ซีอาร์เซเว่น ที่เพิ่งจะเซ็นสัญญากับยอดทีมจากเมืองแห่งน้ำมันพร้อมกับรับค่าเหนื่อยก้อนโต ได้ออกมาบอกแล้วว่า เหตุผลที่เขาเลือกที่จะลาฟุตบอลในทวีปยุโรป แล้วมาลุยในทวีปเอเชียนั่นก็เพราะว่าเขารู้สึกว่าเขาได้คว้าแชมป์มาหมดแล้วทุกอย่าง และมันถึงเวลาแล้วสำหรับประสบการณ์ใหม่ ๆ
คริสเตียโน โรนัลโด้ หัวหอกจอมเก๋าวัย 37 ปีของทีมชาติโปรตุเกส ได้ออกมาเผยถึงเหตุผลที่เขาเลือกบอกลาฟุตบอลในทวีปยุโรปและเลือกจะย้ายมาค้าแข้งในลีกเอเชียกับ อัล นาสเซอร์ ทีมดังจากลีกสูงสุดของประเทศซาอุดิอาระเบีย โดยเขาบอกว่าเขารู้สึกว่าเขาคว้าแชมป์ทุกอย่างที่จะคว้าได้ในยุโรปแล้ว และมันถึงเวลาแล้วจริง ๆ สำหรับประสบการณ์ใหม่ ๆ ในอาชีพการค้าแข้งของเขา
ซีอาร์เซเว่น หลังจากแยกทางกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังในพรีเมียร์ลีก อังกฤษในช่วงฟุตบอลโลก 2022 ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่ไม่มีสังกัด และสามารถย้ายไปเล่นกับทีมไหนก็ได้แบบไร้ค่าตัว
จนกระทั่งล่าสุด จะเป็นยอดทีมจากซาอุดิอาระเบียอย่าง อัล นาสเซอร์ ที่ยื่นข้อเสนอมาให้กับดาวเตะรายนี้พร้อมกับค่าเหนื่อยสุดแพง ซึ่งทางตัวนักเตะก็ได้ตอบรับข้อเสนอ และได้มีการเซ็นสัญญากันเป็นแบบทางการแล้วเรียบร้อย โดยที่ โรนัลโด้ จะเซ็นสัญญากับ อัล นาสเซอร์ 2 ปีครึ่ง ถึงปี 2025 พร้อมกับรับค่าเหนื่อย 200 ล้านยูโรต่อปี
“ผมรู้สึกตื่นเต้นมากกับลีกใหม่ ๆ ในประเทศที่แตกต่าง แนวทางที่ อัล นาสเซอร์ กำลังทำอยู่และกำลังพัฒนาในซาอุดิอาระเบียในเรื่องของฟุตบอลชายและหญิงมันเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ” เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย กล่าว
“เราสามารถเห็นได้เลยจากฟอร์มของซาอุดิอาระเบียในฟุตบอลโลกที่ผ่านมา ว่านี่คือประเทศที่มีความทะเยอทะยานและศักยภาพที่ยอดเยี่ยม”
“ผมรู้สึกว่าผมสามารถคว้าแชมป์ที่คิดว่าจะคว้ามาได้หมดแล้วในฟุตบอลยุโรป และผมก็รู้สึกว่านี่มันถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วที่จะลองมาหาประสบการณ์ในเอเชียดู”
“ผมกำลังตั้งตารอที่จะได้เข้าไปร่วมซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมใหม่และพยายามที่จะช่วยให้สโมสรประสบความสำเร็จ”
สำหรับ คริสเตียโน โรนัลโด้ ถือว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งยุคนี้ โดยที่เขาเคยลงเล่นกับ สปอร์ติง ลิสบอน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด และ ยูเวนตุส ซึ่งเขาเคยคว้าแชมป์มาแล้วหลายรายการ แต่หลัก ๆ นั่นก็คือการคว้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 5 สมัย, พรีเมียร์ลีก 3 สมัย, ลาลีกา 2 สมัย, สคูเดตโต้ 2 สมัย และสโมสรโลกอีก 4 สมัย
อีกทั้ง เขายังได้รับรางวลส่วนตัวอันทรงเกียรติอย่าง บัลลงดอร์ 5 สมัย, ผู้เล่นยอดเยี่ยมของยูฟ่า 4 สมัย, ผู้เล่นยอดเยี่ยมของฟีฟ่า 2 สมัย และผู้เล่นยอดเยี่ยมของโปรตุเกสอีก 10 สมัย
ข่าว ฟุตบอลต่างประเทศ อื่น ๆ