กัปตันทีมชาติไทย แสดงความคิดเห็นแบบตรงไปตรงมาด้วยเหตุผล ชี้ให้เห็นพัฒนาการที่แตกต่างกันระหว่างฟุตบอลไทยกับฟุตบอลญี่ปุ่น

ชนาธิป สรงกระสินธ์ กองกลางทีมชาติไทย ของคาวาซากิ ฟรอนทาเล ชี้ให้เห็นพัฒนาการที่แตกต่างระหว่างฟุตบอลไทยกับฟุตบอลญี่ปุ่น โดยเผยว่ายังตามหลังญี่ปุ่นกว่า 10 ปี กับเป้าหมายที่จะไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ครั้งแรก

ดาวเตะวัย 29 ปี ผ่านประสบการณ์ลงเล่นบนลีกสูงสุดของญี่ปุ่นมาอย่างโชกโชนทั้งคอนซาโดเล ซัปโปโร และล่าสุดกับคาวาซากิ ฟรอนทาเล ซึ่งเจ้าตัวกำลังเข้าสู่ปีที่ 6 ในการค้าแข้งในลีกระดับสูงของทวีปเอเชีย

ชนาธิป สรงกระสินธ์ มีโอกาสได้ไปเป็นแขกรับเชิญในรายการ Share ปลาวาฬ ของ “นิกกี้” ณฉัตร จันทพันธ์ ดารานักแสดงและยูทูบเบอร์ชื่อดัง ซึ่งมีช่วงหนึ่งของรายการที่เจ้าตัวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการระหว่างฟุตบอลไทยกับฟุตบอลญี่ปุ่นได้อย่างน่าสนใจ โดยเผยว่าบอลไทยยังห่างชั้นกับญี่ปุ่นกว่า 10 ปีเลยทีเดียว

“ไม่แปลกใจนะ ไม่ได้เซอร์ไพรส์ ผมเชียร์อาร์เจนตินากับญี่ปุ่น ผมรู้สึกว่าเมสซีต้องได้แชมป์ แล้วที่เชียร์ญี่ปุ่นเพราะว่าผมรู้จักเพื่อนหลาย ๆ คน เราต้องเชียร์เพื่อนเราอยู่แล้ว” ชนาธิป ตอบคำถาม นิกกี้ เกี่ยวกับทีมที่เชียร์ในฟุตบอลโลก 2022 ที่ผ่านมา

นอกจากนั้นกองกลางตัวรุกจากคาวาซากิ ฟรอนทาเล ยังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพัฒนาการระหว่างฟุตบอลไทยกับญี่ปุ่น ซึ่ง ชนาธิป สรงกระสินธ์ ยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่าฟุตบอลไทยยังห่างชั้นกับญี่ปุ่นหลายช่วงตัว

“แนวทางที่พวกเขาทำเป็นแนวทางที่เรารู้สึกว่าเขาไปได้ แล้วทำไมเราถึงไปไม่ได้ (ไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย) แต่เขาวางแบบแผนมาเป็น 10 ปีแล้ว ถ้าตอบแบบซอฟต์ ๆ ผมว่าเรายังห่างกับเขาหลาย 10 ปีเลย (ยิ้ม)”

“คุณต้องเข้าใจก่อนว่า เวลาคุณมีเงินก็อยากจะซื้อ แต่ไม่สร้าง เพราะคุณจะรู้สึกว่าคุณได้มาง่าย ๆ แต่เราลืมไปว่าพื้นฐานเราไม่มี เราต้องสร้าง มันเป็นองค์กรโดยรวมมากกว่า มันไม่ใช่แค่สมาคมฯอย่างเดียว หลาย ๆ ฝ่ายต้องช่วยกัน”

สำหรับ ทีมชาติไทย ปัจจุบันรั้งอันดับ 114 ในอันดับฟีฟ่า แรงกิ้ง จากการประกาศล่าสุดของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่ผ่านมา โดยในปีนี้วางคิวลับแข้งในช่วงโปรแกรมฟีฟ่า เดย์ ตลอดทั้งปี เริ่มตั้งแต่บุกเยือนไต้หวัน และ ฮ่องกง ในเดือนมิถุนายน

จากนั้นจะลงเล่นในศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพกับอีก 3 ชาติ ประกอบด้วย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เลบานอน และ อินเดีย ในช่วงเดือนกันยายน ต่อด้วยบุกไปเล่นเกมเยือนในทวีปยุโรปกับ จอร์เจีย และ เอสโตเนีย ในเดือนตุลาคม เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลุยศึกสำคัญอย่างฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย และ ฟุตบอลเอเชียน คัพ 2023 ที่จะแข่งขันในช่วงต้นปี 2024

ข่าว ฟุตบอลไทย อื่น ๆ