ลิโอเนล เมสซี กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา เพิ่งทุบสถิติการทำประตูของ ดิเอโก้ มาราโดนา ลง ด้วยการซัดไปแล้วถึง 9 ลูก ในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
เกมที่ ทัพฟ้าขาว เฉือนเอาชนะ ออสเตรเลีย ไปได้ 2-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เป็นแมตช์สุดเพอร์เฟ็ค สำหรับ ซูเปอร์สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ หลังจากที่เจ้าตัวลงสนามครบเป็นนัดที่ 1000 พร้อมทำประตูที่ 789 ตลอดอาชีพค้าแข้ง โดยความพยายามของเขา ส่งผลให้ อาร์เจนตินา ขึ้นนำ 1-0 และทำสถิติแซงหน้า ตำนานดาวเตะผู้ล่วงลับ อย่าง มาราโดนา ไป 1 ประตู และตามหลัง ตำนานดาวยิงของทีมอย่าง กาเบรียล บาติสตูต้า อีกเพียงแค่ 1 ประตูเท่านั้น
10—Gabriel Batistuta
— B/R Football (@brfootball) December 3, 2022
9—Lionel Messi
8—Diego Maradona
Messi becomes Argentina's second-highest scorer at the World Cup ⚽ pic.twitter.com/3ZPzVg6Wa2
เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 7 สมัย ทำประตูในศึกฟุตบอลโลกได้ถึง 3 ทัวร์นาเมนต์ติดต่อกัน แต่กลับยังไม่เคยทำประตูในรอบน็อคเอาท์ได้เลย ทว่า ณ ปัจจุบันเขาสามารถปลดล็อคประตูดังกล่าวได้สำเร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม หัวหอกวัย 35 ปี ช่วย อาร์เจนตินา ทำไปแล้ว 2 ประตู ก่อนที่จะเดินทางมาถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยประตูแรกมาจากเกมที่ ทัพฟ้าขาว พ่ายให้กับ ซาอุดิอาระเบีย 1-2 และประตูที่ 2 จากเกมที่พวกเขาเอาชนะ เม็กซิโก ไปได้ด้วยสกอร์ 2-0 ทว่า เมสซี พลาดโอกาสครั้งสำคัญที่จะได้ประตูที่ 3 ในเกมคว้าชัยเหนือ โปแลนด์ 2-0 หลังจากที่เจ้าตัวซัดจุดโทษไปติดเซฟของ วอยเชียค เชสนี อย่างน่าเสียดาย
จากชัยชนะเหนือ พลพรรคซอคเกอร์รูส์ ส่งผลให้ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ทัพของลิโอเนล สคาโลนี จะต้องไปพบกับ คู่แข่งสุดหินอย่าง เนเธอร์แลนด์ ที่ยังไม่ปราชัยให้กับทีมใดเลยตลอดทัวร์นาเมนต์ โดยคู่นี้โคจรมาพบกันครั้งสุดท้ายในปี 1998 และเป็นทางด้าน ทัพอัศวินสีส้ม ที่เอาชนะไปได้จากการทำประตูของ เดนนิส เบิร์กแคมป์
อย่างไรก็ดี ทัพกังหันลมสีส้ม เพิ่งกำชัยเหนือ สหรัฐอเมริกา มาได้ 3-1 ในรอบน็อคเอาท์ จากการทำประตูของ เมมฟิส เดปาย และ เดลีย์ บลินด์ ในช่วงครึ่งแรก ก่อนที่ในช่วงครึ่งหลัง หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ จะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้อย่างอยู่หมัด หลัง เดนเซล ดุมฟรีส ทำประตูที่ 3 ให้กับทีม เพื่อการันตีตั๋วเข้าสู่รอบต่อไป
ข่าว ฟุตบอลโลก อื่น ๆ