หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ กุนซือทีมชาติสเปน ยกทีมชุดแชมป์ ยูโร 2024 คือทีมที่เก่งที่สุดในโลก พร้อมเปิดเผยว่า เขากำลังมองหาอนาคตหลังจากคว้าแชมป์ลูกหนังยุโรป
ลา โรฆา เฉือนชนะ อังกฤษ 2-1 จากประตูชัยของ มิเกล โอยาร์ซาบัล ทำให้พวกเขาคว้าแชมป์ลูกหนังยุโรปสมัยที่ 4 หลังก่อนหน้านี้เคยคว้าถ้วยแชมป์ยุโรปมาแล้วในปี 1964, 2008 และ 2012 ในขณะที่อังกฤษ ถือเป็นเรื่องน่าดาย เมื่อพวกเขาต้องพลาดโทรฟี่ใบนี้ 2 หนติด เพราะในครั้งก่อนพ่ายอิตาลีในการดวลจุดโทษ ในยูโร 2020
หลังคว้าชัยชนะในค่ำคืนสุดยิ่งใหญ่ เด ลา ฟวน เต้ ได้กล่าวถึงลูกทีมของเขา ซึ่งขุมกำลังชุดนี้บางรายเป็นหน้าใหม่ แต่กลับขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีม โดยเฉพาะกลุ่มดาวรุ่งที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่น ลามีน ยามาล, นิโก วิลเลียมส์ ที่กลายเป็น 3 ประสานร่วมกับ อัลบาโร โมราต้า จนทำทัพกระทิงดุ ไปสู่แชมป์ได้สำเร็จ
“มันเป็นรุ่นที่ยอดเยี่ยม หลายคนประสบความสำเร็จในระดับเยาวชน และนั่นมักจะเป็นลางดีสำหรับความสำเร็จ” เด ลา ฟวนเต้ กล่าวกับสื่อหลังจบเกมกับอังกฤษ “เราต้องการเริ่มสร้างประวัติศาสตร์ และเราได้สร้างประวัติศาสตร์แล้ว ผมเชื่อมั่นในอนาคตที่ดี เรามีทั้งปัจจุบันและอนาคต”
“สำหรับผมไม่ว่าทีมไหนก็มีจุดแข็งของตัวเองได้ แต่ใครก็ตามที่ทำผิดพลาดน้อยกว่าจะเป็นผู้ชนะ แต่คุณสามารถชนะเกมนัดเดียวได้ แม้จะเล่นได้แย่กว่ามาก ดังนั้นเราจำเป็นต้องมีสมาธิสูงสุด ไม่ทำผิดพลาด และใช้ประโยชน์จากโอกาสที่เรามี”
กุนซือทีมชาติสเปน กล่าวต่อถึงบรรดากลุ่มนักเตะดาวรุ่งของเขาที่ได้รับบาดเจ็บอย่าง เปดรี้ หรือ กาบี ที่พลาดลงเล่นในรอบสุดท้ายว่า “มันไม่ยากเลย พวกเขามีความสุขมาก และเติบโตอย่างเหลือเชื่อสำหรับนักเตะอายุน้อย พวกเขาเข้าใจกีฬาเป็นอย่างดี และพวกเขาเข้ากันได้ดีกับผู้เล่นที่มีประสบการณ์มากกว่า เราเป็นทีม มันไม่เกี่ยวกับใครคนใดคนหนึ่ง และสิ่งนี้ทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น”
ขณะที่ โรดรี้ กองกลาง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่งแรกของรอบชิงชนะเลิศหลังจากได้รับบาดเจ็บที่เข่า แต่ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมตอบแทนผลงานตลอดทัวร์นาเมนต์
ด้าน แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ที่ต้องชวดพาทีมคว้าแชมป์ ยูโร 2024 อย่างน่าเสียดาย ได้กล่าวถึงอนาคตของเขากับทัพ ทรีไลออนส์ ก่อนจะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งว่า
“ในด้านอารมณ์ มันคงเป็นไปไม่ได้สำหรับผมที่จะตัดสินใจอย่างมีเหตุมีผลในขณะนี้ ในเรื่องใดๆ ก็ตาม เพราะความมุ่งมั่นเพียงอย่างเดียวของผมตลอดสองปีคือการชนะทัวร์นาเมนต์นี้ 5-6 สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นการเดินทางที่เหมือนรถไฟเหาะ ดังนั้นผมไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเองอยู่จุดไหนกับสิ่งอื่นใด นอกจากการมุ่งเน้นไปที่การเตรียมทีมสำหรับเกมนี้”
“ผมมุ่งมั่นที่จะยืนนำพวกเขาต่อไปในแบบที่ผมทำตลอดเดือนที่ผ่านมา (ก่อนจะลาออกจากตำแหน่ง) ผมรับงานนี้ สิ่งที่แน่นอนคือเพื่อช่วยให้ฟุตบอลอังกฤษพัฒนาขึ้น ผมรู้ว่ามันจะมีความหมายอย่างไร ไม่เพียงแต่กับคนทั่วไปในอังกฤษเท่านั้น แต่โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลอังกฤษ ตั้งแต่ผู้ที่พัฒนานักเตะรุ่นเยาว์ไปจนถึงผู้ที่บริหารสโมสร ทุกระดับของเกมจริงๆ”
“เราได้ปรับปรุงความน่าเชื่อถือของฟุตบอลอังกฤษในแง่การรับรู้ทั่วโลก แต่ท้ายที่สุดแล้ว จนกว่าคุณจะคว้าถ้วยรางวัลนั้น ก็จะมีคำถามเหล่านั้นอยู่เสมอทั้งในต่างประเทศและในประเทศของเราเกี่ยวกับสิ่งที่เราทำ”