สำหรับการแข่งขันศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ วันที่ 8 มีคู่แข่งขันทั้งหมด 4 คู่ เช่นเคย โดยนับตั้งแต่วันนี้จะเริ่มเข้าสู่การแข่งขันในนัดที่ 2 ของแต่ละคู่แข่งขัน ดังนี้ คู่แรก ทีมชาติญี่ปุ่น พบ ทีมชาติคอสตาริกา คู่ที่สอง ทีมชาติเบลเยียม พบ ทีมชาติโมร็อกโก คู่ที่สาม ทีมชาติโครเอเชีย พบ ทีมชาติแคนาดา และ คู่ที่สี่ ทีมชาติสเปน พบ ทีมชาติเยอรมนี  โดยบทความนี้พวกเรา EkingsNews ได้ทำการรวบรวมผลการแข่งขัน และประเด็นที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นมาไว้ที่นี่หมดแล้ว

สำหรับการแข่งขันในวันที่ 8 เกมคู่แรก ญี่ปุ่น ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมนัดเปิดสนามด้วยการแซงกลับมาเอาชนะเยอรมันไปได้ 2-1 พวกเขาต้องการชัยชนะในเกมนี้เพื่อการันตีการเข้ารอบน็อคเอาท์ ขณะที่ คอสตาริกา มีเกมนัดเปิดสนามไม่ดีนัก หลังพ่ายขาดลอยให้กับ สเปน 0-7 ชนิดที่ไม่มีโอกาสยิงให้ อูไน ซิมอน ได้ป้องกันประตูเลย พวกเขาต้องการชัยชนะในเกมนี้เช่นกันเพื่อต่อความหวังในการลุ้นเข้ารอบต่อไป

ส่วนคู่ที่ 2 เบลเยียม ลงประเดิมสนามในนัดแรกด้วยฟอร์มการเล่นที่ค่อนข้างน่าผิดหวัง แต่กลับได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ หลังตกเป็นรอง แคนาดา ทั้งเกม โดนบุกจนแทบโงหัวไม่ขึ้น ก่อนจะเฉือนเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 1-0 พร้อมคว้า 3 แต้มสุดสำคัญมาครอง ส่วนคู่แข่งในค่ำคืนนี้อย่าง โมร็อกโก ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการยันเสมอรองแชมป์เก่า อย่าง โครเอเชีย ได้แบบอยู่หมัด และไม่สามารถเล่นงานเกมรับของพวกเขาได้ ส่งผลให้ในการแข่งขันจบลงด้วยการแบ่งแต้มกันไป แบบไม่มีสกอร์

ถัดมาในคู่ที่ 3 เป็นคิวของ รองแชมป์เก่าจากปี 2018 อย่าง โครเอเชีย พบกับ แคนาดา ก่อนหน้านี้ ทัพตราหมากรุก ฟอร์มจืด หลังทำได้เพียงแค่เจ๊ากับ โมร็อกโก ไปแบบไร้สกอร์ เช่นเดียวกันกับ แคนาดา ที่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเล่นได้เหนือชั้นกว่า ทีมปิศาจแดงแห่งยุโรป ทว่าไม่สามารถส่งบอลไปสู่ก้นตาข่ายได้ มิหนำซ้ำยังพลาดจุดโทษ จนทำให้ต้องพ่ายแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย เห็นได้ชัดว่าทั้ง 2 ทีมมีปัญหาเรื่องการจบสกอร์ ทำให้เป็นน่าจับตามองมากว่า เกมในวันนี้ทีมใดจะสามารถเจาะตาข่ายของคู่แข่งได้ก่อนกัน

มาถึงในคู่สุดท้ายซึ่งถือเป็นคู่เอกประจำวันระหว่าง สเปน พบกับ เยอรมนี เกมแรกทางฝั่ง ทัพกระดิงดุ ฟอร์มดุสมชื่อ หลังไล่ยำใหญ่ใส่ คอสตาริกา แบบเละไม่เป็นท่า 7-0 ผิดกับ ทัพอินทรีเหล็ก ที่ลงประเดิมสนามด้วยฟอร์มสุดย่ำแย่ หลังปราชัยต่อ ญี่ปุ่น 1-2 ทั้งที่เป็นฝ่ายออกนำก่อนในช่วงครึ่งเวลาแรก ชั่วโมงนี้จึงพูดได้เต็มปากเลยว่า ฟอร์มการเล่นของ สเปน เหนือกว่าเป็นไหนๆ

ญี่ปุ่น 0-1 คอสตาริกา

ญี่ปุ่น ที่เอาชนะเยอรมนี มาได้ในเกมนัดแรก พลาดการันตีเข้ารอบน็อคเอาท์ หลังพ่ายให้กับ คอสตาริกา ที่มีโอกาสยิงเข้ากรอบเพียงครั้งเดียวในเกมนี้ไป 0-1 ทำให้เกมนัดสุดท้ายพวกเขาต้องไปลุ้นมีแต้มในเกมพบ สเปน เพื่อหวังเข้ารอบ ขณะที่ คอสตาริก้า ที่ดูหมดลุ้นตั้งแต่เกมพ่าย สเปน 0-7 กลับมามีลุ้นอีกครั้งในเกมนัดสุดท้ายที่จะพบ เยอรมนี

ครึ่งแรก

ครึ่งแรกทั้งสองฝ่ายมีโอกาสทำประตูใส่กันไม่กี่ครั้ง โดยไม่มีทีมไหนได้ลุ้นยิงตรงกรอบเลยในครึ่งเวลาแรก ซึ่งเป็นการสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่งรวมกันเพียง 5 ครั้งเท่านั้น

เป็นคอสตาริกาที่มีเปอร์เซ็นต์การครอบครองบอลมากกว่าญี่ปุ่นที่ 57%-43%

ครึ่งหลัง

ครึ่งหลังเป็นญี่ปุ่นได้โอกาสยิงเข้ากรอบครั้งแรกต้นครึ่งหลังจาก ฮิเดมาซะ โมริตะ แต่ไม่ผ่านเซฟ เคย์เลอร์ นาวาส

เป็นญี่ปุ่นที่ยกระดับเกมขึ้นมาและได้โอกาสบุกอีกหลายครั้งแต่ยังไมสามารถเจาะตาข่ายคอสตาริกาได้

เป็น คอสตาริกา ที่มาได้ประตูขึ้นนำนาที 81 จากจังหวะญี่ปุ่นจ่ายบอลพลาดหน้าประตู แล้วบอลไปเข้าทาง เคย์เชอร์ ฟูลเลอร์ ปั่นด้วยซ้ายบอลโค้งลอยข้าม ชูอิจิ กอนดะ ที่ลอยปัดไม่พ้นบอลเข้าเสาไกล คอสตาริกา นำ 1-0

จบเกม คอสตาริกา เอาชนะ ญี่ปุ่น 1-0 ทำให้โอกาสเข้ารอบของทุกทีมในกลุ่มนี้ยังคงเปิดกว้าง

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • ครึ่งเวลาแรกของเกมคู่นี้ มีการทดเวลาบาดเจ็บเพียง 58 วินาที เป็นการทดเวลาที่สั้นที่สุดในฟุตบอลโลก 2022
  • รวมช่วงทดเวลา คอสตาริกาใช้เวลา 184 นาที 11 วินาที ในการยิงเข้ากรอบครั้งแรก และกลายเป็นประตู
  • โจเอล แคมป์เบลล์ ดาวเตะคอสตาริกา เอาชนะการดวลหนึ่งต่อหนึ่ง 15 ครั้งในเกมพบ ญี่ปุ่น มากที่สุดต่อหนึ่งเกมในฟุตบอลโลก 2022
  • ในเกมเอาชนะญี่ปุ่น 1-0 คอสตาริกา มีโอกาสเข้าไปสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่งเพียง 2 ครั้งเท่านั้น เป็นสถิติของทีมชนะในเกมฟุตบอลโลกที่น้อยที่สุด นับตั้งแต่ปี 1966

เบลเยียม 0-2 โมร็อกโก

เบลเยียม ลงสู้ศึกฟุตบอลโลก 2022 นัดที่ 2 ด้วยฟอร์มสุดห่วย หลังพ่ายให้กับ โมร็อกโก ไปแบบสุดช็อกถึง 0-2

ทัพปิศาจแดงแห่งยุโรป ยังเค้นฟอร์มเก่งไม่ออก ก่อนจะพ่ายต่อ ทัพหมาดำ ไปถึง 2 ประตู ซึ่งรูปเกมในวันนี้ต้องถือว่าพวกเขาทำผลงานได้น่าผิดหวัง หลังเจาะแนวรับของ โมร็อกโก ไม่ได้ และดูเหมือนว่า เควิน เดอ บรอยน์ ค่อนข้างโดดเดี่ยว เนื่องจากไม่รู้ว่าจะต้องจ่ายบอลให้กับใคร

ครึ่งแรก

นาทีที่ 29 อมาดู โอนานา ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเทคตัวขึ้นโหม่ง และไปชักศอกใส่ ฮากิม ซิเย็ค

นาทีที่ 45+2 โมร็อกโก เกือบได้ประตูขึ้นนำ จากการปั่นฟรีคิกของ ฮากิม ซิเย็ค ทว่าดันมีผู้เล่นอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ทำให้ประตูถูกยกเลิกไป

หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก เบลเยียม ยังเสมอกับ โมร็อกโก อยู่ที่ 0-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 73 โมร็อกโก ขึ้นนำ 1-0 จากลูกฟรีคิกสุดสวยของ อับเดลฮามิด ซาบิรี

นาทีที่ 90+2 โมร็อกโก ปิดกล่องฝัง เบลเยียม 2-0 จากลูกยิงตามน้ำ ของ ซากาเรีย อาบูคิลาล

นาทีที่ 90+5 อับเดลฮามิด ซาบิรี ได้รับใบเหลือง จากจังหวะวิ่งไปปั้มใส่

จบการแข่งขัน เบลเยียม ปราชัยต่อ โมร็อกโก 0-2

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • วันนี้ โรเมลู ลูกากู มีชื่อเป็นตัวสำรอง และได้รับโอกาสลงสัมผัสเกมเวิลด์ คัพ 2022 นัดแรก
  • ถึงแม้ว่า โมร็อกโก จะเบิกประตูแรกในศึกฟุตบอลโลก 2022 ได้สำเร็จ ทว่าไม่ได้มาจากลูกโอเพ่นเพลย์ แสดงให้เห็นว่าศูนย์หน้าของพวกเขามีปัญหา
  • ฟอร์มการเล่นของ เบลเยียม ยังกู่ไม่กลับ และคาดว่านี่จะเป็นทัวร์นาเมนต์สุดท้ายของ โรแบร์โต มาร์ติเนซ 
  • โซฟยาน อัมราบัต และ โรแมง ซาอิสส์ มีฟอร์มการเล่นสุดจัดจ้าน หลังเก็บกินจังหวะจ่ายบอลอันตรายของ เบลเยียม ได้แทบทุกจังหวะ
  • นี่เป็นชัยชนะนัดที่ 3 ในศึกฟุตบอลโลก ของ โมร็อกโก

โครเอเชีย 4-1 แคนาดา

ทัพตราหมากรุก ระเบิดฟอร์มโหด หลังไล่ถล่ม แคนาดา ไปแบบเละเทะ 4-1 พร้อมคว้า 3 แต้ม ขึ้นครองตำแหน่งจ่าฝูงของกลุ่ม F

แม้ว่า แคนาดา จะได้ประตูขึ้นนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 2 ทว่าหลังจากนั้นกลายเป็นทางฝั่ง โครเอเชีย ทื่ได้โหมกระหน่ำบุกอยู่ฝ่ายเดียว ก่อนจะรัวไปถึง 4 ประตู

ครึ่งแรก

เกมเพิ่งจะเริ่มต้นได้เพียงแค่ 2 นาที แคนาดา ออกนำ 1-0 จากลูกโหม่งของ อัลฟองโซ เดวีส์

นาทีที่ 26 โครเอเชีย เกือบได้ประตูตีเสมอ หลัง อังเดร ครามาริช ส่งบอลเข้าไปสู่ก้นตาข่าย ทว่าจังหวะออกบอลของ มาร์โก ลิวายา ล้ำหน้าไปเสียก่อน

นาทีที่ 36 โครเอเชีย ตีเสมอได้สำเร็จ จากลูกยิงตามน้ำสวนเข้าเสาไกลไปของ อังเดร ครามาริช สกอร์ตอนนี้ 1-1

นาทีที่ 44 โครเอเชีย แซงนำ เป็น 2-1 จากลูกยิงบริเวณหน้ากรอบเขตโทษของ มาร์โก ลิวายา

หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก โครเอเชีย ขึ้นนำ แคนาดา 2-1

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 52 เทจอน บิวแคแนน ได้รับใบเหลือง จากจังหวะที่เขาไปดึงผู้เล่นโครเอเชีย ล้มลงไปแบบดื้อๆ

นาทีที่ 56 เดยัน ลอฟเรน ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเสียบสกัดใส่ โจนาธาน เดวิด

นาทีที่ 70 โครเอเชีย หนีห่างออกไปเป็น 3-1 จากการทำประตูของ อังเดร ครามาริช

นาทีที่ 85 ลูก้า โมดริช และ คามาล มิลเลอร์ ได้รับใบเหลืองทั้งคู่ จากจังหวะเล่นนอกเกมใส่กัน

นาทีที่ 90+4 โครเอเชีย บวกเพิ่มอีกหนึ่งประตู จากลูกยิงโล่งๆ ของ ลอฟโร มาเยอร์

จบการแข่งขัน โครเอเชีย ถล่ม แคนาดา 4-1

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • ประตูของ อัลฟองโซ เดวีส์ เป็นประตูที่เร็วที่สุดในศึกฟุตบอลโลก 2022 (68 วินาที)
  • อัลฟองโซ เดวีส์ เป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ลูกหนัง แคนาดา ที่ทำประตูให้ทีมบ้านเกิดได้ ในศึกฟุตบอลโลก
  • หลังจากที่ แคนดา ได้ประตูขึ้นนำ เกมรุกของพวกเขาทำอันตราย โครเอเชีย ไม่ได้อีกเลย
  • จากความพ่ายแพ้ในวันนี้ส่งผลให้ แคนาดา ร่วงตกรอบทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 2022

สเปน 1-1 เยอรมนี

https://twitter.com/FIFAWorldCup/status/1596970749641621504

ทัพกระทิงดุ แผลงฤทธิ์ไม่ออกในนัดที่ 2 หลังทำได้เพียงแค่เจ๊ากับ เยอรมนี ทำให้ผลการแข่งขันจบลงด้วยการแบ่งกันไปฝั่งละแต้ม

ภาพรวมของเกม ทั้ง 2 ทีมมีฟอร์มการเล่นที่ค่อนข้างสูสีกัน และมีโอกาสด้วยกันทั้งคู่ ทว่าหลังจากที่ สเปน ใส่สกอร์ขึ้นนำ พวกเขากลับผ่อนเกม ปล่อยให้ เยอรมัน ขึงใส่ จนเป็นเหตุให้เสียประตู และพลาดคว้า 3 แต้มเพื่อการันตีตั๋วเข้าสู่รอบต่อไป อย่างน่าประหลาดใจ

ครึ่งแรก

นาทีที่ 7 สเปน เกือบได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะซัดไกลของ ดานี โอลโม บอลติดเซฟ มานูเอล นอยเออร์ แล้วไปชนคาน

นาทีที่ 37 ธิโล เคห์เรอร์ ได้รับใบเหลืองแรกของเกม จากจังหวะตัดฟาล์วเกมสวนกลับของ สเปน

นาทีที่ 40 เยอรมนี เกือบได้ประตูขึ้นนำ หลังจากที่ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ โขกเหน่งๆ เข้าไป ทว่าล้ำหน้า

นาทีที่ 44 เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเข้าสกัดข้างหลัง จามาล มูเซียลา

หมดเวลาการแข่งขันในช่วงครึ่งเวลาแรก สเปน เสมอกับ เยอรมนี 0-0

ครึ่งหลัง

นาทีที่ 58 เลออน โกเร็ตซ์ก้า ได้รับใบเหลือง จากจังหวะที่ไปดึง มาร์โก อเซนซิโอ ล้มลงไป

นาทีที่ 60 โยซัว คิมมิช ได้รับใบเหลือง จากจังหวะเสียบสกัด ดานี โอลโม ทางด้านหลัง

นาทีที่ 62 สเปน ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากลูกยิงของ อัลบาโร โมราต้า

นาทีที่ 83 เยอรมนี ตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ จากกการทำประตูของ นิคลาส ฟุลล์ครุก

จบการแข่งขัน สเปน เฉือนเอาชนะ เยอรมนี ไปได้ด้วยสกอร์ 1-1

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • นี่เป็นแมตช์แรกในศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ทีมเคยเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกเผชิญหน้ากัน
  • ก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้น เยอรมนี ไม่สามารถเอาชนะ สเปน ได้เลยใน 5 เกมระดับเมเจอร์ครั้งหลังสุด
  • เป็นเกมระดับเมเจอร์อีกหนึ่งนัดที่ เยอรมนี ไม่สามารถเอาชนะ สเปน ได้
  • เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ และ มานูเอล นอยเออร์ คือ 2 ผู้เล่นที่ยังคงหลงเหลือจากฟุตบอลโลกปี 2010 นัดที่พวกเขาพบกัน โดย โธมัส มุลเลอร์ ไม่มีชื่ออยู่ในเกมวันนั้น เนื่องจากสะสมใบเหลืองครบ 2 ใบ
  • เยอรมนี ยังคงรักษาสถิติไม่เคยพ่าย 2 นัดติดต่อกัน ในศึกฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ต่อไป
  • กาบี และ จามาล มูเซียลา โชว์ฟอร์มการเล่นแบกอายุ คู่ควรกับตำแหน่ง 2 ใน 3 ผู้เล่นโกลเด้น บอย

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ