ฉลามชล เผยเป็นหนึ่งในทีมที่เห็นด้วยกับการแยก ไทยลีก ออกจากสมาคมฯ แต่ต้องมี 4 เงื่อนไขที่ต้องช่วยให้สโมสรอื่นอยู่รอดด้วย
ธิติกร อาจวาริน เลขานุการสโมสร ชลบุรี เอฟซี ยืนยันเป็นหนึ่งในทีมที่เห็นด้วยกับการแยก ไทยลีก ออกจาก สมาคมฯ เพื่อให้สโมสรสมาชิกในรีโว่ ไทยลีก บริหารลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเอง แต่ย้ำว่าต้องทำภายใต้ 4 เงื่อนไขที่ต้องช่วยให้ทีมอื่น ๆ เดินหน้าต่อไปได้ด้วย
สมาคม หมดสัญญากับ AIS หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา ก่อนเปิดประมูลรอบใหม่ ในสัญญา 4 ปี แต่จากปัญหาที่ขายได้ในราคาที่ไม่ตามเป้า ทำให้ต้องเรียกสโมสรสมาชิกมาประชุมด่วน เมื่อช่วงสาย วันที่ 27 มิถุนายน 2566 เพื่อหาทางออกร่วมกัน
ก่อนที่ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เสนอแยก ไทยลีก ออกจาก สมาคมฯ เพื่อให้ 16 ทีมในรีโว่ ไทยลีก ร่วมกันบริหารค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดเอง เหมือนโมเดลของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปรากฎว่ามีถึง 11 ทีมเห็นด้วย และ อีก 5 ทีมที่งดออกเสียง ซึ่ง สมาคมฯ จะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมสภากรรมการอีกครั้ง วันที่ 3 กรกฎาคม 2566
ขณะที่ ธิติกร อาจวาริน ตัวแทนจาก ชลบุรี เอฟซี เผยว่าเป็นหนึ่งในทีมที่ยอมรับหลักการในเรื่องนี้ แต่ต้องมีเงื่อนไข 4 อย่าง ประกอบด้วย
“จุดยืนของชลบุรี ในเรื่องนี้คือ การยอมรับการแยกลีกออกมาบริหารจัดการเอง แบบมีเงื่อนไขดังนี้”
“16 ทีมไทยลีก ต้องมีส่วนร่วมในการบริหาร และออกสิทธิออกเสียงอย่างเท่าเทียมกัน มีการคัดสรรผู้ที่มีความสามารถเข้ามาบริหารองค์กร”
“Equal Share หรือเงินส่วนแบ่งของทุกทีม ช่วงแรกต้องได้เท่ากัน คือหาได้เท่าไหร่ต้องแบ่งทีมใหญ่ทีมเล็กเท่าๆ กัน เพื่อประคองทีมเล็กก่อน เมื่อลีกเติบโตกว่านี้ จึงค่อยคิดถึงเรื่อง Rating Share (ทีมที่เป็นที่นิยม)”
“เสนอให้มี Parachute Payments หรือ เงินช่วยเหลือทีมที่ตกชั้น เหมือนที่พรีเมียร์ลีกมี อาจจะ 50% หรือน้อยกว่านั้น เพื่อพยุงทีมที่ตกชั้นไม่ให้เจ็บหนักจนเกินไป”
“สมาคมฯ ต้องดูแลสโมสรในไทยลีก 2 และ ไทยลีก 3 ให้ดี จากหุ้นส่วน ที่สมาคมฯ ถืออยู่ และสิทธิประโยชน์อื่นๆ จากสมาคมฯ”
“ซึ่งจะมีบทสรุปเรื่องนี้อีกครั้ง หลังการประชุมสภากรรมการฯ ในวันที่ 3 ก.ค. 2566”
“สุดท้ายทุกอย่างจะสำเร็จได้หรือไม่ ฟุตบอลไทยจะเดินต่อไปได้แค่ไหน ก็ขึ้นอยู่ที่แฟนบอลที่จะต้องสนับสนุนทีมของตัวเอง เพื่อให้สโมสรยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองไปตราบนานเท่านาน”
ทั้งนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด-19 โดยฤดูกาลที่ผ่านมา ก็เพิ่งอ้างมติสภากรรมการ ขอลดเงินสนับสนุนสโมสรสมาชิก ลงถึง 2 รอบ จาก 30% เพิ่มเป็น 50% ซึ่งในส่วนของทีมไทยลีก 1 จากเดิมที่ได้รับทีมละ 20 ล้านบาท เหลือเพียง 10 ล้านบาท และ ปัจจุบัน ก็ยังค้างจ่ายอีก 1 งวด จากทั้งหมด 4 งวด ในขณะปิดฉากซีซั่นไปแล้ว
ข่าว ฟุตบอลไทย อื่น ๆ