ราฟาเอล ฟาน เดอ ฟาร์ท มีเงื่อนไขสุดแปลกในสัญญาระหว่างที่เจ้าตัวค้าแข้งกับ เรอัล เบติส โดยระบุว่า เขาจะได้รับเงินจำนวน 114,429 ยูโร ทุกเดือน หากไม่สวมรองเท้าสตั๊ดสีแดง

อดีตกองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากการลงเล่นในสีเสื้อของ เรอัล มาดริด และ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าตัวกลายเป็นหนึ่งในคัลท์ฮีโร่ของทั้ง 2 ทีม ถึงแม้ว่าจะค้าแข้งเป็นระยะเวลาเพียงแค่ 2 ปี กับทั้ง 2 สโมสร ก็ตาม

หลังย้ายสัมโนครัวออกจากลอนดอนเหนือ อดีตมิดฟิลด์วัย 40 ปี ตัดสินใจโยกไปค้าแข้งกับ ฮัมบูร์ก สโมสรชื่อดังแห่งบุนเดสลีกา เยอรมัน ก่อนจะออกเดินทางอีกครั้งด้วยการซบ เรอัล เบติส ที่เพิ่งเลื่อนชั้นกลับมาสู่ลีกสูงสุดของสเปน ในปี 2015 แบบไร้ค่าตัว

อย่างไรก็ตาม การเซ็นสัญญาคว้าตัวอดีตดาวเตะทัพอัศวินสีส้ม ของ เรอัล เบติส ถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ หากเทียบกับขนาดของสโมสร ณ ช่วงเวลานั้น และชื่อเสียงของเจ้าตัว ที่สำคัญ มีข้อตกลงสุดแปลกข้อหนึ่งในสัญญาที่ช่วยสร้างกำไรอย่างมหาศาลให้กับ ฟาน เดอ ฟาร์ท

ตามรายงานของ theversed.com ระบุว่า จอมทัพพรสวรรค์สูง ถูกสั่งห้ามใส่รองเท้าสตั๊ดสีแดง และจะได้รับเงินจำนวน 1,602,006 ยูโร แบ่งจ่ายเป็นระยะเวลา 14 งวด หากทำตามกฎข้อนี้ได้

รายงานฉบับเดียวกันยังอ้างว่า เหตุผลที่ต้องมีเงื่อนไขข้อนี้ในสัญญา เนื่องจาก คู่อริโดยตรงของ เรอัล เบติส คือ เซบียา สโมสรที่มีสีแดงเป็นสีประจำทีม และ อดีตสตาร์ทัพกังหันลมสีส้ม มักเปลี่ยนสีรองเท้าสตั๊ดเป็นประจำ พวกเขาจึงรู้สึกว่าควรเพิ่มกฎดังกล่าวเข้าไปด้วย

อย่างไรก็ดี เงื่อนไขอันแปลกประหลาดลักษณะเช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยเกิดขึ้นในวงการฟุตบอล เพราะเมื่อย้อนกลับไปเมื่อปี 2011 โรนัลดินโญ เซ็นสัญญากับ ฟลาเมงโก โดยเขาได้รับอนุญาตให้เที่ยวผับได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง

ในขณะเดียวกัน การกลับไปวาดลวดลายฝีเท้าบนเวทีลาลีกา สเปน อีกครั้ง ของ แข้งชาวดัตช์ เต็มไปด้วยความผิดหวัง เมื่อเขาลงเล่นให้กับ เบติส เพียงแค่ 7 นัด ก่อนจะย้ายสังกัดไปอยู่กับ มิดทิลแลนด์ สโมสรแห่งลีกเดนมาร์ก ในปี 2016

หลังผ่านไป 2 ฤดูกาล กับยอดทีมแห่งเดนิช ซูเปอร์ลีกา ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ย้ายทีมอีกครั้งด้วยการซบ เอสเบิร์ก ในลีกเดียวกันเมื่อปี 2018 ก่อนจะตัดสินใจแขวนสตั๊ดกับสโมสรแห่งนี้

ข่าว ฟุตบอลต่างประเทศ อื่นๆ