ช้างศึก จะไม่เจอเกาหลี และญี่ปุ่นในชิงแชมป์เอเชีย U17 เนื่องจากถูกจับอยู่โถ 1 ในฐานะเจ้าภาพครั้งนี้

ทีมชาติไทย จะไม่เจอกับ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น หลังจากถูกจับอยู่ในโถ 1 ร่วมกับทั้งสองชาติยักษ์ใหญ่ในการแข่งขันฟุตบอล ชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี รอบสุดท้าย ในปี 2023 (AFC U17 Asian Cup)

สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ เอเอฟซี เพิ่งเสนอให้ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอล ชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี รอบสุดท้าย ในปี 2023 หลังก่อนหน้านี้ เอเอฟซี เคยเลือก บาห์เรน ให้เป็นเจ้าภาพ ก่อนที่ บาห์เรน จะตัดสินใจถอนตัวจากการเป็นเจ้าภาพ

ต่อมา พล.ต.อ. ดร. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย พาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมฯ ได้นำเสนอแผนการจัดการแข่งขัน ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ในปีหน้า ต่อผู้บริหารของเอเอฟซี ก่อนที่การประชุมสภากรรมการครั้งล่าสุด จะมีมติให้ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ​ ทำให้ไทย​จะถูกจัดอยู่ในตำแหน่ง 1 A โถ 1 ในฐานะเจ้าภาพ

โดยฟุตบอลรายการดังกล่าวถือเป็นการจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนระดับสูงสุดของทวีปเอเชีย ต่อเนื่องจากการจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เมื่อปี 2020​

สำหรับทีมทั้ง 4 โถ ประกอบไปด้วย

โถ 1 : ไทย, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ทาจิกิสถาน
โถ 2 : อินเดีย, อิหร่าน, ออสเตรเลีย, เยเมน
โถ 3 : มาเลเซีย, ซาอุดิ อาระเบีย, อัฟกานิสถาน, เวียดนาม
โถ 4 : อุซเบกิสถาน, สปป.ลาว, จีน, กาตาร์

ทั้งนี้การแข่งขันครั้งนี้ จะมี 16 ชาติเข้าร่วมการแข่งขัน ประกอบไปด้วย ไทย (เจ้าภาพ), ญี่ปุ่น, มาเลเซีย, กาตาร์, ซาอุดิอาระเบีย, เยเมน, เวียดนาม, ออสเตรเลีย, ทาจิกิสถาน, อิหร่าน, อุซเบกิสถาน, เกาหลีใต้, จีน, อัฟกานิสถาน, อินเดีย และ สปป.ลาว ซึ่งการแข่งขันจะแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม และหาทีมแชมป์, รองแชมป์ และ อันดับ 3 และอันดับ 4 ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลเยาวชนโลกรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ที่ ประเทศเปรู ต่อไป

สำหรับ ทีมชาติไทย เคยเป็นเจ้าภาพรายการนี้ มาแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง และเคยผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลเยาวชนโลก เมื่อปี 1997 ที่อียิปต์ และ 1999 ที่ นิวซีแลนด์

ข่าวฟุตบอลไทยอื่น ๆ