ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นปี 2022 คงมีแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จำนวนไม่น้อยที่ต้องรู้สึกผิดหวัง เมื่อได้ทราบข่าวว่า เมสัน กรีนวูด ว่าที่อนาคตของทัพ “ปีศาจแดง” ถูกต้นสังกัดสั่งพักงานจากทุกกิจกรรมของสโมสร เนื่องด้วยคดีความทำร้ายร่างกายรวมถึงข่มขู่แฟนสาว ส่งผลอนาคตของ เมสัน กรีนวูด บนเส้นทางค้าแข้งแทบจะดับลงในทันที

จนกระทั่งเวลาดำเนินมาถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2023 เมสัน กรีนวูด เหมือนได้ชีวิตกลับคืนมาอีกครั้ง เพราะข้อกล่าวหาของเขาทั้งหมดถูกยกฟ้องด้วยการถอนพยานสำคัญและเอกสารใหม่ที่ได้รับการเปิดเผย โดยทางฝั่ง เมสัน กรีนวูด ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้ว่า “รู้สึกโล่งใจที่เรื่องนี้จบลงเสียที”

และคำถามที่ต้องตามมาอย่างแน่นอนคงหนีไม่พ้นเรื่องอนาคตของ เมสัน กรีนวูด กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป? ซึ่งในตอนนั้นเกิดข้อถกเถียงกันจนแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนให้ กรีนวูด กลับสู่ทีมชุดใหญ่ของแมนยูฯ และ ฝ่ายที่ต้องการให้ กรีนวูด ออกจากถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด โดยเร็วที่สุด แต่ก่อนหน้านั้นแม้คดีทางอาญาของ เมสัน กรีนวูด จะพ้นคำครหาแล้ว ทว่าสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความต้องการที่จะตรวจสอบกันเองภายในให้เรียบร้อยเสียก่อน จึงจะประกาศว่าจะเอาอย่างไรต่อไปกับดาวรุ่งพรสวรรค์รายนี้ 

ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้จากการประชุมอย่างรัดกุม นั่นคือให้ เมสัน กรีนวูด ออกจากสโมสร ขณะที่ตัวของ กรีนวูด เองก็ยอมรับชะตากรรมพร้อมกับได้ออกแถลงการณ์ว่าตนเองจะออกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่โดยดี เพราะไม่อยากให้ทีมที่เขารักต้องเผชิญกับคำดูถูกเหยียดหยาม และอาจมีผลต่อความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของทีม แม้ในความเป็นจริงแล้ว เมสัน กรีนวูด จะมีสัญญาเหลืออยู่ถึงปี 2025 ก็ตาม ถึงกระนั้นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ไม่ได้ตัดหางปล่อยวัด เมสัน กรีนวูด แบบไร้เยื่อใย เนื่องจากพวกเขายังจ่ายค่าเหนื่อยของ เมสัน กรีนวูด จำนวน 75,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ พร้อมกับหาทีมใหม่ให้กับเขาทั้งในรูปแบบยืมตัวรวมถึงการขายถาวร 

ในตอนแรกจุดหมายปลายทางที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปักหมุดให้ กรีนวูด คือ ซาอุดีโปรลีก ที่อุดมไปด้วยแข้งสตาร์วัยเก๋า อาทิ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, คาริม เบนเซม่า ฯลฯ แต่ด้วยคดีความที่เป็นการทำร้ายผู้หญิงซึ่งมีความอ่อนไหว ซาอุดีอาระเบีย จึงไม่สนใจที่จะเซ็นสัญญากับ เมสัน กรีนวูด ส่งผลให้ ณ เวลานั้น ตัวเลือกจึงเหลือเพียงแค่ค้าแข้งอยู่ในยุโรปต่อไป โดยสื่อชื่อดังอย่าง The Athletic อ้างว่ามีทีมชั้นนำจาก 5 ลีกใหญ่ที่สนใจอยากได้ตัว เมสัน กรีนวูด ไปใช้งานเกือบ 10 ทีม ทั้งในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี, บุนเดสลีกาเยอรมัน และพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ

โดย ลาซิโอ ทีมดังจากอิตาลี เป็นทีมที่เข้าใกล้การได้ลายเซ็นของ เมสัน กรีวูด มากที่สุด แต่ทว่าดีลระหว่างทั้งสองฝ่ายกลับไม่เกิดขึ้น เพราะเป็นทางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เดินเอกสารล่าช้าเกินกว่ากำหนดปิดตลาดซื้อขายวันสุดท้ายของ เซเรีย อา เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา “ผมพยายามจนถึงนาทีสุดท้าย พวกเขาไม่ได้สนใจเรื่องเวลา เขาต้องการย้ายมาที่ ลาซิโอ” เคลาดิโอ โลติโต้ ประธานลาซิโอ กล่าวหลังพลาดการได้ตัว เมสัน กรีน วูด มาล่าตาข่าย 

อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดเป็น เกตาเฟ่ แห่งศึกลา ลีกา สเปน ที่สามารถบรรลุข้อตกลงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะยืมตัว เมสัน กรีนวูด ไปเสริมคมในแดนหน้าแบบยืมตัว และมีการเปิดเผยว่า เกตาเฟ่ ไม่ได้จ่ายเงินค่าธรรมเนียมการโอนย้ายยืมตัวให้กับแมนยูฯ ส่วนเรื่องของค่าเหนื่อยก็เป็นทางแมนยูฯ ที่รับผิดชอบถึง 50,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ จากจำนวนจริง 75,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ รวมแล้วเท่ากับว่าค่ายืมตัวที่ เกตาเฟ่ ชำระให้กับ แมนยูฯ ตลอด 1 ฤดูกาล(2023-24) เป็นเงินเพียงราว ๆ 858,000 ปอนด์เท่านั้น

นอกจากนี้ในสัญญาของ กรีนวูด กับ เกตาฟ่ มีระบุไว้ว่าถ้าหากทั้งสองฝ่ายเกิดความไม่พอใจในพัฒนาการหรือแนวทาง เมสัน กรีนวูด จะสามารถย้ายกลับมายังอังกฤษได้ในเดือนมกราคม ปี 2024 อย่างไรก็ดี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้มีคาดหวังให้ เมสัน กรีนวูด กลับมาเป็นตัวแทนของสโมสรอีกครั้งในอนาคต แต่ในขณะเดียว เมสัน กรีนวูด ก็ได้รับความช่วยเหลือจากแมนยูฯ สำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่ทั้งในด้านของที่อยู่อาศัย, ล่ามแปลภาษา รวมถึง ให้ครอบครัวอันเป็นที่รักบินมาเยี่ยมหาได้บ่อย ๆ 

วันที่ 1 กันยายน 2023 เมสัน กรีนวูด เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ เกตาเฟ่ พร้อมได้รับหมายเลข 12 ประทับอยู่บนแผ่นหลัง โดย กรีนวูด กล่าวทักทาย ว่า “สวัสดีแฟนๆ เกตาเฟ่ ผมเมสันอยู่ที่นี่ ผมมีความสุขมากที่ได้มาอยู่ที่นี่ และผมแทบจะรอไม่ไหวที่จะเริ่มต้นแล้ว” ยิ่งไปกว่านั้นบรรดาแฟนบอลเกตาเฟ่ ที่ได้ทราบข่าวดีลใหญ่นี้ก็ต่างพากันออกมากระโดดโลดเต้นเฉลิมฉลองแสดงความดีใจกันยกใหญ่ 

และวันที่ 17 กันยายน 2023 เมสัน กรีนวูดได้ฤกษ์เดบิวต์ประเดิมสนามให้ เกตาเฟ่ ในเกมที่เอาชนะ โอซาซูน่า ด้วยสกอร์ 3-2 และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมสัน กรีนวูด ก็ได้ลงสนามให้กับ เกตาเฟ่ อย่างต่อเนื่องในฐานะตัวสำรอง มิหนำซ้ำยังสามารถเบิกสกอร์แรกในรอบหลายปีให้กับตนเองได้อีกด้วย ในเกมที่เสมอกับ เซลต้า บีโก้ ไป 2-2 

จนล่าสุดผู้จัดการทีมชาติจาไมก้า อย่าง ไฮเมียร์ ฮัลล์กริมส์สัน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่ออย่างตรงไปตรงมาว่า พลพรรค “Reggae Boyz” พร้อมอ้าแขนรับ เมสัน กรีนวูด เป็นส่วนหนึ่งของทีม “เราอยากจะมีนักฟุตบอลที่มีความสามารถอันสุดยอดภายในทีมของเรา(ทีมชาติจาไมก้า) ถ้าหาก เมสัน กรีนวูด ได้กลับมามีระดับความฟิตเหมือนตอนที่สมัยอยู่จุดพีก แน่นอนว่า เมสัน กรีนวูด จะต้องมีร่างกายระดับนั้นเพื่อช่วยจาเมก้า”

สำหรับ เมสัน กรีนวูด เขาได้ลงสนามรับใช้ทีมชาติอังกฤษ ไปเพียงเกมเดียว ในศึกยูฟ่า เนชันส์ ลีก ปี 2020 จึงส่งผลให้เขาสามารถโอนย้ายเปลี่ยนสัญชาติมาเป็น จาไมก้า ได้ ตามกฎของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือ ฟีฟ่า ที่ระบุว่า ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนไปเล่นกับอีกทีมชาติได้ ถ้าลงเล่นทีมชาติเดิม (ชุดใหญ่) ไม่เกิน 3 นัด ซึ่ง กรีนวูด เพิ่งลงเล่นไปแค่ 1 นัด แถมเจ้าตัวยังมีบรรพบุรุษเป็นเชื้อสายจาไมก้าอีกด้วย ดังนั้นหากทีมชาติจาไมก้า ต้องการตัว เมสัน กรีนวูด จริง ๆ พวกเขาต้องเริ่มกระบวนการยื่นอุทธรณ์ต่อ ฟีฟ่า อย่างเป็นทางการ

สุดท้ายนี้เชื่อเหลือเกินว่าถ้าหาก เมสัน กรีนวูด ยังมีความมุ่งมันที่จะเดินบนเส้นทางสายฟุตบอลต่อไป เขาจะสามารถคืนเอาฟอร์มโหดเหมือนตอนเล่นให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาได้อย่างแน่นอน การันตีได้จากผลงานลงสนาม 5 นัด จัดไป 1 ประตู กับอีก 1 แอสซิสต์ ถึงแม้จะร้างสนามไปนานเป็นเวลากว่าหนึ่งครึ่งก็ตาม 

ข่าวฟุตบอลที่น่าสนใจ