น่าจะเป็นที่แน่นอนแล้วว่าทีมสิงห์บลูส์จะเสียตัวมิดฟิลด์คนสำคัญอย่าง ก็องเต้ ไปในช่วงซัมเมอร์นี้ ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องหาตัวหาตัวตายตัวแทนโดยด่วน และคนที่เหมาะสมกับตำแหน่งนั้นคงหนีไม่พ้นมิดฟิลด์ชาวเอกวาดอร์จากทีมนกนางนวล แล้วทำไมถึงเป็นแบบนั้น? ติดตามได้ที่นี่
มอยเซส ไคเซโด้ กองกลางดีกรีทีมชาติเอกวาดอร์ ของ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน คือหนึ่งในนักเตะในตำแหน่งมิดฟิลด์ที่น่าจับตามองมากที่สุดรายหนึ่งในฟุตบอลยุโรปเวลานี้ เนื่องจากเขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งเกมรุกและเกมรับ แถมยังเป็นผู้เล่นสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้หลายตำแหน่งอีกด้วย
ในขณะที่ เชลซี กำลังจะเสียตัว เอ็นโกโล ก็องเต้ ไปให้กับทีมดังในลีกซาอุดิอาระเบีย ชื่อของ ไคเซโด้ ถือว่าน่าจะเหมาะสมที่จะเป็นตัวแทนของเขามากที่สุด เนื่องจากสไตล์การเล่นที่มีความคล้ายกับกองกลางทีมชาติฝรั่งเศส แถม ไคเซโด้ ยังเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่าเขามอง ก็องเต้ เป็นไอดอลของเขาในการเล่นฟุตบอลอีกด้วย
และถ้าหากยังมองไม่เห็นภาพ ทาง EkingsNews จะพาไปหาเหตุผลว่าทำไม เชลซี จำเป็นที่จะต้องทุ่มเงินกว่า 100 ล้านปอนด์เพื่อคว้าตัวกองกลางอย่าง ไคเซโด้ มาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้
เชลซี ต้องการผู้เล่นหมายเลข 6 ที่ไม่มีอาการบาดเจ็บ
อย่างที่รู้กันว่า ในช่วงหลัง ก็องเต้ มักจะขาดความต่อเนื่องในการลงเล่นเป็นประจำเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บรบกวนค่อนข้างบ่อย และนั่นก็ส่งผลให้ผลงานของทีมไม่มีความต่อเนื่องไปด้วย
และไม่ใช่เพียงแค่ ไคเซโด้ ถ้าหากนับมิดฟิลด์ทุกคนในสิงห์บลูส์ตอนนี้ ก็แทบจะมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนกันอยู่บ่อยครั้งทั้งนั้น
ในขณะที่ ไคเซโด้ เป็นนักเตะที่มีความต่อเนื่องในการลงเล่น เพราะเขาไม่ค่อยจะได้รับบาดเจ็บหนักจนไม่มีชื่อลงเล่น โดยอาการบาดเจ็บที่หนักที่สุดของเขาคือในปี 2020 โดยที่เป็นอาการกล้ามเนื้อฉีกขาด
ร่วมงานกับกุนซือชาวอาร์เจนไตน์อย่าง โปเช็ตติโน
เมื่อไม่นานมานี้ เชลซี ก็เพิ่งจะประกาศยืนยันไปว่าพวกเขาได้ทำการดึงตัว เมาริซิโอ โปเช็ตติโน ผู้จัดการทีมชาวอาร์เจนตินามานั่งเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ แทนที่ของ เกรแฮม พ็อตเตอร์ ที่ถูกปลดออกไป
โดยเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่เป็นข้อได้เปรียบสำหรับ ไคเซโด้ อย่างแน่นอน เพราะ ไคเซโด้ เป็นชาวเอกวาดอร์ ซึ่งอยู่ในทวีปอเมริกาใต้ที่ใช้ภาษาสเปนในการสื่อสาร ในขณะที่ พอช ก็เป็นชาวอาร์เจนตินาที่ใช้ภาษาสเปนในการสื่อสารเช่นกัน นั่นยิ่งเพิ่มให้ ไคเซโด้ สามารถพูดสื่อสารกับกุนซือรายนี้ได้อย่างราบรื่น ทั้งในและนอกสนาม
ประกบคู่ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ
แม้ว่าจะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมสมกับราคาที่ เชลซี ยอมจ่ายไปในช่วงหน้าหนาวที่ผ่านมา แต่ต้องยอมรับตรง ๆ ว่า เอ็นโซ เพียงแค่คนเดียวไม่สามารถที่จะแบกแผงกองกลางของทีมได้มากนัก นั่นทำให้เขาจำเป็นที่จะต้องมีคู่หูคอยช่วยเหลือกัน โดยคน ๆ นั้นก็คือ ไคเซโด้ ที่มีจุดเด่นในเกมรับสุด ๆ
เอ็นโซ ถือว่าเป็นนักเตะที่มีทักษะในเกมรับที่ยอดเยี่ยม แต่ถ้าพูดกันจริง ๆ แล้วทักษะที่ดีที่สุดของเขานั่นก็คือการจ่ายบอลทั้งสั้นและยาว หรือว่าสร้างสรรค์เกมนั่นเอง แต่การที่เขาไม่มีใครคอยช่วยเกมรับตรงกลาง ทำให้เขาไม่สามารถเล่นในแบบที่เล่นในฟุตบอลโลก 2022 กับอาร์เจนตินาได้
แต่ถ้าหากมี ไคเซโด้ คอยมาปัดกวาดเกมรับให้ เอ็นโซ จะมีพื้นที่ให้สร้างสรรค์เกมแบบที่ตัวเองถนัดมากขึ้น แบบที่ไม่ต้องมากังวลเกมรับในแบบซีซั่นที่ผ่านมานั่นเอง
ประสบการณ์เพียบ
อีกหนึ่งในเหตุผลนั่นก็คือ ไคเซโด้ ไม่จำเป็นที่จะต้องปรับตัวในการเล่น พรีเมียร์ลีก แล้ว เนื่องจากเขามีประสบการณ์มากพอที่จะเล่นในลีกนี้ได้อย่างแน่นอน
และด้วยการที่เขาติด 1 ใน 5 อันดับนักเตะที่จ่ายบอลสำเร็จและเข้าสกัดสำเร็จมากที่สุดในลีก คงจะเป็นเครื่องการันตีที่ดีมาก ๆ ให้กับเขา ในขณะที่ในเกมที่เขาเจอกับเหล่าทีมบิ๊กซิกซ์ ไคเซโด้ ก็มักจะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอยู่ตลอดด้วย
อายุยังน้อย
แม้ว่าจะมีราคาที่แพงไปสักหน่อย แต่ด้วยศักยภาพของ ไคเซโด้ และอายุของเขาที่เพิ่งได้ 21 ปีเท่านั้น ก็ถือว่าคุ้มค่าที่จะฝากความหวังในแดนกลางไว้กับเขา เนื่องจากในอายุเท่านี้ ถือว่าเป็นช่วงที่กำลังเป็นขาขึ้นของเจ้าตัวด้วย
ในขณะที่คู่หูในแดนกลางของเขาอย่าง เอ็นโซ เฟร์นานเดซ มีอายุ 22 ปี ซึ่งถือว่าเป็นอายุที่ใกล้เคียงกัน ทำให้ทั้งสองน่าจะมีความเข้าขากันมากขึ้นด้วยหากได้เล่นด้วยกัน
ส่วน โปเช็ตติโน ตั้งแต่ที่เขาคุม เซาแธมป์ตัน, ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ หรือแม้แต่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง เขาถือว่าเป็นเฮ้ดโค้ชที่โดดเด่นเรื่องการใช้งานนักเตะดาวรุ่งหรือนักเตะหนุ่มอีกด้วย
เป็นผลดีต่อสโมสร
หลังจากผ่านช่วงฤดูกาล 2022-2023 ซึ่งถือว่าเป็นฤดูกาลสุดย่ำแย่ที่จะถูกจารึกในประวัติศาสตร์สโมสร เชลซี จำเป็นที่ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อนำสโมสรกลับมาอยู่ในจุดที่ควรอยู่ให้ได้
โดยเริ่มแรกพวกเขาต้องกล้าลงทุนกับ ไคเซโด้ ก่อน เนื่องจากนักเตะอายุยังน้อย แถมการที่เขาได้เข้ามาอยู่กับ เชลซี เขาจะได้เล่นร่วมกับนักเตะในรุ่นเดียวกันอย่าง เอ็นโซ ซึ่งน่าจะสร้างความเข้าขาให้กับพวกเขาไม่น้อยเลย
และอย่างที่กล่าวไปว่านักเตะอายุยังน้อย เพียงแค่ 21 ปีเท่านั้น ดังนั้น พวกเขาควรจะซื้อตัวนักเตะมาใช้งานก่อน และในอนาคต พวกเขาก็สามารถปั่นราคาให้สูงขึ้นไปมากกว่านี้เพื่อทำกำไรได้ หากว่าตัวนักเตะและสโมสรมีผลงานที่ยอดเยี่ยม
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ