หลังจากที่ทีมปีศาจแดง พ่ายแพ้ให้กับทีมคู่รักคู่แค้นอย่างทีมหงส์แดงมาแบบเละเทะ ล่าสุดพวกเขาสามารถแก้ตัวได้อย่างรวดเร็วด้วยการเปิดบ้านถล่มยอดทีมจากแดนกระทิงดุไปได้ และนี่ คือสถิติที่น่าสนใจในเกมนี้
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับที่ 3 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำการแก้ตัวได้สำเร็จหลังแพ้ให้กับ ลิเวอร์พูล มา 7-0 เมื่อสุดสัปดาห์ด้วยการเปิดบ้านถล่ม เรอัล เบติส ทีมดังจาก ลาลีกา สเปน ไปแบบขาดลอย 4-1 ในศึก ยูฟ่า ยูโรป้าลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ในเกมนี้ พลพรรคปีศาจแดง ได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็วจากลูกซัดเต็มข้อของ มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าฟอร์มฮอตของทีม แสกหน้า เคลาดิโอ บราโว นายด่านจอมเก๋าของ เบติส เข้าไปตั้งแต่นาทีที่ 6 ของเกม ทว่าในนาทีที่ 32 อโยเซ เปเรซ กองหน้าของผู้มาเยือนยิงตีเสมอให้กับทีมต้นสังกัดเป็น 1-1 ก่อนจะจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้
ก่อนที่ในครึ่งหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด จะเริ่มเครื่องโหมบุกใส่อย่างหนักและสามารถยิงไป 3 ประตูรวด จาก อันโตนี, บรูโน แฟร์นันด์ส และ เวาท์ เวกฮอร์สต์ ทำให้จบเกมไปด้วยชัยชนะของ เรด เดวิล และนั่นส่งผลให้พวกเขากุมความได้เปรียบไปก่อนในเกมเลกแรกของรอบนี้
อย่างไรก็ตาม ในเกมนี้ ที่ถือว่าเป็นเกมแก้ตัวจากศึกแดงเดือดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็มีสถิติที่น่าสนใจเกิดขึ้นไม่น้อยเลย และนี่คือ 5 สถิติที่น่าสนใจในเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถล่ม เรอัล เบติส 4-1
5 สถิติน่าสนใจเกมแมนฯ ยูไนเต็ดถล่มเบติส
1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังเอาชนะ เรอัล เบติส ไปได้ในเกมนี้ ส่งผลให้พวกเขาทำสถิติกลายเป็นทีมที่เก็บชัยชนะได้มากที่สุดใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรปด้วยสถิติชนะไปทั้งหมด 31 นัดแล้วในตอนนี้ ซึ่งอันดับที่ 2 ก็คือ บาร์เซโลนา, นาโปลี, เรอัล มาดริด, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เก็บชัยไปได้ทั้งหมดทีมละ 27 นัด
31 – Most wins in all competitions this season among teams in Europe's big five leagues:
— OptaJoe (@OptaJoe) March 9, 2023
31 – Manchester United
30 – No team
29 – No team
28 – No team
27 – Barcelona, Napoli, Real Madrid, Paris Saint-Germain, Manchester City
Gap. pic.twitter.com/m4f4s0iXNa
2. หลังจากชัยชนะในเกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่แพ้ใครในบ้านมาตลอด 21 เกมหลังสุด โดยที่พวกเขาเก็บชัยชนะไปได้ 19 นัด และ เสมอไป 2 นัด ซึ่งเปอร์เซ็นต์การชนะนั้นพุ่งสูงขึ้นไปถึง 90 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
??| #mufc are now unbeaten in each of their last 21 games at Old Trafford across all competitions:
— centredevils. (@centredevils) March 9, 2023
WDWWWWWWWWWWWWWDWWWWW
A 90% win ratio. ?? pic.twitter.com/bsRqBW1dSu
3. มาร์คัส แรชฟอร์ด หลังจากยิงประตูโทนในเกมนี้ ส่งผลให้ตอนนี้เขายิงไปแล้ว 26 ประตูในซีซั่นนี้ ซึ่งมากเป็นอันดับที่ 3 ของนักเตะทุกคนใน 5 ลีกใหญ่ รองจาก คิลิยัน เอ็มบัปเป้ (30 ประตู) และ เออร์ลิง ฮาลันด์ (33 ประตู)
26 – Marcus Rashford has scored 26 goals in all competitions this season, the third most of any player from Europe's top five leagues after Erling Haaland (33) and Kylian Mbappé (30). Laces. pic.twitter.com/JYzTAGCL5N
— OptaJoe (@OptaJoe) March 9, 2023
4. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยิงประตูได้ 2 ประตูขึ้นไปใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 15 นัดติดต่อกันแล้ว ซึ่งนี่เป็นครั้งที่ 4 ที่พวกเขาทำได้ในประวัติศาสตร์ โดยครั้งล่าสุดนั้นเกิดขึ้นในช่วงเดือน มีนาคม ถึง ตุลาคม ปี 2000
2+ – @ManUtd have scored 2+ goals in 15 consecutive home matches for the fourth time in their history, and for the first time since March-October 2000. Rampant. pic.twitter.com/bV2lO3VNSR
— OptaJoe (@OptaJoe) March 9, 2023
5. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ประตูจากการเล่นเกมสวนกลับไปแล้ว 12 ประตูในซีซั่นนี้ ขึ้นแท่นเป็นอันดับ 1 ของ 5 ลีกใหญ่ในยุโรป และ 6 จาก 12 ประตูนั้นมาจากลูกยิงของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาขึ้นแท่นเป็นนักเตะที่ยิงประตูจากการเล่นเกมสวนได้มากที่สุดใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรปซีซั่นนี้ด้วย
12 & 6 – Manchester United have scored 12 goals from fast break situations this season, the most of any team from Europe's top five leagues in all competitions; six of them have been scored by Marcus Rashford, also the most of any player in Europe. Rush. pic.twitter.com/cWExxDdhhs
— OptaJoe (@OptaJoe) March 9, 2023
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ