หลังจากที่ทัพสิงห์บลูส์ เซ็นนักเตะเข้ามาหลายรายนับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลนี้ภายใต้เจ้าของใหม่ ทำให้หลาย ๆ คนนั้นสงสัยว่าพวกเขาจะทำผิดกฎไฟนัลเชียลแฟร์เพลย์หรือไม่ ล่าสุด มีผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินมาตอบคำถามเรื่องนี้แล้ว จะเป็นอย่างไร ติดตามได้ที่นี่

นับตั้งแต่ในช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน เชลซี ยอดทีมจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ใช้เงินไปมากกว่า 476 ล้านปอนด์ในการเสริมทัพตัวผู้เล่น สำหรับการเซ็นสัญญานักเตะที่มากถึง 16 คน ทำเอาหลาย ๆ คนนั้นสงสัยว่า พวกเขาจะทำผิดกฎไฟนัลเชียลแฟร์เพลย์หรือไม่? ที่นี่ มีคำตอบ

ทางสื่อชื่อดังอย่างทาง SPORTbible ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินในวงการฟุตบอลอย่าง คีแรน แม็คไกวร์ มาตอบคำถามที่หลาย ๆ คนนั้นสงสัยเกี่ยวกับ สิงห์บลูส์ และกฎไฟนัลเชียลแฟร์เพลย์

กฎ FFP จัดขึ้นเพื่ออะไร?

“ถ้าในทางทฤษฎี มันก็เพื่อลดภาระหนี้สิน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ก็เพื่อป้องกันเจ้าของทีมคนใหม่ซื้อความสำเร็จด้วยการเซ็นสัญญากับตัวนักเตะและจ่ายค่าแรงแพง ๆ ซึ่งมันก็จะกลายเป็นว่าพวกเขามีแต่นักเตะชั้นยอดอยู่ในทีม”

“FFP ขึ้นอยู่กับกำไรและกำไรคือรายได้ลบต้นทุน ซึ่งมันจะจำกัดจำนวนเงินที่เสีย และนั่นทำให้มันจำกัดการใช้เงินมากเกินไปของสโมสรด้วย”

เชลซี จัดการกับกฎ FFP ได้อย่างไร?

“มันคือวิธีที่นักบัญชีนั้นทำตอนที่เขาทำการซื้อขายนักเตะ หากคุณขายนักเตะออกไป มันจะถูกนับเป็นกำไรทั้งหมดทันที และ เชลซี นั้นเก่งมากในเรื่องขายนักเตะ”

“พวกเขาขาย อาซาร์ ตอนใกล้จะหมดสัญญา และพวกเขาก็ได้กำไรมาเยอะมากจากดีลนั้น โทโมริ และ อับราฮัม สองคนนี้นั้นมาจาก อคาเดมี นั่นเท่ากับว่าดีลของทั้งสองคนนี้คือกำไรแบบเพียว ๆ เลย”

“เมื่อคุณขายนักเตะ กำไรทั้งหมดจะเข้าสู่กับคำนวนของ FFP โดยตรง แต่เมื่อเวลาที่คุณซื้อนักเตะ ค่าตัวของพวกเขามันจะถูกกระจายออกไปตามระยะเวลาสัญญา ในปัจจุบัน จะเซ็นสัญญากับนักเตะประมาณ 6 ปี หรือ 7 ปี แต่ล่าสุด พวกเขาเซ็น มิคไฮโล มูดริค ด้วยระยะเวลา 8 ปี”

“ซึ่งถ้าคุณซื้อนักเตะรายนี้ในราคา 88 ล้านปอนด์ และเขาเซ็นสัญญายาว 8 ปี ค่าใช้จ่ายในบัญชีของพวกเขาในการคำนวนของ FFP จะถูกตัดเหลือเพียง 10 ล้านปอนด์ต่อปีเท่านั้น ซึ่งถ้าคุณเซ็นสัก 4 ปี มันก็จะกลายเป็น 22 ล้านปอนด์ต่อปี แต่นี่คุณเซ็นสัญญายาว 8 ปี มันก็จะเหลือ 10 ล้านปอนด์ต่อปี”

“เชลซี ทำแบบนี้กับดีลของ เวสลีย์ โฟฟานา, มาร์ค คูคูเรญา และผมคิดว่า สเตอร์ลิง น่าจะเซ็นสัญญา 5 ปีนะ”

“ดังนั้น เชลซี ถึงใช้วิธีการนี้ ซึ่งมันทำให้ค่าใช้จ่ายของพวกเขาในการซื้อนักเตะสำหรับการคำนวน FFP นั้นลดลง แต่ยอดขายของพวกเขานั้นจะไม่ได้รับผลกระทบเพราะคุณจะได้รับกำไรจากการขายทั้งหมดทันที”

มีคนกล่าวหาว่า เชลซี โกงกฎ FFP คุณเห็นด้วยหรือไม่?

“ไม่ พวกเขาไม่ได้โกง พวกเขาใช้ประโยชน์จากกฎนี้ต่างหาก”

“บางคนอาจจะบอก แต่เดี๋ยวก่อนนะ ถ้าหากคุณไปเปิดหนังสือกฎของ ฟีฟ่า มันจะบอกเอาไว้ชัดเจนว่า คุณไม่สามารถเซ็นสัญญากับนักเตะได้เกิน 5 ปี เว้นแต่กฎหมายท้องถิ่นจะอนุญาต”

“ในสหราชอาณาจักร ไม่มีอะไรที่มาห้ามคุณได้หรอก ในสหรัฐก็เช่นเดียวกัน”

“กฎมันก็วางอยู่ตรงนั้น สิ่งที่เชลซีทำคือพวกเขาเห็นว่ามีช่องโหว่ในกฎนี้และพวกเขาใช้ช่องโหว่นั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

คุณคิดว่าเดี๋ยวนี้ FFP มีผลกับฟุตบอลน้อยลงหรือไม่?

“ผมไม่คิดว่าอย่างนั้นนะ มีหลายสโมสรที่พยายามจะทำตามกฎนี้”

“ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับทัศนคติของเจ้าของทีม บางคนก็อยากคะแค่คุ้มทุน บางคนอยากได้กำไร บางคนก็อยากจะแค่คว้าแชมป์ และถ้าคุณอยากจะคว้าแชมป์มาก ๆ คุณก็จะพยายามใช้ประโยชน์จากทุก ๆ ช่องโหว่นั่นแหละ”

“ผมคิดว่าส่วนใหญ่เจ้าของสโมสร โดยเฉพาะชาวอเมริกัน ต้องการกำไรทางการเงินจากการโปรโมตสโมสร ซึ่งนี่มันก็จะทำให้พวกเขาเห็นด้วยกับ FFP”

“เชลซี ในยุค อับราโมวิช ไม่ได้สนใจเรื่อง FFP หรอก เพราะว่านี่คืองานอดิเรกของเขา มันเป็นงานอดิเรกที่แพงมากนะ แต่เขาก็สนุกกับมัน เขาทำทีมเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2 ครั้ง และคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมานับไม่ถ้วน”

“ดังนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับทัศนคติของเจ้าของทีม ในยุโรป ส่วนใหญ่แล้วพวกเขามันจะเอาแค่คุ้มทุน เพราะพวกเขาก็ไม่ได้อยากที่จะขาดทุนเยอะ มันขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมของแต่ละสโมสรว่าแต่ละสโมสรสนับสนุน FFP หรือไม่ แต่แน่นอนมันทำให้ทีมไม่เสียเงินเยอะมาก แต่มันก็จะเป็นเรื่องที่ยากสำหรับทีมใหม่ ๆ ที่ต้องการก้าวขึ้นมาแย่งชิงแชมป์ เพราะว่าพวกเขาจำเป็นต้องเสียเงินเยอะไปกับการลงทุนซื้อนักเตะดี ๆ เข้ามา”

“นิวคาสเซิล ไม่สามารถทำสิ่งที่ เชลซี ยุคอับราโมวิช ทำได้ในช่วง 2-3 ปีแรกของเขา และไม่สามารถทำสิ่งที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ ชีค มันซูร์ ทำได้ในช่วง 2-3 ปีแรก พวกเขาใช้เงินไปเยอะมากตามมาตรฐานของนิวคาสเซิล แต่ไม่เยอะเท่ามาตรฐานของทีมอื่น ๆ ที่มีเจ้าของรวย”

ยูฟ่า ควรจะทำอย่างไร เพื่อทำให้กฎนี้แฟร์ต่อทุก ๆ คน?

“อย่างแรกเลย พวกเขาต้องตัดสินใจว่าพวกคุณนิยามคำว่ายุติธรรมอย่างไร”

“มันมีข้อโต้แย้งในพรีเมียร์ลีกอยู่ เพราะว่าที่นี่มีแต่อะไรเดิม ๆ ทุก ๆ ปี ดังนั้นเราควรที่จะพูดถึงสิ่งต่าง ๆ และความต้องการของแต่ละบุคคลหรือไม่?”

“ทางที่ดีที่สุดก็คือการกระจายเงินให้ทั่วถึงทุกสโมสร สิ่งที่เรามีอยู่ตอนนี้ก็คือว่าหากคุณคว้าแชมป์ UCL ได้ คุณก็จะได้รับเงินราว ๆ 120 ล้านยูโรเป็นรางวัล”

“นั่นมันสร้างข้อได้เปรียบอย่างมากเพราะว่าในฤดูกาลต่อไป พวกเขาก็มีโอกาสมากขึ้นในการไปถึงรอบสุดท้ายของ แชมเปี้ยนส์ลีก และถ้าหากว่าคุณอยากที่จะแข่งขันกับพวกเขา คุณก็ต้องใช้เงิน”

“ผมคิดว่าการแจกจ่ายเงินทำให้เกิดปัญหา เรื่องนี้มันเกี่ยวกับการที่หาข้อเสนอที่ทุกคนยอมรับได้ เพราะว่าถ้าทีมใหญ่ ๆ ไม่ชอบ พวกเขาก็จะออกไปตั้ง ซูเปอร์ลีก อีก”

ข่าว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อื่น ๆ