นายด่านวัย 33 ปี เล่าถึงช่วงเวลาค้าแข้งสุดเหลือเชื่อในปี 2022 ที่เปลี่ยนจากนักเตะไร้สังกัดสู่ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย ครั้งแรก
กิตติพงษ์ ภูแถวเชือก ผู้รักษาประตูสโมสรบีจี ปทุม ยูไนเต็ด เล่าถึงเรื่องราวชีวิตค้าแข้งในปี 2022 ที่เปลี่ยนจากอดีตนักเตะไร้สังกัดสู่ทีมยักษ์ใหญ่ รีโว่ ไทยลีก และก้าวไปติดทีมชาติไทย เป็นครั้งแรกในชีวิต
มือกาววัย 33 ปี ถูก โปลิศ เทโร เอฟซี ยกเลิกสัญญา ก่อนถูก เดอะ แรบบิท ดึงมาร่วมทัพในฐานะประตูมือ 3 เพื่อรอสแตนด์บายต่อจาก ฉัตรชัย บุตรพรม ที่บาดเจ็บยาว และมือสองอย่าง ประสิทธิ์ ผดุงโชค อย่างไรก็ตามเขากลับโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมจนยึดตำแหน่งมือหนึ่งถาวรจนถึงปัจจุบัน ล่าสุดเขาเพิ่งลงเฝ้าเสาให้ทัพช้างศึก ด้วยสถิติที่ยอดเยี่ยมกับ 5 เซฟ ในเกมเดียว พาทีมชาติไทย เอาชนะ ตรินิแดด แอนด์ โตเบโก 2-1 คว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลคิงส์ คัพ 2022 มาครองได้สำเร็จ
“ตอนนั้นรู้สึกเคว้งคว้างมากไม่รู้จะเอายังไงกับเส้นทางนี้ ผมทั้งพยายามขอร้อง และอธิบายเหตุผลกับต้นสังกัด แต่มันก็ไม่เป็นผล ผมได้แต่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น” กิตติพงษ์ ย้อนความหลัังวันที่ถูก โปลิศ เทโร เอฟซี ยกเลิกสัญญากลางคัน
“หลังจากที่ผมถูกยกเลิกสัญญากับต้นสังกัดเก่าก็มีหลายทีมให้ความสนใจในตัวผม และได้สอบถามเข้ามาแต่ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เป็นทีมแรกที่แสดงความชัดเจนเข้ามา ซึ่งผมแทบจะไม่ต้องคิดอะไรมากเลยในการตัดสินใจครั้งนี้ เพราะนี้คือทีมยักษ์ใหญ่ของไทยลีก มีความพร้อมในทุก ๆ ด้านถ้าหากเราได้มีโอกาสทำงานร่วมกับสโมสรแห่งนี้มันคงเป็นอะไรที่สุดยอดมาก”
“ตอนมาที่นี่ทีมมี “พี่เก่ง” (ประสิทธิ์ ผดุงโชค) ลงสนามเป็นมือหนึ่งอยู่ ซึ่งผมเองก็ทราบบทบาทของผมดีอยู่แล้วว่าจะอยู่ในสถานะไหน แต่ผมก็พยายามฝึกซ้อม และแสดงให้เห็นว่าผมพร้อมเสมอหากได้รับโอกาสลงสนาม”
“หลังจากเกมกับ โปลิศ เทโร ทั้งสองนัด ผมก็ไม่คิดว่าจะได้ลงสนามต่อ แต่พอโอกาสมาถึงผมก็พร้อมจะทำให้ดีที่สุด จริง ๆ ผมกับพี่เก่ง (ประสิทธิ์ ผดุงโชค) เราพูดคุยกันตลอด เราไม่ใช่คู่แข่งในการแย่งมือหนึ่งกัน เราเหมือนคน ๆ เดียวกัน เพราะไม่ว่าใครจะได้ลงสนามเราก็จะเป็นกำลังให้กันและกัน และพร้อมที่จะทำเพื่อทีมให้ดีที่สุด ซึ่งผมเองก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รับโอกาสลงสนามและอยากจะช่วยทีมให้ได้มากที่สุด”
กิตติพงษ์ เคยมีชื่อติดทีมชาติไทย ในทีมชุดอุ่นเครื่องช่วงฟีฟ่า เดย์ กับทีมชาติเติร์กเมนิสถาน และบาห์เรน ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกกับโอกาสในทัพช้างศึก หลังก่อนหน้านี้เขาไม่เคยผ่านประสบการณ์ในทีมชาติมาก่อน นอกจากนี้เขายังมีส่วนสำคัญพาบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ผ่านเข้าไปถึงรอบ 8 ทีม ในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2022 เป็นหนแรกในประวัติศาสตร์อีกด้วย
“มันเป็นความรู้สึกที่ดีใจมากเลยครับ แค่มีชื่อติดทีมชาติไทยมันก็เป็นอะไรที่สุดยอดแล้ว แต่พอเราได้ลงสนามด้วยแม้ว่ามันจะเป็นเพียงเกมอุ่นเครื่องแต่มันก็คือวันที่ผมจะไม่มีวันลืมเลย เพราะนี่คือการลงสนามในนามทีมชาติครั้งแรกของผม ที่สำคัญผมได้เล่นที่สนามบีจีมันยิ่งทำให้ผมรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก”
“มันก็เป็นอีกหนึ่งรายการที่ผมเฝ้ารอที่อยากจะมีส่วนร่วมมานาน เพราะจริง ๆ แล้วผมเคยเกือบมีส่วนร่วมตอนสมัยอยู่กับ ทรู แบงค็อกฯ แต่ก็ได้เล่นแค่รอบเพลย์ออฟ จนมาครั้งนี้กับ บีจีพียู มันจึงเป็นอีกหนึ่งความประทับใจของผม เอซีแอล เป็นการแข่งขันระดับเอเชียที่มีแต่สโมสรชั้นนำของเอเชีย การได้เจอกับนักเตะที่มีคุณภาพสูงยิ่งทำให้ผมรู้สึกกระหายที่จะได้ลงเล่นทุกเกมที่ผมลงสนามมันคือความทรงจำของผมในฐานะนักฟุตบอลคนหนึ่งที่ได้มาถึงจุดนี้”
“จริง ๆ มันเป็นเรื่องที่น่ายินดีนะที่พี่บอย (ฉัตรชัย บุตรพรม) หายเจ็บกลับมา อย่างที่ผมบอกในช่วงต้นในส่วนของตำแหน่งเราทุกคนรู้บทบาทหน้าที่กันดี ทุกคนพยายามทำเพื่อทีมไม่ว่าใครจะได้ลงสนามเรายินดีกันและกัน แม้ว่ามันอาจจะเป็นความท้าทายหนึ่งของผม แต่มันก็ทำให้ผมต้องพยายามฝึกซ้อมให้หนักขึ้นพยายามทำให้ดีที่สุด รักษามาตรฐานของเราให้ดียิ่งขึ้น”
“แม้ว่าที่ผ่านมาเรื่องราวของผมจะเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ แต่ความฝันของผมมันยังไม่จบแค่นี้ ผมต้องการประสบความสำเร็จให้มากที่สุดก่อนที่จะถึงวัยที่ต้องเลิกเล่น ผมอยากพาสโมสรของผม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ทุกรายการที่ลงสนาม อยากพาทีมชาติไทยก้าวไปอยู่เป็นทีมชั้นนำของเอเชีย อยากทำให้ทุกคนรู้ว่านี่คือเรา คือบีจีพียู คือทีมชาติไทย” กิตติพงษ์ ปิดท้าย
ข่าวฟุตบอลไทยอื่นๆ