หลังจากที่ทีมปีศาจแดงลบล้างสถิติที่เลวร้ายหลังคว้าแชมป์คาราบาวคัพด้วยการเอาชนะทีมผึ้งพิฆาตได้สำเร็จ ในเกมนี้ เจ้าของประตูชัยอย่าง แรชฟอร์ด ได้สร้างสถิติที่น่าสนใจเอามากมาย จะมีสถิติอะไรกันบ้าง และมันจะยอดเยี่ยมแค่ไหน? ติดตามได้ที่นี่
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ เอริค เทน ฮาก ฟอร์มดร็อปไปเหมือนกันในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังจากที่พวกเขาเอาชนะ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-0 ในนัดชิงชนะเลิศ คาราบาวคัพ คว้าแชมป์แรกของซีซั่นนี้ได้สำเร็จเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพราะว่าหลังจากนั้น พวกเขาเอาชนะใครไม่ได้เลย 3 นัดติดแถมยิงไม่ได้เลยทั้ง 3 นัด นั่นก็คือ แพ้ ลิเวอร์พูล 0-7, เสมอ เซาแธมป์ตัน 0-0 และ แพ้ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 0-2
อย่างไรก็ตาม ในเกมล่าสุด แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ลบสถิติอันเลวร้ายนี้ออกไปแล้ว ด้วยการเปิดบ้านเอาชนะ เบรนท์ฟอร์ด ไป 1-0 จากประตูโทนและประตูชัยของดาวยิงฟอร์มแรงชาวอังกฤษอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด
ซึ่งหลังเกมนี้จบลง แรชฟอร์ด ก็ได้สร้างสถิติที่น่าสนใจเอาไว้มากมาย จะมีสถิติอะไรกันบ้าง? ตามเช็คได้ที่นี่
7 สถิติที่น่าสนใจของ ‘มาร์คัส แรชฟอร์ด’ จากเกมเชือดเบรนท์ฟอร์ด
1. จากลูกยิงของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ในเกมนี้ ทำให้เขายิงประตูไปแล้ว 11 ประตูหลังจากจบช่วงฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ซึ่งนั่นทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ยิงเยอะที่สุดใน พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่จบฟุตบอลโลกมา ในขณะที่ใน 5 ลีกใหญ่ของ ยุโรป มีเพียงแค่ วิคเตอร์ โอซิมเฮน ดาวยิงจาก นาโปลี เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยิงได้มากกว่าเขา นั่นก็คือ 12 ประตู
11 – Marcus Rashford has scored more Premier League goals than any other player since the World Cup (11), with only Victor Osimhen (12) netting more in this period across Europe's big five leagues. Surge. pic.twitter.com/yqoYMo5xdU
— OptaJoe (@OptaJoe) April 5, 2023
2. ประตูของ แรชฟอร์ด ในเกมนี้ ทำให้เขายิงประตูให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปแล้ว 121 ประตู ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้สถิติของเขานั้นขึ้นไปทาบกองหน้าระดับตำนานของทีมอย่าง แอนดี้ โคล เรียบร้อย
Marcus Rashford has now scored 121 goals for Manchester United, that’s as many as Andrew Cole.
— Statman Dave (@StatmanDave) April 5, 2023
Amongst Legends. ? pic.twitter.com/KpXj14kQRZ
3. จากประตูในเกมนี้ ทำให้ แรชฟอร์ด ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ในซีซั่นนี้ไปแล้ว 28 ประตู ซึ่งนี่ถือว่าเป็นสถิติที่มากที่สุดที่นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด เคยทำได้หลัง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือ โดยที่ก่อนหน้านี้ มีนักเตะ 2 คนที่เคยทำได้ นั่นก็คือ เวย์น รูนีย์ ในปี 2016-2017 และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในปี 2020-2021 ในขณะที่ ซีซั่นนี้ ยังไม่จบ นั่นเท่ากับว่า แรชฟอร์ด ยังมีโอกาสอีกหลายเกมที่จะได้ทำลายสถิตินี้
Most goals scored for Man Utd in a single season since Sir Alex Ferguson retired:
— William Hill (@WilliamHill) April 5, 2023
✅ 28 – Zlatan Ibrahimović (16/17)
✅ 28 – Bruno Fernandes (20/21)
? 28 – Marcus Rashford (22/23)
Next stop: 30. ♨️
4. ประตูในนาทีที่ 27 ของ แรชฟอร์ด ส่งผลให้เป็นประตูที่ 19 เข้าไปแล้วที่เขาทำได้ใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งเขาเป็นนักเตะคนแรกที่ทำสถิตินี้ได้นับตั้งแต่ที่ เวย์น รูนีย์ เคยทำได้เมื่อปี 2011-2012 ที่ 19 ประตูเหมือนกัน
Marcus Rashford has now scored 19 goals at Old Trafford in 2022/23.
— Squawka (@Squawka) April 5, 2023
It's the most by a United player since Wayne Rooney in 2011/12 (also 19). ? pic.twitter.com/dztckkhqAe
5. หลังจากจบเกมนี้ ทำให้ แรชฟอร์ด มีสถิติทำประตูกับแอสซิสต์รวมกันมากถึง 37 ประตูแล้ว ซึ่งนี่ถือว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดในอาชีพนักฟุตบอลของเจ้าตัวแล้ว
Marcus Rashford has now scored or assisted 37 goals in all competitions so far this season. This is now his best ever season for goal contributions.
— Statman Dave (@StatmanDave) April 5, 2023
End product. ? pic.twitter.com/i7ltLJDzcf
6. ประตูชัยของ แรชฟอร์ด ในเกมนี้ ส่งผลให้เป็นประตูชัยประตูที่ 10 เข้าไปแล้วที่เขาทำได้ในซีซั่นนี้ ซึ่งนี่ถือว่าเป็นสถิติที่มากที่สุดที่นักเตะของ ปีศาจแดง ทำได้นับตั้งแต่ที่ เวย์น รูนีย์ เคยทำไว้เมื่อปี 2009-2010 ด้วยสถิติ 10 ประตูเหมือนกัน
10 – Marcus Rashford has scored 10 winning goals in the Premier League this season, the most by a Manchester United player in a season since Wayne Rooney in 2009-10 (also 10). Differential. pic.twitter.com/HcZ5VSjta4
— OptaJoe (@OptaJoe) April 5, 2023
7. 1 ประตูของ แรชฟอร์ด ในเกมนี้ ถือว่าเป็นลูกที่ 9 เข้าไปแล้วที่เขาทำได้นับตั้งแต่เริ่มปี 2023 มา ซึ่งไม่มีผู้เล่นคนไหนในพรีเมียร์ลีกที่ยิงได้มากเท่าเขาแล้ว
No player has scored more Premier League goals this year than Marcus Rashford (9) ? pic.twitter.com/UBoleIUIFJ
— ESPN UK (@ESPNUK) April 5, 2023
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ