ทาคูมิ มินามิโนะ กองกลางจากแดนอาทิตย์อุทัย กำลังเผชิญกับปัญหาเดิมเหมือนสมัยที่ยังค้าแข้งให้กับ ลิเวอร์พูล แม้จะย้ายสังกัดไปอยู่กับ โมนาโก แล้วก็ตาม

ตลอดเส้นทางการค้าแข้ง และความยากลำบากที่เกิดขึ้นในถิ่นแอนด์ฟิลด์  ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่น่าชวนสงสัย ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากเพลย์เมคเกอร์จากแดนปลาดิบยังคงอยู่กับ ทัพหงส์แดง ต่อไปในช่วงซัมเมอร์นี้

แข้งชาวญี่ปุ่นรายนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เขาเป็นนักเตะที่มีค่ามากขนาดไหนสำหรับทีม เมื่อฤดูกาล 2021/22 ที่ผ่านมา เมื่อ เรด แมชชีน ต้องการใช้งานเขา ซึ่งในฤดูการนั้น มินามิโนะ ซัดไปถึง 10 ประตู โดย 7 ใน 10 ประตูนี้มาจากการแข่งขันฟุตบอลด้วยภายในประเทศ และมีด้วยกัน 2 เกมที่เขาเป็นผู้ยิงประตูชัยให้กับทีม ด้วยผลงานอันสวยหรูนี้จึงเพียงพอต่อการส่งให้เขาเป็นดาวซัลโวของสโมสรถึง 2 รายการ(เอฟเคคัพ และคาราบาว คัพ)

เมื่อศึกใหญ่ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก มาถึง ดาวเตะเลือดซามูไรมักจะถูกมองข้ามเสมอ หากเรามองจากภายนอก เราอาจยกความดีความชอบให้กับ เยอร์เกน คล็อปป์ ว่าเป็นจุดแข็งที่เขาส่ง มินามิโนะ ลงมาในเวลาที่ใช่เสมอ แต่หากมองลงให้ลึกลงไปกว่านั้น นี่เป็นเรื่องที่ยากเกินกว่าจะพิสูจน์

กองกลางวัย 27 ปี ให้สัมภาษณ์กับทาง Mail Online ในเดือนมิถุนายน เป็นช่วงเวลาเกือบเดือนหลังรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมปเปียนส์ ลีก ว่าเขาไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีม อย่างที่เขาคิดไว้เลย

“หลายๆ เกมที่ผมลงเล่นไม่มีใครเหลียวแลผมเลย”

“แม้ผมจะทำผลงานออกมาได้ดี แต่กลับไม่มีผลตอบรับใดๆ กลับมา ผมพยายามพิสูจน์ตัวเองว่าผมคู่ควรกับตำแหน่งตัวจริง ผมฝึกซ้อมเป็นการส่วนตัวด้วย หลังจากพี่ฝึกซ้อมกับทีมเสร็จสิ้นแล้ว”

“ผมทิ้งบางสิ่งไว้ข้างหลัง เพื่อให้ผมมีสภาพจิตใจที่ดีเพื่อการลงเล่นในแมตช์ต่อไป”

“ในทุกๆ วันผมรู้สึกถูกกระตุ้นด้วยความโกรธ และความโศกเศร้า ผมไม่มีโอกาสได้ลงเล่นมากนัก ดังนั้นมันเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะรักษาสภาพจิตใจ”

“มันเหมือนจะเป็นฤดูกาลที่ดีขึ้นสำหรับผม แต่ความจริงแล้วกลับไม่ใช่อย่างนั้นเลย มันน่าผิดหวัง ทั้งที่ผมทำผลงานออกมาได้ดี แต่นั่นก็ไม่เพียงพอต่อการให้ผมได้ลงเล่นในเกมใหญ่ๆ”

หลังย้ายสังกัดไปอยู่กับ โมนาโก ในลีกเอิง ฝรั่งเศส แข้งจากแดนอาทิตย์อุทัยได้กลับมาเล่นในตำแหน่งที่เขาถนัดอีกครั้ง และได้ลงประเดิมสนามเกมแรกในศึกแชมป์เปียนส์ ลีก รอบคัดเลือกกับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน ทว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนกับการฉายภาพซ้ำเช่นเดียวกันกับครั้งที่เจ้าตัวยังค้าแข้งอยู่ที่สโมสรดังจากเมอร์ซีย์ไซด์ โดย มินามิโนะ ถูกเปลี่ยนตัวออกทั้งจากการแข่งขันทั้ง 2 เลก

ครั้งแรกเกิดขึ้นในเกมที่ โมนาโก เปิดบ้านพบกับ ล็องส์ โดยในเกมนั้นมิดฟิลด์จากแดนปลาดิบได้ลงเล่นเป็นตัวจริง แต่กลับถูกเปลี่ยนออกทั้งที่ยังลงเล่นได้ไม่ครบชั่วโมงเสียด้วยซ้ำ และการแข่งขันจบลงด้วยความปราชัยถึง 4-1

ถัดมาคือการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในลีกเอิง เมื่อทีมของ มินามิโนะ ต้องพบกับทีมแชมป์อย่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง โดยเกมนัดนี้ถือเป็นเกมที่สำคัญ และมีความหมายกับเจ้าตัวมากๆ หลังหนีออกจากม้านั่งสำรองที่ ลิเวอร์พูล

อย่างไรก็ตามแม้นักเตะวัย 27 กะรัต จะได้ลงมาสัมผัสกับฟลอร์หญ้าในเกมบิ๊กแมตช์นี้ แต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากนัก นอกจากยืนดู เนย์มาร์ สังหารจุดโทษตีเสมอให้กับ เปแอสเช และเกือบทำทีมเสียประตู

หลังจากนั้นเป็นเกมที่ โมนาโก พบกับ ทรัวส์ เมื่อ กีร์เยโม มารีปาน เซ็นเตอร์แบ็คของทีมถูกใบแดงไล่ออกสนาม ส่งผลให้เฮดโค้ชของพวกเขาไม่รอช้าตัดสินใจถอด มินามิโนะ ออกก่อนเริ่มครึ่งเวลาหลัง

ยิ่งไปกว่านั้นในการแข่งขันยูโรป้าลีก ที่ต้องพบกับ เรดสตาร์ เบลเกรด(เซอร์เบียร์) เฟเรนซ์วารอส(ฮังการี) และในลีกกับ โอลิมปิก ลียง เจ้าตัวไม่เคยลงครบ 90 นาทีเลยแม้แต่เกมเดียว

เขากลับมาอยู่บนม้านั่งสำรองอีกครั้งในเกมที่พบกับ แร็งส์ แต่หลังจากที่เจ้าตัวถูกเปลี่ยนตัวลงมาในนาทีที่ 65 อย่างน้อย มินามิโนะ ก็ได้ประตูปลอบใจโดยเป็นประตูแรกของเขากับ โมนาโก

โดยสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาอยู่ ณ ตอนนี้แทบไม่แตกต่างจากสมัยที่ยังค้าแข้งอยู่กับ ลิเวอร์พูล เลย

ข่าว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อื่น ๆ