สมศักดิ์ ภูสมนึก ผู้ตัดสินไทยลีก 3 โซนตะวันออก กำลังตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมฟุตบอลไทย หลังตกเป็นข่าวว่าพูดจาเหยียดสีผิว อับดุลกอดีรี ฮามิต นักเตะลูกครึ่งไทย-กานา ของปราจีนบุรี ซิตี ทำให้สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ สั่งพักงานเพื่อสอบสวน

โดย สมศักดิ์ มีโอกาสได้เปิดเผยถึงเรื่องราวดังกล่าว โดยบอกว่าตนเองไม่มีเจตนาเหยียดสีผิวใครแน่นอน แต่เพราะไม่รู้จักว่าชื่ออะไร จึงเรียกว่า “ดำ”

“ผมไม่ได้มองว่านักฟุตบอลคนดังกล่าวจะเป็นลูกครึ่งไทย หรือพูดไทยได้ หรืออะไรก็ตาม ที่ผมพูดออกไป ก็ไม่ได้จะสื่อถึงการเหยียดผิว หรือ บูลลี่ ตามที่เป็นข่าวแบบนั้น”

“ที่เรียกแบบนั้น เพราะไม่รู้จักชื่อ และจังหวะที่นักเตะปราจีนบุรี ซิตี้คนนั้น เขาเจ็บอยู่ ผมก็ได้ไปคุยกับเขา ผมไม่ได้ไปบูลลี่หรือเหยียดผิวอะไรเขา แต่ถ้าสังคมเข้าใจว่าผมไปบูลลี่ไปเหยียดอะไรแบบนั้น ผมต้องขอโทษที่ทำให้เข้าใจแบบนั้น”

“ผมก็ตัวดำ เป็นคนผิวดำ เมื่อก่อนเล่นฟุตบอลอาชีพ ผ่านการเล่นกับนักเตะผิวสีมามากมาย ชื่อเล่นจริงๆผมชื่อ แฝด แต่คนก็เรียกผมดำ ผมก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมาเหยียดอะไรผม”

“ผมเล่นฟุตบอลกับนักเตะผิวสีที่เล่นกันมาเป็น 10 ปี อย่าง ซานโจ , แฟร้งค์ หรือ อัลเฟรด แรกๆผมก็เรียกเขาดำ เพราะยังไม่สนิทกัน แต่พอได้มารู้จักกัน ก็เรียกชื่อ เขาก็เข้าใจว่าเราไม่ได้เหยียดเขา ความตั้งใจของผม ผมจะไปเหยียดเขาเรื่องอะไรครับ อยากให้ไปถามพวกเขาได้เลย ว่าจิตใจผมเป็นคนแบบที่ถูกกล่าวหาจริงหรอ”

“ผมเป็นอดีตนักฟุตบอลเก่า น้องชายผม ชื่อ ดำรงค์ ภูสมนึก ที่เป็นอดีตนักฟุตบอล-นักฟุตซอล ราชนาวี ที่เสียชีวิตไป ก็ตัวดำ ผมก็ตัวดำ แล้วผมก็เลิกเล่นมาสอบเป็นผู้ตัดสิน ทุกวันนี้รับราชการ นย. อายุ 45 ปี คนอื่นๆก็เรียกผม จ่าดำ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรกับเขา ผมไม่มีเรื่องการเหยียดผิวอะไรอยู่ในความคิดเลย ถ้าจะเหยียด ผมเป็นคนขาว แล้วไปเหยียดผิวแบบนั้น ก็ว่าไปอีกเรื่องนึง”