กุนซือชาวสเปนของทีมเจ้าบุญทุ่ม ยอมรับว่าตัวเองรู้สึกโมโหสุด ๆ หลังทีมของเขาเสียผลประโยชน์จาก VAR ถึง 2 ครั้งในเกมแพ้ให้กับทัพเนรัซซูรีในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก
ชาบี เอร์นานเดซ ผู้จัดการทีมของ บาร์เซโลนา ยอมรับว่าตัวเองโมโหและโกรธสุด ๆ หลังจากทีมของเขาเสียผลประโยชน์จากการทำงานของ VAR ถึง 2 ครั้งในเกมแพ้ให้กับ อินเตอร์ มิลาน 0-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดที่ 3
ในเกมเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา เป็นทัพงูใหญ่ที่ออกนำบาร์ซาไปก่อนจากลูกยิงไกลของ ฮาคาน ชัลฮาโนลู ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของครึ่งแรก และนั่นเป็นประตูเดียวในเกมนี้ส่งผลให้ลูกทีมของ ซิมิโอเน อินซากี เอาชนะไปในที่สุด
ทว่า ในเกมนี้ มีจังหวะที่เจ้าบุญทุ่มเสียผลประโยชน์ถึง 2 ครั้งจาก VAR นั่นก็คือในนาทีที่ 67 เปดรี้ ยิงเข้าประตูไปแล้วแต่ถูก VAR ริบคืนเนื่องจากบอลที่เปิดมาดันไปโดนนิ้วมือของ อันซู ฟาติ เสียก่อน
และในนาทีที่ 90 แซร์จี้ โรแบร์โต้ ได้เปิดเข้ามาด้านในกรอบเขตโทษอีกครั้งแล้วบอลดันไปโดนมือของ เดนเซลล์ ดุมฟรีส์ แนวรับของอินเตอร์ ซึ่งผู้ตัดสินได้ทำการเช็ค VAR แล้วแต่ไม่ได้ให้เป็นลูกจุดโทษ ทำเอา ชาบี ฉุนจัดในระหว่างให้สัมภาษณ์หลังจบเกม
“ผมโมโหและโกรธสุด ๆ เลย กับสถานการณ์ที่เราได้เจอในเกมนี้ มันไม่มีคำอื่นแล้วนอกจากคำว่าโมโหสุด ๆ” เฮ้ดโค้ชชาวสเปน กล่าวหลังจบเกม
“มันไม่ยุติธรรมเลย ผมก็ได้พูดไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าผู้ตัดสินจะต้องอธิบายเหตุผลในการตัดสินใจของพวกเขาด้วย เราไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นเลยสักนิดเดียว ผู้ตัดสินควรที่จะพูดควรที่จะอธิบาย มันจะทำให้มีมนุษยธรรมหน่อยด้วยการอธิบาย”
“ที่ผมหงุดหงิดก็คือ ลูกแฮนด์บอลของดุมฟรีส์มันชัดเจนมาก ๆ”
นอกจากนี้ ชาบี ก็ได้บอกว่าอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ทีมแพ้ในวันนี้ก็คือการที่ลูกทีมของเขาเริ่มเกมของตัวเองได้ช้าเกินไป
“พวกเราเล่นในแบบของเราช้าเกินไป เรากดพวกเขาอยู่ในช่วงท้ายเกม แต่มันไม่ได้มีเปลี่ยนกับโอกาสของเรา เรารู้ว่าลูกยิงไกลของ ชัลฮาโนลู เป็นจุดแข็งของพวกเขา แต่เราก็ยังมีอีก 3 เกมสุดท้ายให้เล่นต่อ”
ข่าว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อื่น ๆ