดริยา ซิฟโควิช

นาทีที่ 29 แคเมอรูน ออกนำ 1-0 จากลูกยิงของ ฌอง-ชาร์ลส์ กัสเตลเลตโต้

นาทีที่ 30 คริสติย็อง บาสโซก็อก ตัวสำรองของ แคเมอรูน ได้รับใบเหลือง จากจังหวะที่วิ่งเข้าไปดีใจในสนาม

นาทีที่ 45+1 เซอร์เบีย ตีเสมอ 1-1 จากลูกโหม่งของ สตราฮินยา พาฟโลวิช แบบไม่มีใครขึ้นประกบเลย

นาทีที่ 45+3 เซอร์เบีย แซงนำ 2-1 จากลูกยิงหน้ากรอบเขตโทษของ เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช

นาทีที่ 45+4 ลูก้า โยวิช ตัวสำรองของ เซอร์เบีย ได้รับใบเหลือง

หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก เซอร์เบีย นำ แคเมอรูน 2-1

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 53 เซอร์เบีย หนีห่างออกไปเป็น 3-1 จากลูกยิงโล่งๆ ของ อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช

นาทีที่ 56 สตราฮินยา พาฟโลวิช ผู้ทำประตูตีเสมอให้กับ เซอร์เบีย ได้รับบาดเจ็บหนัก จนไม่สามารถเล่นต่อได้ และถูกเปลี่ยนตัวออกไป

นาทีที่ 64 แคเมอรูน ได้ประตูไล่มาเป็น 3-2 จากลูกงัดโด่งของ แว็งซองต์ อาบูบาการ์

นาทีที่ 66 แคเมอรูน ตีเสมอเป็น 3-3 จากลูกยิงของ เอริค มักซิม ชูโป-โมติง

จบการแข่งขัน เซอร์เบีย เสมอกับ แคเมอรูน 3-3

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • ฌอง-ชาร์ลส์ กัสเตลเลตโต้ เบิกประตูแรกในนามทีมชาติแคเมอรูน และประตูดังกล่าวยังเป็นประตูแรกในศึกฟุตบอลโลก 2022 ของทัพหมอผี อีกด้วย
  • นี่เป็นแมตช์แรกในศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ผู้เล่นตัวสำรองโดนใบเหลือง
  • อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช ซัดไปถึง 7 ประตู จาก 6 นัดหลังสุด ในนามทีมชาติ
  • แว็งซองต์ อาบูบาการ์ เป็นฮีโร่สำหรับ แคเมอรูน อย่างแท้จริง หลังถูกเปลี่ยนตัวลงมาช่วยทีมซัด 1 ประตู กับทำอีก 1 แอสซิสต์
  • แคเมอรูน หยุดความพ่ายแพ้ 8 นัดติดต่อกันในศึกฟุตบอลโลก

เกาหลีใต้ 2-3 กานา

ทัพโสมขาว โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าผิดหวัง หลังพ่ายให้กับ ทัพดาวดำ 2-3 ไม่สามารถคว้ามาได้เลยแม้แต่แต้มเดียว ส่งผลให้พวกเขามีโอกาสตกรอบแทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว

เกาหลีใต้ เป็นฝ่ายที่ครองบอล และหาโอกาสจบสกอร์ได้เยอะกว่า ทว่าสวนทางกับความเฉียบคม ผิดกับ กานา ที่มีโอกาสน้อยแต่เปลี่ยนให้เป็นประตูได้ นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ชี้ขาดผลการแข่งขันในวันนี้

ครึ่งแรก

นาทีที่ 21 แดเนียล อมาร์ตีย์ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะที่มีแขนไปฟาดเข้าใส่ใบหน้าของ โช กยู-ซอง

นาทีที่ 24 กานา ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกเปิดฟรีคิกเข้ามาของ จอร์แดน อายิว และเป็น โมฮัมเหม็ด ซาลิซู ได้ยิงเข้าไป

นาทีที่ 27 จอง อู-ยอง ได้รับใบเหลือง จากการตัดเกมสวนกลับของ กานา

นาทีที่ 35 กานา หนีห่างออกไปเป็น 2-0 จากลูกโหม่งของ โมฮัมเหม็ด คูดุส

หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก เกาหลีใต้ ตามหลัง กานา 0-2

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 58 เกาหลีใต้ ตีตื่นขึ้นมาเป็น 1-2 จากลูกโหม่งของ โช กยู-ซอง

นาทีที่ 62 เกาหลีใต้ ตีเสมอเป็น 2-2 จากลูกโหม่งของ โช กยู-ซอง คนเดิม

นาทีที่ 68 กานา ออกนำอีกครั้ง 3-2 จากลูกยิงของ โมฮัมเหม็ด คูดุส

นาทีที่ 73 ทาริก แลมพ์ตีย์ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเข้าสกัดใส่ ซน ฮึง-มิน

นาทีที่ 77 คิม ยอง-กวอน ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเข้าสกัดหนักใส่ ผู้เล่นกานา

นาทีที่ 90+11 เปาโล เบนโต ผู้จัดการทีมชาติเกาหลีใต้ โดนใบแดง จากจังหวะไปโวยใส่ผู้ตัดสิน

จบการแข่งขัน เกาหลีใต้ พ่ายให้กับ กานา 2-3

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • ประตูที่ กานา ขึ้นนำ 1-0 มีจังหวะแฮนด์ในกรอบเขตโทษของ จอร์แดน อายิว ก่อน ทว่าผู้ตัดสิน และห้อง VAR ให้เป็นประตู
  • การเสีย 2 ประตู ของ เกาหลีใต้ ล้วนมาจากลูกครอส แสดงให้เห็นว่า เกมรับของพวกเขาค่อนข้างมีปัญหาในการรับมือกับลูกกลางอากาศ
  • การแข่งขันในช่วงครึ่งแรกเวลาแรก เกาหลีใต้ ยิงไม่ตรงกรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว
  • โมฮัมเหม็ด คูดุส มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 22 ปี จาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เบิกประตูแรกในศึกฟุตบอลโลก ให้กับตัวเองได้สำเร็จ
  • เปาโล เบนโต เป็นกุนซือคนแรกในศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ได้รับใบแดง
  • ลอว์เรนซ์ อาตี-ซิกี้ ผู้รักษาประตูของ กานา โชว์ฟอร์มเจ๋ง หลังช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการเสียประตู จากการโถมบุกราวกับพายุคลั่งของ เกาหลีใต้ ในช่วง 20 นาทีสุดท้ายของเกม

บราซิล 1-0 สวิตเซอร์แลนด์

ทัพแซมบ้า โชว์ฟอร์มหรูอีกครั้ง หลังเชือด สวิตเซอร์แลนด์ ไปแบบนิ่มๆ 1-0 คว้า 3 แต้มสุดสำคัญ พร้อมตีตั๋วเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย

ทัพเซเลซา ยังคงแสดงให้เห็นถึงความเหนือชั้นกว่าคู่แข่ง หลังไล่บุกต้อน บี้ ยำใหญ่ ใส่ สวิตเซอร์แลนด์ อยู่ฝั่งเดียว จนทำให้ ชาติตัวแทนจากยุโรปทีมนี้ ทำอะไรได้ไม่เป็นชิ้นเป็น จนต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุด

ครึ่งแรก

รูปเกมที่ออกมาค่อนข้างชวนง่วง เนื่องจาก สวิตเซอร์แลนด์ มาตั้งรับโดยเฉพาะคล้ายกับ เซอร์เบีย จนทำให้ บราซิล เจาะไม่เข้า และแทบไม่มีโอกาสจบสกอร์แบบจะแจ้ง ก่อนที่การแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรกจะหมดลง เสมอกันอยู่ที่ 0-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 50 ฟาเบียน รีเดอร์ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะชักศอกใส่ โรดรีโก

นาทีที่ 52 เฟร็ด ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเข้าสกัดใส่ ฌิบริล โซว์

นาทีที่ 64 บราซิล เกือบได้ประตูขึ้นนำ หลัง วินิซิอุส จูเนียร์ ส่งบอลเข้าไปสู่ก้นตาข่าย ทว่าล้ำหน้าจากจังหวะบิ้วอัพ

นาทีที่ 83 บราซิล ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกฮาล์ฟวอลเลย์สุดสวยของ กาเซมิโร

จบการแข่งขัน บราซิล เฉือนเอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ ไปด้วยสกอร์ 1-0

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • ในช่วงครึ่งแรก สวิตเซอร์แลนด์ ไม่สามารถสร้างโอกาสจบสกอร์ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว (สร้างโอกาส 0 ยิงเข้ากรอบ 0 ยิงออกนอกกรอบ 0)
  • เกมในวันนี้เหมือนฉายหนังม้วนเดิมกับเกมที่ บราซิล พบ เซอร์เบีย เนื่องจากครึ่งแรก ทัพแซมบ้า ทำอะไร ทีมจากแดนนาฬิกา ไม่ได้เลย ก่อนจะได้ประตูชัยในช่วงครึ่งเวลาหลังเช่นเดียวกัน
  • ใบเหลืองของ เฟร็ด คือ ใบเหลืองแรกของ ทีมชาติบราซิล
  • บราซิล เป็นทีมที่ 2 ที่การันตีตั๋วเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ตามหลัง ฝรั่งเศส ไปแบบติดๆ

โปรตุเกส 2-0 อุรุกวัย

ทัพฝอยทอง ฟอร์มแรงต่อเนื่อง หลังคว้าชัยเหนือ จอมโหด ไปด้วย 2 ประตูของ บรูโน แฟร์นันด์ส พร้อมการันตีพื้นที่เข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ตาม ฝรั่งเศส และ บราซิล ไป

โปรตุเกส ครองเกม และสร้างโอกาสได้มากกว่า อุรุกวัย อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งต้องยอมรับว่า แชมป์ฟุตบอลโลก 1 สมัย ลงสู้ศึกเวิลด์ คัพ 2022 หนนี้ได้อย่างน่าอัปยศ หลังเปลี่ยนโอกาสทองให้เป็นประตูไม่ได้เลย และรูปเกมที่เล่นเหมือนไม่เคยซ้อมด้วยกันมาก่อน จึงไม่น่าแปลกใจที่ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปในวันนี้ ซึ่งถ้าหากนัดหน้ายังคงทำได้เพียงแค่เสมอกับ กานา ก็จำเป็นต้องโบกมือลาจากทัวร์นาเมนต์นี้ทันที

ครึ่งแรก

เกมเริ่มได้เพียงแค่ 6 นาที โรดริโก้ เบนตันกูร์ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเข้าสกัดหนักใส่ผู้เล่นโปรตุเกส

นาทีที่ 38 รูเบน เนเวส ได้รับใบเหลือง จากจังหวะที่ไปดึง กิเยร์โม วาเรลา ล้มลงไป

นาทีที่ 45 มาธิอัส โอลิเวรา ได้รับใบเหลือง จากจังหวะไปขวางการเล่นบอลเร็วของ โปรตุเกส

หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก โปรตุเกส เสมอกับอยู่ที่ อุรุกวัย 0-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 54 โปรตุเกส ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกเปิดของ บรูโน แฟร์นันด์ส ทว่าบอลดันเข้าประตูไปเลย

นาทีที่ 75 อุรุกวัย เกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่ มักซี โกเมซ ยิงบอลพุ่งไปชนเสา

นาทีที่ 77 เชา เฟลิกซ์ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะย้ำเท้า หลุยส์ ซัวเรซ

นาทีที่ 89 รูเบน ดิอาส ได้รับใบเหลือง

นาทีที่ 90+1 โปรตุเกส ได้จุดโทษจากจังหวะแฮนด์บอลของ หลุยส์ ซัวเรซ

นาทีที่ 90+3 โปรตุเกส ทิ้งห่างออกไปเป็น 2-0 จากการสังหารจุดโทษของ บรูโน แฟร์นันด์ส

นาทีที่ 90+9 บรูโน แฟร์นันด์ส พลาดโอกาสแฮตทริก หลังเจ้าตัวขอลองซัดไกล แต่บอลไปชนเสา

จบการแข่งขัน โปรตุเกส กำชัยเหนือ อุรุกวัย 2-0

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • คริสเตียโน โรนัลโด้ พลาดโอกาสบวกสถิติดาวซัลโวทีมชาติสูงสุดตลอดกาลเพิ่มเป็น 119 ประตู หลังถูกเปลี่ยนตัวออกก่อนจะได้จุดโทษ
  • ดิเอโก อลอนโซ กุนซืออุรุกวัย ตัดสินใจเลือกใช้ เอดิสัน คาวานี ยืนค้ำหน้าเป็นตัวจริงแทน หลุยส์ ซัวเรซ
  • ดิเอโก้ โกดิน, หลุยส์ ซัวเรซ และ เอดิสัน คาวานี บวกสถิติลงรับใช้ ทีมชาติอุรุกวัย มากที่สุดเพิ่มคนละ 1 นัด เป็น 161,136 และ 136 นัด ตามลำดับ
  • คริสเตียโน โรนัลโด้ บวกสถิติลงรับใช้ ทีมชาติโปรตุเกส มากที่สุดตลอดกาลเป็น 193 นัด
  • อุรุกวัย ยังหาประตูแรก ในศึกฟุตบอลโลก 2022 ไม่เจอ
  • โปรตุเกส ถอนแค้น อุรุกวัย จากฟุตบอลโลกปี 2018 ได้สำเร็จ โดยในทัวร์นาเมนต์นั้น ทัพจอมโหด เป็นฝ่ายเขี่ย ทัพฝอยทอง ร่วงตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ