ศึกฟุตบอลโลก 2022 ใกล้เข้าสู่จุดไคลแม็กซ์เต็มที หลังจากที่ผลการประกบคู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย เริ่มปรากฏออกมาเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น แต่เหนือสิ่งอื่นใด 32 ชาติตัวแทนจากทั่วทุกมุมโลกที่มาร่วมชิงชัยในทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ณ ประเทศกาตาร์ จะไม่มีวันนำถ้วย ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ กลับไปยังมาตุภูมิอันเป็นที่รักได้เลย หากพวกเขาขาดเหล่ายอดขุนพลฝีเท้าเยี่ยม

เพราะฉะนั้นในวันนี้พวกเรา Ekings News จะพาท่านผู้อ่านทุกท่าน มาส่อง ทีมรวมดาว 11 แข้งยอดเยี่ยมฟุตบอลโลก 2022 รอบแบ่งกลุ่ม ว่ามีใครบ้างที่ระเบิดฟอร์มแกร่งจนแทบไม่อยากละสายตาจากหน้าจอ

ผู้รักษาประตู : อลิสซอน

แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่นายด่านจาก ลิเวอร์พูล จะไม่ติดทีมชุดนี้ อลิสซอน แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้รักษาประตูระดับเวิลด์คลาส ด้วยการเคลียร์บอลในจังหวะอันตรายจากลูกกลางอากาศให้ทีมรอดพ้นจากการเสียประตูหลายครั้ง และไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ ให้ติติงเลย นอกจากนี้ด้วยการประสานงานของ จอมหนึบวัย 30 ปี กับเหล่าบรรดากองหลังส่งผลให้เกมรับของ ทัพแซมบ้า ดีกว่าครั้งไหนๆ เหนือสิ่งอื่นใดเจ้าตัวลงเล่นสมฐานะปราการด่านสุดท้ายของทีมเต็งแชมป์อย่าง บราซิล เป็นอย่างมาก

เซ็นเตอร์แบ็คฝั่งซ้าย : ติอาโก้ ซิลวา

หลังเกมที่ ทัพเซเลเซา กำราบ เซอร์เบีย และ สวิตเซอร์แลนด์ คว้า 6 แต้มเต็มการันตีตั๋วเข้าสู่รอบต่อไป ปราการหลังวัย 38 ปี จาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าอายุเป็นเพียงแค่ตัวเลข และเป็นหัวใจสำคัญในแนวรับที่ ทัพเซเลเซา จะขาดเสียไม่ได้ การสกัดบอลในจังหวะอันตราย และทำลายเกมสวนกลับของคู่แข่ง ส่งผลให้ ปราการหลังจากสิงห์บลู เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ บราซิล ยังคงรักษาคลีนชีทได้ถึง 2 นัดติดต่อกัน

เซ็นเตอร์แบ็คตัวกลาง : โรแมง ซาอิสส์

กองหลังทีมชาติโมร็อกโกรายนี้ สามารถทำลายจังหวะเกมรุก ตัดบอล และเคลียร์ลูกกลางอากาศ ของคู่แข่งที่ประเดประดังเข้ามาได้แบบอยู่หมัด พร้อมเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ ทัพหมาดำ มีสิทธิ์เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายสูง หลังจากที่เจ้าตัวเป็นผู้ทำประตูปิดกล่อง ในเกมกำชัยเหนือ เบลเยียม 2-0 อีกทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ ชาติจากกาฬทวีป ยังไม่เสียประตูในทัวร์นาเมนต์นี้

เซ็นเตอร์แบ็คฝั่งขวา : เฟอร์จิล ฟาน ไดค์

ไม่ต้องสาธยายถึงความเก่งกาจของ กัปตันทีมแห่งทัพอัศวินสีส้ม ให้มากความ เซ็นเตอร์แบ็คที่หงส์แดง ส่งเข้าประกวด คือศูนย์รวมจิตใจของ พลพรรคกังหันสีส้ม อย่างแท้จริง ด้วยความเด็ดขาด ความสำเร็จ และประสบการณ์ ที่เขาสั่งสมมา ช่วยให้เหล่าแข้งชาวดัตช์รู้สึกอุ่นใจทุกครั้ง เมื่อมีเขาอยู่ในสนาม

มิดฟิลด์ฝั่งซ้าย : เอ็นโซ เฟร์นานเดซ

รูปเกมของ ทัพฟ้าขาว เปลี่ยนไปทันทีเมื่อมี เอ็นโซ เฟร์นานเดซ อยู่ในสนาม เจ้าตัวเป็นมิดฟิลด์ที่มีความคล่องตัวสูง จ่ายบอลได้อย่างแม่นยำ และเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขันได้ การทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมเกมจากแดนหลังสู่แดนหน้า ถือเป็นจุดเด่นที่เขาทำได้ดี และแตกต่างออกไปจาก กองกลางอาร์เจนตินาคนอื่นๆ ซึ่งเชื่อว่าขณะนี้สมควรแก่เวลาแล้วที่ ห้องเครื่องจาก เบนฟิก้า จะได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริง

มิดฟิลด์ตัวกลางฝั่งซ้าย : กาเซมิโร

ฟอร์มการเล่นของ กาเซมิโร ในทัวร์นาเมนต์นี้ แสดงให้เห็นแล้วว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกาถูกที่ มิดฟิลด์ชาวบราซิลเลียน เป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยส่งให้ ทัพแซมบ้า คว้าชัยในเกมเฉือน สวิตเซอร์แลนด์ 1-0 พร้อมส่งทีมบ้านเกิดเข้าสู่รอบต่อไปทันที นอกจากนี้การเปลี่ยนจังหวะเกมจากรับเป็นรุกระดับชั้นครูของห้องเครื่องวัย 30 ปี ยังเป็นสิ่งที่น่าขบคิดว่า หาก ทัพเซเลเซา ชุดนี้ขาดเขาไป จะมีใครมาแทนที่ในตำแหน่งนี้ได้ดีเท่าเขาอีกบ้าง

มิดฟิลด์ตัวกลางฝั่งขวา : เซร์คิโอ บุสเก็ตส์

การยืนระยะมาอย่างยาวนานโดยคงไว้ซึ่งฟอร์มการเล่นระดับสุดยอด ทำให้ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่เลือก เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ดาวเตะผู้ปิดทองหลังพระบัญชาเกมแดนกลางของ ทีมชาติสเปน ได้แบบไม่ขาดตกบกพร่อง อีกทั้ง เจ้าตัวยังเป็นผู้เล่นที่ใช้มันสมองมากกว่าพละกำลัง ส่งผลให้ในหลายๆ จังหวะ เขามีส่วนช่วยให้เพื่อนร่วมทีมเล่นได้ง่ายขึ้น และอุ่นใจทุกครั้งเวลาที่ลูกฟุตบอลอยู่ในการครอบครองของเขา โดยกองกลางดีกรีแชมป์โลกรายนี้ ถือเป็นหนึ่งในโฮลดิ้งมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน

มิดฟิลด์ฝั่งขวา : บรูโน แฟร์นันด์ส

2 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 2 นัด เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีว่า บรูโน แฟร์นันด์ส คู่ควรกับการติดทีมชุดนี้อย่างถึงที่สุด จอมทัพวัย 28 ปี ยังคงแสดงให้เห็นถึงความอันตรายทุกครั้งเมื่อลูกฟุตบอลออกจากเท้าของเขา ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายคิลเลอร์พาสต์ หรือลูกยิงไกล ยังคงเป็นสิ่งที่แฟนบอลชาวโปรตุกีส ไว้ใจได้เสมอ

กองหน้าฝั่งซ้าย : คิลิยัน เอ็มบัปเป้

3 ประตู กับอีก1 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 3 นัด กอปรกับความเร็วที่หาตัวจับได้ยาก และการเลี้ยงหลบคู่ต่อสู้แบบน่าตื่นตาตื่นใจ ส่งผลให้ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ เข้ามาติดทีมชุดนี้ได้อย่างไม่ยากเย็น เหนือสิ่งอื่นใด เขาคือตัวชูโรงของ ทัพตราไก่ ภายใต้การนำทีมของ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ อย่างแท้จริง เนื่องจากทางเราจินตนาการไม่ออกเลยว่า ฝรั่งเศส ที่ไร้ซึ่ง หัวหอกจากเปแอสเช จะลดความอันตรายของพวกเขาลงขนาดไหน

ศูนย์หน้าตัวเป้า : มาร์คัส แรชฟอร์ด

ทางเราลำบากใจมากว่าจะเลือก แฮร์รี เคน หรือ มาร์คัส แรชฟอร์ด ในตำแหน่งนี้ดี แต่แล้วในที่สุดหวยก็มาออกที่ ดาวยิงวัย 25 ปี จาก ทัพปิศาจแดง ปัจจุบัน กองหน้าเลือดผู้ดี ซัดไปแล้ว 3 ตุง ขึ้นนำเป็นดาวซัลโว ทัพสิงโตคำราม แต่เพียงผู้เดียว ด้วยลูกฟรีคิกปลิดวิญญาณในนัดที่พบกับ เวลส์ คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แนวรับของ ทัพมังกรแดง ต้องพังทลายลง อีกทั้งเจ้าตัวยังเป็นคีย์แมนคนสำคัญที่ช่วยให้ อังกฤษ ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม A

ศูนย์หน้าฝั่งขวา : โคดี้ คักโป

ชั่วโมงนี้ไม่มีคอบอลคนไหนไม่เคยได้ยินชื่อของ โคดี้ คักโป เจ้าหนูมหัศจรรย์จากทัพอัศวินสีส้ม ปัจจุบันเจ้าตัวเป็นผู้แบกเกมรุกของ เนเธอร์แลนด์ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยวัยเพียง 23 ปี หลังช่วยทีมบ้านเกิดซัดไปแล้ว 3 ประตู จากการลงสัมผัสเกม 3 นัด ขึ้นเป็นดาวซัลโวของทีม ด้วยความเฉียบคมในการจบสกอร์ การไปกับลูกฟุตบอล และทักษะที่แน่นไม่เป็นสองรองใคร คือ พรสวรรค์ที่ควบคู่ไปกับพรแสวงที่ดาวโรจน์อายุน้อยรายนี้มี น่าสนใจมากว่าทีมใดจะได้ตัว กองหน้าเนื้อหอมรายนี้ ไปร่วมทัพ

แผนการเล่น 3-4-3

คิลิยัน เอ็มบัปเป้ มาร์คัส แรชฟอร์ด โคดี้ คักโป

เอ็นโซ เฟร์นานเดซ กาเซมิโร เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ บรูโน แฟร์นันด์ส

ติอาโก้ ซิลวา โรแมง ซาอิสส์ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์

อลิสซอน

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ