ทัพหงส์แดงเริ่มทำการเจรจากับกลุ่มทุนจากประเทศซาอุดิอาระเบียและประเทศกาตาร์ในการขายสโมสรที่มูลค่า 3 พันล้านปอนด์
ลิเวอร์พูล ได้เปิดฉากพูดคุยกับกลุ่มทุนจากสองประเทศในแถบตะวันออกกลาง ในดีลขายสโมสรด้วยราคา 3 พันล้านปอนด์ ตามรายงานของ Daily Mail
ช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีเสียงแฟนบอลหงส์แดงวิจารณ์การทำงานของบอร์ดบริหารที่มีส่วนการบริหารงานผิดพลาดเรื่องการเสริมทัพจนทำให้ฟอร์มโดยรวมของทีมในฤดูกาลนี้ตกลงไปจากมาตรฐานในฤดูกาลที่ผ่าน ๆ มาของพวกเขา
ก่อนหน้าเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป หรือ FSG เจ้าของทีม ลิเวอร์พูล ได้ประกาศว่าพวกเขาพร้อมขายสโมสรให้กับนักลงทุนที่สนใจ และพร้อมพิจารณากลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่ โดยเร่งผลประโยชน์สูงสุดต่อสโมสรทั้งในและนอกสนาม
โดยแหล่งข่าวของ Mail ได้เผยว่าได้มีตัวแทนของกลุ่มทุนจากประเทศซาอุดิอาระเบียและประเทศกาตาร์ได้แสดงความสนใจในการเข้าซื้อสโมสร ซึ่งจะเป็นหน้าที่ของ ไมค์ กอร์ดอน ผู้อำนวยการ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป เป็นผู้รับผิดชอบการขายสโมสรครั้งนี้
เป็นที่เข้าใจว่าทั้งสองกลุ่มทุนจากทั้งสองประเทศนั้นเป็นภาคส่วนเอกชนไม่ใช่ของทางภาครัฐ ซึ่งอย่างไรก็ตามทั้งสองกลุ่มทุนก็ยังมีสายสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับฝ่ายผู้ปกครองประเทศ
นอกจากนี้ เจ้าชาย บิน ตูร์กี อับดุลอาซิส อัล-ไฟซาล รัฐมนตรีกีฬาของซาอุดิอาระเบีย เพิ่งออกมาเปิดเผยว่าพวกเขาให้ความสนใจเข้าซื้อสโมสรทั้ง ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังประกาศขายสโมสรทั้งคู่ เพื่อผลประโยชน์โดยรวมของชาติอีกด้วย
“จากภาคเอกชน ผมไม่สามารถพูดแทนพวกเขาได้ แต่มีความสนใจและความต้องการอย่างจริงจังและยังมีเรื่องของความหลงไหลอย่างมากเกี่ยวกับฟุตบอล”
“แน่นอนว่าเราจะให้การสนับสนุนไม่ว่าภาคเอกชน(ซาอุดิอาระเบีย)ส่วนไหนเข้ามา เพราะเรารู้ดีว่ามันจะส่งผลดีต่อวงการกีฬาในราชอาณาจักร”
“ราชอาณาจักรพร้อมสนับสนุนกองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ (PIF) ซึ่งได้ซื้อกิจการของนิวคาสเซิล ยูไนเต็ดไปแล้ว”
ทั้งนี้ นอกจาก ซาอุดิอาระเบีย จะสนใจซื้อทั้งสองสโมสรยิ่งใหญ่แห่งเกาะอังกฤษ ทางด้าน ลิเวอร์พูล ยังมีการเจรจากับผู้ที่สนใจซื้อสโมสรจากสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มี เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในอังกฤษ และ Apple บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลก ต้องการยื่นข้อเสนอเข้าซื้อสโมสรเช่นกำัน
ข่าว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อื่น ๆ