ถึงแม้ว่า ไรอัน บาเบล อดีตผู้เล่นตัวรุกของลิเวอร์พูล ต้องการให้ โคดี้ คักโป ดาวโรจน์รุ่นน้องทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ย้ายไปร่วมทีมกับอดีตต้นสังกัดของเขาในถิ่น แอนด์ฟิลด์ แต่เจ้าตัวคิดว่า อาร์เซนอล น่าจะเป็นสโมสรที่ลงตัวที่สุดสำหรับแข้งเนื้อหอมรายนี้
ศูนย์หน้าวัย 23 ปี สร้างชื่อเสียงกระฉ่อนโลกด้วยการซัดไป 2 ประตู จากการลงเล่น 2 นัด ในศึกฟุตบอลโลก 2022 ให้กับ ทัพอัศวินสีส้ม ภายใต้การคุมบังเหียนของยอดกุนซือมากประสบการณ์อย่าง หลุยส์ ฟาน กัล
หัวหอกจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน เป็นที่หมายปองจากเหล่าบิ๊กทีมในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาอย่างยาวนาน และใกล้เคียงที่จะย้ายไปร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากที่สุด ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก่อนที่ เอริค เทน ฮาก ผู้จัดการทีมของพวกเขาจะหันเหความสนใจไปหา แอนโทนี ปีกชาวบราซิลเลียนแทน
ปัจจุบัน อาร์เซนอล และ ลิเวอร์พูล ยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ของ ดาวรุ่งชาวดัตช์ อย่างใกล้ชิด ก่อนตลาดเดือนมกราคมจะเปิดทำการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไอ้ปืนใหญ่ ของ มิเกล อาร์เตต้า ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในแนวรุกให้สมฐานะทีมลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้แบบเต็มสูบ
ก่อนหน้านี้ นายใหญ่ชาวสแปนิช เพิ่งพลาดคว้าตัว 2 กองหน้ารายใหม่เข้ามาร่วมถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดียม ในช่วงซัมเมอร์ หลังการเจรจาดึงตัว เปโดร เนโต้ และ ราฟินญา ล้มเหลวไม่เป็นท่า
อย่างไรก็ตาม บาเบล เชื่อว่า คักโป ต้องพิจารณาจากหลายๆ ปัจจัย และต้องถี่ถ้วนอย่างที่สุดในการเลือกเส้นทางค้าแข้งในอนาคต แต่เจ้าตัวรู้สึกว่า สโมสรแห่งลอนดอนเหนือ น่าจะเป็นทีมที่เหมาะสมกับ ดาวเตะรุ่นน้องรายนี้ มากที่สุด ตามรายงานของ The Athletic
“ในช่วงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานี้ เราเห็นได้ชัดว่ามีหลายสโมสรในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต่างให้ความสนใจในตัว คักโป ตัวอย่างเช่น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น ซึ่งเราตัดเรื่องค่าตัวของเขาออกไปได้เลย เนื่องจากทุกทีมจ่ายไหวอยู่แล้ว หากต้องการเขาไปร่วมทีม เพราะฉะนั้น เรามาพิจารณากันว่าในทัวร์นาเมนต์นี้ ฝีเท้าของเขาจะพัฒนาไปได้ถึงจุดไหน เขาสามารถแสดงศักยภาพให้เราเห็นได้มากพอหรือไม่ เพื่อให้พร้อมสำหรับก้าวต่อไป ไม่ว่าจะเป็นในเดือนมกราคมนี้ หรือฤดูร้อนครั้งหน้า”
“ในฐานะแฟนบอล ลิเวอร์พูล ผมอยากให้เขาไปอยู่ที่นั่นมากๆ หากสโมสรติดต่อเขามา แต่ในขณะเดียวกัน อาร์เซนอล เป็นทีมที่เหมาะสมกับเขาอย่างน่าเหลือเชื่อ ไม่ว่าจะด้วยตัวของผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน หรือทีมที่พวกเขากำลังสร้าง แต่ในท้ายที่สุดเขาต้องเลือกทำตามหัวใจตัวเอง”
นอกจากนี้ หัวหอกวัย 35 ปี ยังได้กล่าวเสริมต่อว่า ความปรับตัวในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถือเป็นเรื่องสุดท้าทาย เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะแจ้งเกิดได้
“เมื่อคุณเป็นนักเตะชาวดัตช์ที่อายุยังน้อย มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้มีข่าวเชื่อมโยงกับสโมสรใหญ่ในอังกฤษ แต่การก้าวจาก เอเรดิวีซี สู่ พรีเมียร์ลีก ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต เพราะไม่ใช่ผู้เล่นทุกคนที่จะสามารถปรับตัว และอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกได้”
“มีผู้เล่นมากมายถูกวางบทไว้ว่าจะดาวดวงต่อไป และหลังจากที่พวกเขาย้ายไปเล่นในพรีเมียร์ลีก พวกเขากลับไม่สามารถรับมือความยากลำบากเหล่านั้นได้ ความคิดของชาวเนเธอร์แลนด์ แตกต่างจากความคิดของชาวอังกฤษ โดยสิ้นเชิง ดังนั้นคุณต้องปรับตัว และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แบบยกเครื่อง”
“แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ คุณต้องมองดูตัวเองว่า สไตล์การเล่นของคุณเหมาะสมกับทีมไหน ไม่ใช่ดูแค่ชื่อชั้นของสโมสร จากนั้นจึงถามตัวเองต่อว่า ตัวคุณสามารถเล่นอยู่ในลีกระดับสูงได้หรือไม่”
ข่าว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อื่นๆ