มีการเปิดเผยจากสื่อดังว่าสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แห่งศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ภายใต้การบริหารงานของ ตระกูลเกลเซอร์ มีสถานะทางการเงินเป็นหนี้ถึง 1,000 ล้านปอนด์

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานับเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากอย่างยิ่งสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เนื่องจาก ณ ตอนนี้ ผลงานในลีกของพวกเขาจมอยู่ครึ่งล่างของตาราง แถม แอนโทนี แนวรุกคนสำคัญของทีมต้องเผชิญเข้ากับข้อกล่าวหาว่าเคยทำร้ายแฟนเก่าทำให้ต้องพักกิจกรรมของสโมสรออกไปก่อน

จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง จนกระทั่งล่าสุดดูเหมือนว่าจะมีอีกปัญหาเข้ามาทำให้สาวก “ปีศาจแดง” ปวดหัวมากกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจาก Daily Mail สื่อสัญชาติอังกฤษชื่อดังได้ออกมาเปิดเผยว่า สถานะทางการเงินในไตรมาสที่ 3 (กรกฎาคม-กันยายน ปี 2023) แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีหนี้สินสะสมอยู่มหาศาลถึง 1,000 ล้านปอนด์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากตัวแลข 969 ปอนด์เมื่อไตรมาสที่แล้ว

โดยสาเหตุที่ตัวเลขหนี้สูงมากถึงเพียงนี้ เป็นเพราะการกู้ยืมเงินจากธนาคาร ค่าธรรมเนียมการโอนคงค้าง รวมถึงมีการทุ่มเงินเกือบ 200 ล้านปอนด์ ในการหานักเตะเข้ามาเสริมทีมในช่วงตลาดซื้อ-ขายนักเตะซัมเมอร์ ก่อนเปิดฤดูกาล 2023-24 อาทิ ราสมุส ฮอยลุนด์, เมสัน เมาท์, อังเดร โอนาน่า ส่งผลให้ราคาหุ้นของสโมสรมีมูลค่าลดลงอย่างมากจาก 18.2 เปอร์เซ็นต์ เป็น 15.40 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยอีกว่าปัญหาหนี้สะสมมูลค่ามหาศาล คือปัจจัยที่ทำให้การเทคโอเวอร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่เกิดขึ้นเสียที แถมในกลุ่มพี่น้องตระกูลเกลเซอร์ทั้ง 6 คนนั้น ยังมีความคิดที่จะดำเนินการกับสโมสรแตกต่างกันอีกด้วย

สำหรับบุคคลที่เข้าข่ายจะเข้ามารับช่วงต่อกิจการสโมสรของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนนี้เหลือเพียงสองฝ่ายเท่านั้น นั่นคือ เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์ มหาเศรษฐีแห่งเกาะอังกฤษเจ้าของบริษัทเคมีภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก และ ชีค ยาสซีม บิน ฮาหมัด อัล ธานี ประธานของธนาคารใหญ่แห่งประเทศกาตาร์ โดยคาดว่าตัวเลขที่ตระกูลเกลเซอร์ ต้องการจากขายสโมสรอยู่ที่ราว ๆ 7,000 ล้านปอนด์ – 10,000 ล้านปอนด์

สำหรับโปรแกรมต่อไปของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือการเปิดบ้านรอบการมาเยือนของ ไบร์ทตัน วันเสาร์ที่ 16 กันยายน 2023 เวลา 21.00 น.ตามเวลาประเทศไทย

ข่าวฟุตบอลอื่นๆที่น่าสนใจ