ในช่วงตลาดการซื้อขายเดือนมกราคมที่ผ่านมา แม้ว่าจะเป็นในช่วงกลางฤดูกาล แต่หลาย ๆ ทีมก็มีการใช้เงินไปเยอะเหมือนกัน แต่ก็มีสโมสรบางแห่งที่ไม่ได้มีงบเยอะมากในตลาดรอบนี้ ทำให้พวกเขาต้องดีลกับนักเตะที่มีคุณภาพและราคาสมเหตุผม และนี่คือ 8 ดีลสุดคุ้มในตลาดช่วงหน้าหนาว

การเสริมทัพในช่วงกลางฤดูกาล ถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ทีมนั้น ๆ มีในช่วงครึ่งแรกของซีซั่น ซึ่งถ้าหากพวกเขาไม่แก้ ปัญหานั้นอาจจะส่งผลยาวถึงตอนจบฤดูกาลเลยก็ได้

โดยปกติแล้ว ในช่วงตลาดการซื้อขายเดือนมกราคม หลาย ๆ สโมสรมักจะไม่ค่อยทุ่มเงินเยอะไปกับการเสริมทัพเท่าไหร่ เนื่องจากไม่มีงบ และ ดีลยาก เพราะแน่นอนว่าทุก ๆ สโมสรก็ไม่ต้องการที่จะเสียผู้เล่นคนสำคัญไปในช่วงกลางซีซั่น นั่นส่งผลให้หลาย ๆ ทีมมักจะไปรอเสริมแบบเต็มสูบในช่วงซัมเมอร์ซะมากกว่า

แต่ก็มีบางทีมที่ต้องการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นซีซั่นจริง ๆ พวกเขาจึงจำเป็นต้องเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่โดยเร็วที่สุด แต่อย่างที่บอกไป ปกติแล้วหลาย ๆ ทีมมักจะไม่มีงบในตลาดรอบนี้ ทำให้พวกเขาต้องหานักเตะชั้นเยี่ยมที่ราคาย่อมเยาเข้ามาสู่ทีม และนี่ คือ 8 ดีลที่คุ้มค่าสมราคาในตลาดการซื้อขายนักเตะช่วงเดือนมกราคม 2023 จะมีใครกันบ้าง ติดตามได้ที่นี่

8. โนนี มาดูเอเก้ – พีเอสวี ไอนด์ โฮเฟ่น ไป เชลซี (29 ล้านปอนด์)

ปีกวัย 20 ปีชาวอังกฤษ ย้ายไปอยู่กับ อคาเดมีของ พีเอสวี ตั้งแต่ยังเป็นเยาวชน ซึ่งเขาก็เป็นในหนึ่งนักเตะวอนเดอร์คิดของยอดทีมจากแดนกังหันมาโดยตลอด โดยจุดเด่นของเขาก็คือความเร็ว, การไปกับบอลได้ดี และมีความมั่นใจในการเล่นสูง ในขณะที่ เชลซี ต้องการผู้เล่นในแนวรุกที่มีศักยภาพเยี่ยมเข้ามาเสริมเพื่อแก้ปัญหาหน้าฝืดอยู่พอดี

และถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะเป็นนักเตะที่มีค่าเฉลี่ยยิงได้ 1 ประตูต่อ 4 เกม แต่ถ้าหากเทียบอายุ, ราคา, ความสามารถ และสัญชาติของเขาที่เป็นคนอังกฤษ (ซึ่งมักจะมีการโก่งราคาเกินจริงอยู่บ่อยครั้ง) 29 ล้านปอนด์ถือว่าคุ้มค่าสำหรับนักเตะที่มีความสามารถและผ่านการพิสูจน์กับ พีเอสวี มาแล้ว

7. จอร์จินโญ – เชลซี ไป อาร์เซนอล (12 ล้านปอนด์)

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ดีลในตลาดการซื้อขายรอบนี้สำหรับ ดีลของ จอร์จินโญ ย้ายมาอยู่กับ อาร์เซนอล

แต่หลังจากที่เขาย้ายมา ก็ได้มีการเผยออกมาแล้วว่า ที่ มิเกล อาร์เตต้า เลือกจะเซ็นสัญญากับมิดฟิลด์จอมเก๋าชาวอิตาลีรายนี้ก็เพราะต้องการจะเติมความแน่นและความนิ่งให้กับทีม ในขณะที่ไอ้ปืนใหญ่ตอนนี้ กำลังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบเต็มตัว ทำให้พวกเขาต้องการนักเตะที่มีประสบการณ์สูงเข้ามาเสริมทีม และด้วยราคา 12 ล้านปอนด์สำหรับกองกลางดีกรีแชมป์ยุโรปถือว่าเป็นราคาที่คุ้มเกินคุ้มสำหรับ เดอะ กันเนอร์ส

6. ปาโบล ซาราเบีย – ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ไป วูล์ฟแฮมตัน วันเดอเรอร์ส (4.4 ล้านปอนด์)

ในฤดูกาลนี้ ทีมหมาป่าที่เคยมีเกมรุกสุดเฉียบ กลับฟอร์มตกลงไปอย่างน่าใจหาย ทำให้พวกเขาต้องไปเซ็นสัญญากับดาวยิงหลาย ๆ คนมาไม่ว่าจะเป็น มาเธอุส คุนญ่า หรือ ดิเอโก้ คอสต้า แต่ทั้งสองก็ยังไม่ได้ยกระดับเกมรุกของทีมได้ดีมากเท่าไหร่

แต่ในรายของ ปาโบล ซาราเบีย ถือว่ายกระดับเกมรุกขึ้นมาได้ดีที่สุด ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าเขามีวิธีพาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษได้บ่อยครั้ง และค่าตัวของเขา 4.4 ล้านปอนด์ ถือว่าคุ้มค่าสำหรับค่าตัวของนักเตะที่มีดีกรีติดทีมชาติสเปนชุดใหญ่ไปลุยศึกฟุตบอลโลกและทำผลงานได้ดี

5. อาร์เนาต์ ดันจูมา – บียาร์เรอัล ไป ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ (ยืมตัว)

หลังจากที่เขาได้รับบาดเจ็บหนักไป เขาก็เพิ่งที่จะได้ลงเล่นให้กับเรือดำน้ำสีเหลืองแค่ 10 เกมเท่านั้นในซีซั่นนี้ ทำให้เขาต้องการที่จะกลับมาเล่นอย่างสม่ำเสมออีกครั้ง และสุดท้ายเขาก็ได้มาลงเอยกับท็อตแนมแบบสัญญายืมตัว

และดูเหมือนว่า การมาของ ดันจูมา จะกลายเป็นดีลที่ดูคุ้มไปแล้ว หลังเจ้าตัวเป็นนักเตะที่เล่นเกมสวนกลับได้ดี ซึ่งเป็นแท็คติกหลักของ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือของทีม อีกทั้งเขายังทำประตูแรกของเขาในสีเสื้อทีมตราไก่ได้แล้วในเกมเอฟเอคัพ

4. ดาลีย์ บลินด์ – อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ไป บาเยิร์น มิวนิค (ฟรี)

ทีมเสือใต้ กำลังประสบปัญหาฟอร์มอย่างหนักในช่วง 3 เกมหลังสุด ซึ่งปัญหาหลัก ๆ นั่นก็คือเกมรับ ทำให้พวกเขาต้องหาผู้เล่นที่มากประสบการณ์เข้าทีม ก่อนที่เขาจะมาลงเอยกับแนวรับสารพัดประโยชน์จอมเก๋าอย่าง บลินด์

และแม้ว่าเขาจะอายุปาเข้าไป 32 ปีแล้ว แต่เขายังคงเป็นประโยชน์กับทีมอยู่เสมอ เนื่องจากว่าเขามีความสามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ จูเลียน นาเกลส์มันน์ กุนซือของ บาเยิร์น ต้องการ

และหลังจากที่ อาแจ็กซ์ เสีย บลินด์ ไป ผลงานของพวกเขาก็ออกทะไปอย่างชัดเจน นั่นแสดงให้เห็นว่าแนวรับรายนี้มีความสำคัญและสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้จริง ๆ ในขณะที่ บาเยิร์น ได้ตัวนักเตะรายนี้มาแบบฟรี ๆ ถือว่าคุ้มเกินคุ้ม

3. เวสตัน แม็คเคนนี – ยูเวนตุส ไป ลีดส์ ยูไนเต็ด (ยืมตัว)

ทัพยูงทอง พวกเขาต้องมาดิ้นรนกับการหนีตกชั้นในซีซั่นนี้ ทำให้พวกเขาต้องหานักเตะที่เหมาะสมเข้ามาช่วยทีมในช่วงหลังของซีซั่น ซึ่งเขาก็ได้ตัวนักเตะอย่าง แม็คเคนนี มิดฟิลด์ดีดรีทีมชาติสหรัฐอเมริกามาร่วมทีม

กองกลางจากแดนมะกันรายนี้ เป็นกำลังหลักให้กับทีมม้าลายมาโดยตลอด ซึ่งเรื่องฝีเท้าของเขาก็ต้องบอกว่าจัดจ้าน ในขณะที่ตอนนี้เขามีโอกาสที่จะได้มาร่วมงานกับคนบ้านเดียวกันอย่าง เจสซี มาร์ช กุนซือของทีม และ ไทเลอร์ อดัมส์ กับ แบรนเดน อารอนสัน นั่นน่าจะยิ่งทำให้เขาโชว์ฟอร์มเก่งและช่วยยกระดับแผงแดนกลางของ ลีดส์ ได้เป็นอย่างดี

2. มาร์เซล ซาบิตเซอร์ – บาเยิร์น มิวนิค ไป แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (ยืมตัว)

จากที่ คริสเตียน อีริคเซน มิดฟิลด์ชาวเดนมาร์กได้รับบาดเจ็บหนักที่ข้อเท้าจนต้องพักยาว 3 เดือน ทีมปีศาจแดง จึงต้องเร่งหาตัวผู้เล่นกองกลางคนใหม่เข้ามาเสริมทีมโดนด่วน ก่อนที่ไปลงเอยกับ มิดฟิลด์ทีมชาติออสเตรียอย่าง ซาบิตเซอร์

ซาบิตเซอร์ ถือว่าเป็นกองกลางที่มีพละกำลังสูง วิ่งเพรสซิ่งได้ดี และมีทีเด็ดจากลูกวางยาวและยิงไกล เราจะเห็นได้จากตอนที่เขาเป็นกัปตันทีม แอร์เบ ไลป์ซิก แต่ในช่วงหลังที่เขาย้ายมาอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค เขาไม่มีโอกาสที่จะได้โชว์ฟอร์มมากนัก แต่ในเมื่อเขาย้ายมาอยู่กับ ยูไนเต็ด ในยุคของ เอริค เทน ฮาก ที่เน้นการวิ่งเพรสในแดนกลาง นี่อาจจะเป็นอะไรที่เหมาะสมกับเขา และน่าจะเป็นดีลที่ตอบโจทย์สำหรับการแก้ขัดเพื่อรอให้เพลย์เมกเกอร์ของทัพโคนมกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง

1. เมมฟิส เดปาย – บาร์เซโลนา ไป แอตเลติโก้ มาดริด (2.6 ล้านปอนด์)

กองหน้าชาวดัตช์ ถือว่าเป็นนักเตะอีกหนึ่งรายที่ถูก บาร์เซโลนา จับนั่งดองยาวจนไม่มีโอกาสได้ลงเล่นและโชว์ฟอร์มเก่งของเขา นั่นทำให้เขาต้องการที่ย้ายทีมเพื่อหาโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมออีกครั้ง

ก่อนที่เขาจะย้ายไปอยู่กับทีมตราหมี ที่ตอนนี้ปล่อย เจา เฟลิกซ์ ไปให้ เชลซี ยืมตัว โดยที่ค่าตัวของ เดปาย อยู่ที่ 2.6 ล้านปอนด์เท่านั้น ถือว่าถูกสุด ๆ สำหรับหัวหอกที่มีผลงานรับรองมาแล้วมากมายไม่ว่าจะในระดับสโมสรหรือว่าทีมชาติ อีกทั้ง เดิมที มีรายงานว่า ข้อตกลงในดีลของ เดปาย แอตฯ มาดริด จะต้องจ่าย ยานนิค การ์รัสโก้ ให้กับ ทีมเจ้าบุญทุ่มด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ