ศุภชัย ใจเด็ด กองหน้าทีมชาติไทย ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด น้อมรับคำวิจารณ์ของ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตกองหน้าระดับตำนานของทัพช้างศึก ที่วิเคราะห์ว่าตัวเองวิ่งน้อยไปหน่อย เมื่อลงเล่นให้ทีมชาติไทย และทำหน้าที่แค่รอยิงเท่านั้น จนทำให้กลายเป็นประเด็นดราม่าฟุตบอลไทย
เดอะ ตุ๊ก แสดงความเห็นถึงฟอร์มของ ศุภชัย ใจเด็ด ว่ารู้สึกขัดใจเรื่องการวิ่งไลน์ในฐานะกองหน้าตัวเป้าของทีมชาติไทย รวมถึงการวิ่งระยะทางรวมที่น้อยกว่าที่ควรจะเป็น และไม่ได้ช่วยทีมมากเท่าที่ควร ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสอง สองเกมแรกที่ผ่านมา
โดย “เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน วิเคราะห์ไว้ว่า “ศุภชัย ก็ต้องเรียนรู้ต่อไปครับ เพราะหลายลูกที่ผมเห็นแล้วผมขัดตาในการวิ่งไลน์ ศุภชัยได้รับการสนุนในการเล่นจากบุรีรัมย์จนเคยตัว ด้วยเหตุผลที่ว่าบุรีรัมย์มีนักเตะเก่งเต็มไปหมด”
“คุณวิ่งแค่นี้พอ แบบนี้ก็เลยยิงได้ตลอด แต่พอเล่นทีมชาติคุณวิ่งแค่นี้ไม่พอ คุณต้องช่วยทั้ง ศุภโชค และ ศุภณัฏฐ์ ต้องมีอย่างอื่นอีก เพราะคุณภาพของนักบอลที่มีอยู่เนี่ยมันต้องช่วยกันทั้งทีม”
“เพราะเล่นกับบุรีรัมย์มันง่าย เพราะมีผู้เล่นต่างชาติสร้างให้ แต่พอเล่นทีมชาติมายืนแบบนั้นมันไม่ได้ มันต้องช่วยในการดึงออกไป เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนอื่นเข้ามา แต่หนูไม่ผิดนะ แต่ต้องเรียนรู้ต่อไปครับ”
หลังจากที่บทสัมภาษณ์ของปิยะพงษ์เผยแพร่ออกไป ทำให้แฟนสาวของ ศุภชัย ใจเด็ด เห็นต่าง จึงได้นำข้อมูลและสถิติต่าง ๆ มาโต้ให้เห็นว่า ศุภชัย ใจเด็ด มีระยะทางวิ่งรวมราว ๆ 11-12 กิโลเมตร ต่อหนึ่งเกม เมื่อลงเล่นให้ปราสาทสายฟ้า จนกลายเป็นประเด็นดราม่าและถกเถียงกันในหมู่แฟนบอล
ล่าสุดแฟนเพจ บี บางปะกง – Bebangpakong เผยว่า ศุภชัย ใจเด็ด ได้น้อมรับคำวิจารณ์ของ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน อดีตกองหน้ารุ่นพี่ และพร้อมที่จะนำข้อติชมไปปรับปรุงฟอร์มให้ดีขึ้น นอกจากนั้นยังหยอดหวานว่าตัวเองติดตามรายการแตงโมลง ปิยะพงษ์ยิง บนโซเชียลมีเดียอยู่ตลอด
น้อมรับในคำวิจารณ์ของพ่อตู๊ก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน เสมอครับ และเป็นแฟนรายการ “แตงโมลงปิยะพงษ์ยิง” มาโดยตลอด
คำแนะนำของกองหน้าระดับตำนาน ผมนำมาปรับปรุงการเล่นของตัวเองทุกครั้ง เพราะรู้ตัวเองว่าเราไม่ใช่กองหน้าพรสวรรค์เหมือนคนอื่นๆ
ต้องมุ่งมั่นทุ่มเทกับการฝึกซ้อมหนักอยู่ตลอดเวลา แต่มาแอบคิดมากตรงที่พ่อตุ๊กบอกว่า ผมเคยตัวและชินกับการเล่นให้บุรีรัมย์ เลยส่งผลถึงฟอร์มทีมชาติ
ซึ่งตรงนี้ตัวผมเองและคนรอบข้างฟังแล้วไม่ค่อยสบายใจ อยากจะอธิบายพ่อตุ๊กว่า…มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับ
ถ้าผมเล่นไม่ดีก็เป็นเพราะตัวเอง ไม่เกี่ยวกับระบบของทีมแน่นอน
เรื่องที่เกิดขึ้นจนเป็นกระแสในโลกโซเชียล น่าจะเป็นการสื่อสารที่ผิดพลาด หรือไม่ก็เข้าใจผิดเรื่องการรับสารของทางสื่อมากกว่า
ผมยืนยันว่าน้อมรับคำวิจารณ์จากพ่อตุ๊กและทุกๆคนเสมอครับ !!