แกรี โอนีล กุนซือบอร์นมัธ ออกมาเปิดเผยชื่อทีมที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังเขาพาต้นสังกัดบุกไปแพ้ อาร์เซนอล ถึงถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม 3-2 พร้อมยืนยันว่าตนไม่มีปัญหากับจังหวะการฉลองชัยอันครึกครื้นของ เดอะ กันเนอร์ส
บอร์นมัธ ขึ้นเป็นหนึ่งในทีมเต็งตกชั้นอีกครั้ง หลังปราชัยต่อจ่าฝูงแห่งศึกพรีเมียร์ลีกแบบสุดช็อก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมานี้ เนื่องจากพวกเขานำห่างเจ้าถิ่นอยู่ถึง 2 ประตู ในขณะที่เวลาการแข่งขันเหลืออีกเพียงแค่ 35 นาที
เดอะ เชอร์รีส์ ทำสถิติยิงประตูเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก เป็นอันดับที่ 2 โดยใช้เวลาไปเพียงแค่ 9 วินาที จาก ฟิลิป บิลลิง และชิงความได้เปรียบด้วยประตูที่ 2 จากลูกโหม่งของ มาร์กอส เซเนซี
อย่างไรก็ตาม ไอ้ปืนใหญ่ ทำให้สาวกบอร์นมัธต้องฝันพังทลาย เนื่องด้วยประตูตีไข่แตก จาก โธมัส ปาร์เตย์ และประตูตีเสมอของ เบน ไวท์ เกิดขึ้นโดยใช้เวลาไปเพียงแค่ 8 นาที เท่านั้น
แม้ทีมเยือนจะมีจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ แต่ทว่าความพยายามนั้นกลับไร้ความหมาย เมื่อ รีสส์ เนลสัน ซัดประตูชัยให้กับเจ้าบ้าน ในนาทีที่ 97 ทำเอาเหล่ากูนเนอร์สที่เข้ามารับชมเกมแทบคลั่ง
หลังสิ้นเสียงนกหวีดยาวที่ เอมิเรตส์ สเตเดียม ทำให้ สโมสรแห่งลอนดอนเหนือ นำห่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อันดับ 2 อยู่ 5 คะแนน ขณะที่ เดอะ เชอร์รีส์ รั้งตำแหน่งรองจ่าฝูงของโซนหนีตกชั้น และมีคะแนนห่างอยู่เพียงแค่แต้มเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น แกร์รี โอนีล ผู้จัดการทีมบอร์นมัธ ยอมรับว่า ผลการแข่งขันเมื่อคืนนี้เป็นการทำลายทีมของเขาแบบย่อยยับ และถอดใจจากข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาเกือบทำเอาทีมที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก หัวเสียได้เหมือนกัน
“นี่มันหายนะชัดๆ ที่เราแพ้แบบนั้น วิธีการที่เหล่าบรรดานักเตะเล่น และความพยายามที่พวกเขาใส่ลงไปนั้นยอดเยี่ยมมาก”
“มันยากที่จะยอมรับ แต่ อาร์เซนอล คือ ทีมที่ดีที่สุดในลีก ผมไม่คิดว่าหลายคนจะคาดหวังให้เรามาที่นี่ และสร้างปัญหาให้กับพวกเขา ซึ่งเราทำได้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ ก็ตาม”
“เราทำได้ดีกว่าที่หลายคนคาดหวัง และสมควรได้รับบางอย่างจากเกมนี้”
หลังจบการแข่งขัน ถึงแม้ว่าจะมีตัวสำรองของเจ้าบ้านพร้อมด้วยทีมงานของ มิเกล อาร์เตต้า วิ่งเข้าไปร่วมฉลองชัยชนะอันน่าทึ่งกับผู้เล่นตัวหลัก แต่ โอนีล ไม่ติดใจอะไรกับจังหวะดังกล่าว
“ผมไม่มีความเห็นกับสิ่งที่ อาร์เซนอล ทำ มันเป็นเกมที่พวกเขาต้องชนะสถานเดียว และผมก็ต้องการบางอย่างจากเกมนี้เช่นกัน”
“พวกเราเข้าห้ำหั่นกัน แต่พวกเขาทำได้ดีกว่า พวกเขาทำประตูได้ เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงฉลองได้ตามใจชอบ”
ข่าว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อื่นๆ