กกท.ชะลอการมอบเงินรางวัลเหรียญเงินให้ทีมฟุตบอลชายซีเกมส์ 2023 เนื่องด้วยเหตุตะลุมบอนฉาวที่กัมพูชา ซึ่งยังรอคำชี้แจงจากสมาคมฯในตอนนี้
การกีฬาแห่งประเทศไทย ยังรอตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากกรณีฟุตบอลชายซีเกมส์ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับทีมชาติอินโดนีเซีย ในศึกฟุตบอลชายซีเกมส์ 2023 นัดชิงชนะเลิศ จึงเป็นสาเหตุให้ยังไม่ได้มอบเงินอัดฉีดให้ทัพช้างศึก U23
ช้างศึกซีเกมส์ ทำได้เพียงคว้าเหรียญเงินมาครองเท่านั้น หลังแพ้ให้กับอินโดนีเซีย 2-5 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ซึ่งในเกมดังกล่าวเต็มไปด้วยเรื่องราวดราม่าที่จะอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ไปอีกนาน เมื่อนักเตะและสตาฟฟ์โค้ชทั้งสองฝั่ง ก่อเหตุทะเลาะวิวาทกันชุลมุน นำมาซึ่งการลงโทษแบนผู้เล่นและสตาฟฟ์โค้ชของทีมชาติไทย U23
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ รวมถึงนักฟุตบอลและสตาฟฟ์โค้ชชุดดังกล่าว เนื่องจากตอนนี้ยังไม่ได้รับเงินอัดฉีดจากการคว้าเหรียญเงิน ตามการยืนยันของการกีฬาแห่งประเทศไทย
โดยเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการมอบเงินให้นักกีฬาทุกคนที่ได้รับเหรียญรางวัลในการแข่งขันซีเกมส์ 2023 และ อาเซียนพาราเกมส์ รวม 338 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ยังเป็นกีฬาชนิดเดียวที่ยังไม่ได้รับเงินรางวัลดังกล่าว เนื่องจาก ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ชะลอการมอบเงินไว้ เนื่องจากต้องการให้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากเหตุวุ่นวายดังกล่าว ซึ่ง กกท. ขอให้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ทำหนังสือชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าวมาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับ
“บอร์ด กกท. ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าใครกระทำผิดบ้าง ใครกระทำไม่เหมาะสมบ้าง เช่น ผู้ที่กระทำผิดและเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทโดยตรง และถูกลงโทษ อาจจะไม่ได้รับเงินรางวัล”
“เรื่องนี้ต้องการให้ชี้แจงว่าโทษแต่ละคนเป็นอย่างไร จะพิจารณาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และดูในภาพรวมว่าผิดกฎกติกาอะไรหรือไม่ ซึ่งก็ไม่ได้ติดขัดในเรื่องของเงินรางวัล หรือระบบการเบิกจ่าย กกท. จะเร่งสอบถามไปยังสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เพื่อให้ทำเรื่องชี้แจงกลับมาโดยเร็วที่สุด อยากจะมอบเงินรางวัลดังกล่าว และคำนึงถึงนักกีฬา เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ที่ได้รับผลกระทบไปด้วย”
“กรณีนี้ก็อาจจะขอให้เป็นกรณีศึกษา ซึ่งในครั้งต่อ ๆ ไป ก็คงต้องมีกฎ กติกา ในการเป็นตัวแทนทีมชาติร่วมกันว่า หากใครที่เป็นตัวแทนแล้วไปสร้างความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงให้กับประเทศชาติและภาพรวมของวงการกีฬาไทย ก็ต้องมีบทลงโทษที่ชัดเจน” ดร.ก้องศักด เผย
ทั้งนี้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีบทลงโทษแก่สตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทย U23 จำนวน 3 ราย ด้วยการห้ามยุ่งเกี่ยวกับทีมชาติเป็นเวลา 1 ปี ส่วนสองนักเตะที่เกี่ยวข้อง ถูกแบนคนละ 6 เดือน
ข่าว ฟุตบอลไทย อื่น ๆ