ลูก้า โมดริช กัปตันทีมชาติโครเอเชีย ออกมาเปิดเผยว่า จุดโทษที่เปลี่ยนเป็นประตูขึ้นนำ 1-0 ของ อาร์เจนตินา ทำให้ผลการแข่งขันออกมาอย่างที่ไม่ควรจะเป็น
ทัพตราหมากรุก ประสบความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 2022 อย่างน่าเหลือเชื่อ ด้วยการผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้ถึง 2 ครั้งติดต่อกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศที่มีจำนวนประชากรราว 4 ล้านคนเท่านั้น และในจำนวนดังกล่าวอาจมีเพียงแค่ อุรุกวัย เท่านั้นที่สามารถเทียบเคียงกับตัวเลขดังกล่าวได้ ในทางกลับกันผลงานของ ทัพจอมโหด ไม่อาจพูดได้เต็มปากว่า ทัดเทียมกับรองแชมป์เก่า เนื่องจากพวกเขาต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม
ช่วงแรกของการแข่งขันใน ลูเซล ไอคอนิก สเตเดียม เมื่อคืนที่ผ่านมา กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจ หลังจากที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างทำอะไรกันได้ไม่มากนัก จนกระทั่ง โครเอเชีย เสียประตูแรก จากจังหวะที่ โดมินิค ลิวาโควิช นายด่านของพวกเขา วิ่งเข้าไปชนใส่ ฮูเลียน อัลวาเรซ หัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ แบบไม่เจอบอล กลายเป็นจุดโทษ และนับตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมที่ทำให้ ทัพตราหมากรุก ถึงกับเสียศูนย์
หลังจบการแข่งขัน ดาวเตะวัย 37 ปี ออกมากล่าวว่า ผลการตัดสินดังกล่าวช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
“ก่อนหน้านั้น พวกเราทำได้ดีมาโดยตลอด และเป็นฝ่ายคุมเกม ลูกเตะมุมที่ผู้ตัดสินไม่ให้พวกเรา เปลี่ยนเป็นจุดโทษของ อาร์เจนตินา ในเวลาต่อมา ซึ่งประตูดังกล่าวมันเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง ผู้เล่นอาร์เจนตินา ยิงบอลออกไปแล้ว และเข้าปะทะกับผู้รักษาประตูของเราทีหลัง ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้ตัดสินจะให้ลูกจุดโทษลักษณะเช่นนี้ แต่เราเปลี่ยนเกมไม่ได้เองด้วย หลังจากนี้เราต้องกลับมาให้ได้ และพยายามทวงคืนชัยชนะในเกมถัดไป”
อย่างไรก็ตาม ในการแข่งขันช่วงครึ่งเวลาหลัง โครเอเชีย พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อกลับมาสู่เกม ด้วยการดิ้นรนตามทวงประตูคืน หลังเสียสมดุลไป ทว่าท้ายที่สุดพวกเขาไม่สามารถเล่นงานแนวรับของ ทัพฟ้าขาว ได้ จนต้องพ่ายแพ้ไป
เช่นเดียวกับหลายเกมที่ผ่านมาในศึกเวิลด์ คัพ 2022 ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย อาจนำมาซึ่งผลกระทบอันใหญ่หลวง โดย รองแชมป์ปี 2018 คว่ำ ญี่ปุ่น และ บราซิล มาได้ในรอบก่อนด้วยการดวลจุดโทษ ขณะเดียวกันพวกเขาเก็บชัยไปได้เพียง 1 นัด แพ้อีก 1 นัด และเสมอไปถึง 4 นัด ตลอดทัวร์นาเมนต์
ข่าว ฟุตบอลโลก อื่น ๆ