ฟาร์ฮัด โมชิรี เจ้าของสโมสรเอฟเวอร์ตัน ได้ออกมาประกาศขายทีม หลัง แฟรงค์ แลมพาร์ด กุนซือรายล่าสุด ถูกปลดออกจากตำแหน่ง 1 วันให้หลัง
ตามรายงานของ Guardian ระบุว่า มหาเศรษฐีวัย 67 ปี ตัดสินใจนำ ทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงิน เข้าสู่ตลาด เพื่อหวังทำเงินจากการขายสโมสร ด้วยการปักป้ายเป็นจำนวน 500 ล้านปอนด์ ให้กับผู้ใดก็ตามที่สนใจ ถึงแม้ว่า เจ้าตัวจะเพิ่งเพิ่มการถือครองหุ้นส่วนใหญ่เป็น 94 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจขาย เดอะ ท็อฟฟี่ บลูส์ ของ นักธุรกิจลูกครึ่งอังกฤษ-อิหร่าน ในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายทั้งเรื่องใน และนอกสนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ เอฟเวอร์ตัน เพิ่งตะเพิดผู้จัดการทีมวัย 44 ปี ออกจากถิ่น กูดิสัน พาร์ค หลังทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ และพาทีมพ่ายแพ้อย่างต่อเนื่อง จนทำให้ ปัจจุบัน ทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงิน รั้งอยู่อันดับที่ 19 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก มี 15 แต้มเท่ากับ ทีมอันดับที่ 20 อย่าง เซาธ์แฮมป์ตัน ซ้ำร้ายกว่านั้น พวกเขาเป็นทีมที่เอาชนะคู่แข่งได้น้อยที่สุดในลีก ด้วยการเก็บชัยไปได้เพียง 3 นัดเท่านั้น
อย่างไรก็ดี โมชิรี ได้ยินดีที่จะเปิดรับทั้งการเทคโอเวอร์สโมสรทั้งหมด หรือแค่บางส่วน โดยการตัดสินใจของเขาเกิดขึ้น หลังใช้เวลาหลายเดือนในการตามหากลุ่มนักลงทุนระหว่างประเทศ
ยิ่งไปกว่านั้น แผนการทั้งหมดมีที่มาจากการที่ พวกเขาตัดสินใจสร้างสนามแห่งใหม่ในนาม แบรมลีย์-มัวร์ ด็อค และจำเป็นต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาลสำหรับโครงการนี้ เพื่อย้ายออกจากถิ่น กูดิสัน พาร์ค ที่ใช้งานมาเป็นระยะเวลานาน
ความคืบหน้าล่าสุด มีการกล่าวกันว่า ทางสโมสรแห่งเมอร์ซีย์ไซด์ ได้สั่งการให้บริษัท ดีลอยท์ รับหน้าที่จัดการขายทีม
นอกจากนี้ เอฟเวอร์ตัน ยังคงมองหาเฮดโค้ชรายใหม่ เพื่อเข้ามาแทนที่ นายใหญ่เลือดผู้ดี โดยมี 2 แคนดิเดตที่พวกเขาต้องการตัวมากที่สุด ณ เวลานี้ คือ มาร์เซโล บิเอลซา อดีตเทรนเนอร์ของลีดส์ ยูไนเต็ด และ ชอน ไดค์ อดีตบิ๊กบอสของเบิร์นลีย์
ทั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าบัญชีทางการเงินล่าสุดของ ทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงิน กำลังเสียหายอย่างหนัก หลังต้องแบกต้นทุนจากการสร้างสนามใหม่ และที่สำคัญ อลิสเชอร์ อุสมานอฟ มหาเศรษฐีชาวรัสเซียที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงสำคัญของทีมเพิ่งถูกทาง อียู ยึดทรัพย์สินไปจากเหตุการณ์รุกรานยูเครน ดังนั้น โมชิรี จึงมองว่าเขาไม่มีทางเลือกอื่น และจำเป็นต้องทำเช่นนี้ แม้เจ้าตัวจะเคยออกมากล่าวว่า “เอฟเวอร์ตันไม่ได้มีไว้ขาย” ก็ตาม
ข่าว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อื่น ๆ