เมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช กองหน้าฟูแลม ถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ สั่งแบนถึง 8 นัด จากกรณีที่เจ้าตัวเข้าไปผลักอกผู้ตัดสิน คริส คาวานาห์ ในศึกเอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ เกมพบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทว่าระยะเวลาดั่งกล่าวยังเทียบไม่ได้กับโทษแบนที่ยาวนานที่สุดบนหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ
จากเกมดังกล่าวมีการแจกใบแดงเกิดขึ้นถึง 2 ครั้ง โดยใบแรกเป็นของ วิลเลียน ที่พยายามใช้มือปัดบอลที่กำลังจะเข้าประตู ผลลัพธ์ที่ได้คือ สตาร์ชาวบราซิลเลียนถูกไล่ออกจากสนาม และ “เจ้าสัวน้อย” เสียจุดโทษ
หลังจากนั้นไม่นาน ศูนย์หน้าชาวเซอร์เบีย ที่ไม่พอใจผลการตัดสินจึงเดินเข้าไปผลัก คริส คาวานาห์ ด้วยอารมณ์อันโกรธเกรี้ยว จึงทำให้เขาถูกไล่ออกไปสงบสติอารมณ์นอกสนาม
นอกจากบทลงโทษที่ หัวหอกวัย 28 ปี สมควรได้รับจากการได้รับใบแดงแล้ว เอฟเอ เพิ่มโทษของเขาอีก 3 เกม สำหรับการกระทำอันรุนแรง และอีก 2 เกม สำหรับการใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม, ดูหมิ่น และคุกคาม ต่อผู้ตัดสิน
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าโทษแบน 8 นัด ของ มิโตรวิช จะดูเหมือนเป็นจำนวนที่มากสำหรับฟุตบอลสมัยใหม่ แต่หากนำมาเปรียบเทียบกับการลงโทษครั้งอื่นๆ ในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ เราจะพบได้ทันทีว่า กรณีของเขากลายเป็นเรื่องขี้ผงไปเลย
10. เปาโล ดิ คานิโอ 11 นัด (1998)
#OnThisDay 1998
— Football Remind (@FootballRemind) September 26, 2021
Paolo Di Canio responded to being dismissed by pushing referee Paul Alcock to the ground. He received an 11-game ban ?pic.twitter.com/j0eWBenNIZ
เปาโล ดิ คานิโอ ตำนานดาวเตะชาวอิตาเลียน เคยได้รับโทษแบนนานถึง 11 เกม ในปี 1998 สืบเนื่องมาจากกรณีที่คล้ายคลึงกับ มิโตรวิช
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในเกมการแข่งขันคู่ระหว่าง เชฟฟิลด์ เวนสเดย์ พบกับ อาร์เซนอล ศูนย์หน้าทีมชาติอิตาลี ผลักใส่ พอล อัลค็อก ผู้ตัดสินในวันนั้นจนล้มลงไปกองกับพื้น จากการกระทำอันสุดโต่งในครั้งนั้น บวกกับโทษใบแดง ส่งผลให้เจ้าตัวโดนแบนเป็นระยะเวลา 11 เกม
9. หลุยส์ ซัวเรซ 4 เดือน (2014)
On this day in 2014 ???
— Classic Football Shirts (@classicshirts) June 24, 2022
Luis Suárez bit Giorgio Chiellini during a heated World Cup match – his third biting incident in 4 years ? pic.twitter.com/ctr7x2PMyB
ในระหว่างที่การแข่งขันศึกฟุตบอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม คู่ระหว่าง ทีมชาติอุรุกวัย พบ ทีมชาติอิตาลี ในปี 2014 กำลังดำเนินอยู่นั้น กองหน้าทัพจอมโหด ตัดสินใจหันไปกัดใส่บริเวณหัวไหล่ของ จอร์โจ้ คิเอลลินี กองหลังทัพอัซซูรี
จากการกระทำในครั้งนั้น ซัวเรซ ถูกสั่งห้ามทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลเป็นระยะเวลา 4 เดือน และทำให้เขาพลาดลงสู้ศึกลาลีกา เลกแรก หลังเพิ่งเซ็นสัญญากับ บาร์เซโลนา
8. วินนี โจนส์ 6 เดือน (1992)
? #OnThisDay in 1992, Vinnie Jones was found guilty and fined £20,000 (a record at the time) plus a suspended playing ban by the FA for bringing the game into disrepute
— ⚽️?⛳ Sports & Tips (@TipsandSport) November 17, 2020
?️ Vinnie took the first early steps to becoming a film star by releasing a video called 'Soccer's Hard Men' pic.twitter.com/yQHTKmoWns
วินนี โจนส์ เป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากสไตล์การเล่นอันรุนแรง และเข้าปะทะใส่คู่แข่งราวกับหมายจะเอาชีวิต ทว่าโทษแบนที่เจ้าตัวได้รับเมื่อปี 1992 นั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องในสนามเลยแม้แต่น้อย
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ อดีตกองกลางเชลซี นำเสนอวีดิทัศน์ชื่อเรื่อง ‘Soccer’s Hardest Men’ ซึ่งทางเอฟเอ เห็นว่าเป็นวิดีโอที่สนับสนุนความรุนแรงในวงการฟุตบอล ส่งผลให้เขาได้มีเวลาคิดทบทวนเกี่ยวกับผลงานที่เผยแพร่ออกไปเป็นระยะเวลา 6 เดือน
7. โคโล ตูเร 6 เดือน (2011)
Kolo Toure also failed a drugs test himself when he was at City back in 2011 and served a six-month ban.#LFC pic.twitter.com/nEh1pLhghO
— The Red Post (@The_Red_Post) April 25, 2016
ในปี 2011 ตูเร ถูกตรวจพบว่าเขาใช้สารต้องห้าม โดย สารที่ไม่ระบุรายละเอียดถูกบรรจุใส่ไว้ในขวดน้ำที่เขาได้รับมาจากภรรยา
ถึงแม้ว่า ปราการหลังชาวไอวอรี่โคสต์ จะไม่ได้จงใจใช้มันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นกีฬา หรือพยายามปกปิดเรื่องดังกล่าวเป็นความลับ แต่เจ้าตัวยังต้องได้รับโทษแบนเป็นระยะเวลานานถึง 6 เดือน
6. อาเดรียน มูตู 7 เดือน (2004)
? #OnThisDay in 2️⃣0️⃣0️⃣4️⃣, Adrian Mutu was given a 7️⃣ month ban and fined £20,000 by the @FA for failing a drugs test. ? pic.twitter.com/duOHX0KnNe
— Football On This Day (@footieonthisday) November 4, 2017
อาเดรียน มูตู ถูกแบนเป็นระยะเวลา 7 เดือน ในปี 2004 หลังจากที่เขาถูกตรวจพบว่าใช้สารเสพติดชนิดโคเคน พร้อมออกมาเปิดเผยเรื่องดังกล่าวต่อสาธารณะ
กองหน้าชาวโรมาเนีย ไม่ได้ลงสนามในสีเสื้อของเชลซี อีกเลย นับตั้งแต่ที่เขาได้รับการลงโทษ จึงตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส ในเดือนมกราคมปี 2005
5. ริโอ เฟอร์ดินานด์ 8 เดือน (2003)
In December 2003, reigning champions Manchester United are sitting at the top of the table when news breaks out that Centre Back Rio Ferdinand will be serving an 8-month ban for failure or refusal to take a drug test. pic.twitter.com/chcf317H4Q
— Flo (@thiago6lcantara) February 9, 2021
ริโอ เฟอร์ดินานด์ ได้รับโทษแบนนานถึง 8 เดือน ในปี 2003 หลังจากที่เจ้าตัวไม่ผ่านการตรวจสารเสพติด นั่นจึงทำให้เซ็นเตอร์แบ็คแมนฯ ยูไนเต็ด ถูกตัดสินว่ามีความผิด โดย เอฟเอ และพลาดภารกิจการช่วยทีมชาติอังกฤษ ลุยศึกยูโร 2004
4. เอริค คันโตนา 9 เดือน (1995)
Eric Cantona's kung-fu kick, 1995. pic.twitter.com/6wql9l9izm
— 90s Football (@90sfootball) April 22, 2021
การกระโดดกังฟูคิกใส่แฟนบอลคริสตัล พาเลซ ในปี 1995 ของ เอริค คันโตนา เป็นเหตุการณ์สุดอื้อฉาวครั้งหนึ่งในวงการฟุตบอล โดยการกระทำในครั้งนั้น ส่งผลให้เจ้าตัวถูกแบนยาวถึง 9 เดือน
โทษแบนของ กองหน้าชาวฝรั่งเศส ส่งผลให้เขาได้เล่นเฉพาะเกมกระชับมิตร หรือการฝึกซ้อมเท่านั้น และยังมีรายงานว่า หัวหอกเลือดน้ำหอม เตรียมโบกมือลาถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทว่าโชคยังดีที่ได้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คอยโน้มน้าวจนเจ้าตัวยอมอยู่กับสโมสรต่อไป จนแขวนสตั๊ดในปี 1997
3. มาร์ค บอสนิช 9 เดือน (2002)
? #OnThisDay ? in 2003
— TEAMtalk (@TEAMtalk) April 29, 2021
Former #CFC and #MUFC goalkeeper Mark Bosnich was banned for 9 months by the FA after a failed drugs test for cocaine. pic.twitter.com/sAuBSR91wU
มาร์ค บอสนิช นายทวารสิงห์บลู ถูกแบนเป็นระยะเวลา 9 เดือน หลังถูกตรวจพบว่ามีสารโคเคนในร่างกายของเขา เมื่อปี 2002
เอฟเอ ตัดสินว่า ผู้รักษาประตูชาวออสเตรเลีย มีความผิดในข้อหาประพฤติตัวไม่เหมาะสม และละเมิดกฎการควบคุมการใช้สารกระตุ้น จน เชลซี ต้องยกเลิกสัญญาในท้ายที่สุด
2. โจอี้ บาร์ตัน 13 เดือน (2016)
#SFMSportsGist
— Search Media FUT Minna (@Searchmediamx) July 28, 2017
Joey Barton's 18-month suspension from all football activity has been reduced to 13 months following a successful appeal pic.twitter.com/1xNAFIBk7I
โจอี้ บาร์ตันได้รับโทษแบนนานที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ เมื่อปี 2560 จากการละเมิดกฎการเล่นพนัน
แม้ว่าบทลงโทษในครั้งแรกของ กองหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะอยู่ที่ 18 เดือน แต่เจ้าตัวยื่นอุทธรณ์จนได้รับการลดหย่อนลงเหลือ 13 เดือน อย่างไรก็ตาม การแบนในครั้งนั้น ส่งผลให้เส้นทางอาชีพค้าแข้งของเขาสิ้นสุดลง
1. อีน็อค เวสต์ 30 ปี (1915)
#OnThisDay in 1886…
— United History (@UnitedHistory3) March 31, 2020
Former #MUFC forward, Enoch West was born. He made a goalscoring debut against Woolwich Arsenal in a 2-1 away victory in 1910 and would go on to score 80 goals in 181 games for United.
West would leave #MUFC in 1915 after a life long ban for match fixing. pic.twitter.com/AmAcvDYkXn
การแบนที่ยาวนานที่สุดบนหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ ตกเป็นของ อีน็อค เวสต์ ดาวรุ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในปี 1915
กองหน้าปิศาจแดง ค้าแข้งกับ ยูไนเต็ด นานถึง 5 ฤดูกาล โดยถล่มไปถึง 21 ประตู ในศึกดิวิชั่น 1 ประจำฤดูกาล 1912/13
อย่างไรก็ตาม เขาถูก เอฟเอ สั่งแบนตลอดชีวิตในข้อหาร่วมกันล้มบอลกับผู้เล่น แมนฯ ยูไนเต็ด 4 ราย และ ลิเวอร์พูล อีก 3 ราย
ทั้งนี้ ผู้เล่นคนอื่นๆ สามารถกลับไปเล่นฟุตบอลได้ตามเดิม หลังยอมรับเงื่อนไขจากทางสมาคม ซึ่งนั่นคือ การช่วยชาติร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 ทว่า เวสต์ เป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ยอมรับข้อเสนอดังกล่าว ก่อนที่โทษแบนของเขาจะถูกยกเลิกในปี 1945
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ