นายใหญ่ของทัพปีศาจแดง มองว่าถ้าหากปราการหลังตัวสำรองวัย 29 ปีของทีม สามารถนำฟอร์มแกร่งจากทีมชาติอังกฤษมาใช้กับสโมสรได้ เขาจะกลายเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมหรือว่าตัวหลักของทีมได้ในอนาคต

เอริค เทน ฮาก ผู้จัดการทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คนปัจจุบัน มองวว่า หาก แฮร์รี แม็คไกวร์ ปราการหลังค่าตัวแพงซึ่งเป็นตัวสองของทีมอยู่ในตอนนี้ สามารถนำฟอร์มแกร่งที่เล่นให้กับทีมชาติอังกฤษมาใช้กับทีมต้นสังกัดได้ ก็อาจจะมีโอกาสที่เขาจะกลายเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมหรือว่าตัวหลักของทีมในอนาคต

เซ็นเตอร์แบ็ควัย 29 ปี ย้ายมาอยู่กับทีมปีศาจแดงในปี 2019 ด้วยค่าตัวสุดแพง 80 ล้านปอนด์ ทว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เขาไม่สามารถที่จะงัดฟอร์มแบบตอนที่อยู่กับทีมต้นสังกัดเก่าอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ หรือว่าในทีมสิงโตคำรามออกมาให้ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ได้เลย ซึ่งเขามีความผิดพลาดให้จนทำให้ทีมเสียประตูอยู่หลายครั้ง

โดยในฤดูกาลนี้ การเข้ามาของ ลิซานโดร มาร์ติเนซ กองหลังรูปร่างเล็กของทีมชาติอาร์เจนตินา ทำให้ แม็คไกวร์ กลายเป็นผู้เล่นตัวสำรองแบบเต็มตัวไปทันที

อย่างไรก็ตาม อดีตกุนซือของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัมอย่าง เทน ฮาก มองว่า หากอดีตปราการหลังของทัพจิ้งจอกสยาม สามารถเค้นฟอร์มเก่งจากทีมชาติมาใช้กับสโมสรได้ ก็มีโอกาสที่เขาจะได้กลับมายึดตำแหน่งตัวจริงคืนในอนาคต

ผมถูกถามหลายครั้งมาก ๆ เลยนะในเรื่องนี้ มันชัดเจนอยู่แล้วว่า เขา (แม็คไกวร์) มีดีพอที่จะเล่นอยู่ในระดับสูงสุดอยู่แล้ว” บิ๊กบอสวัย 52 ปี กล่าว

ในทีมชาติอังกฤษ เขามีผลงานที่ดีอยู่ตลอด แต่เขามีช่วงเวลาที่ย่ำแย่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพราะว่าเขาทำผลงานได้ไม่ดี แน่นอนว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ยาก”

แต่เมื่อเวลาที่เขาทำงานอย่างหนัก มันทำให้เขามีความมั่นใจ คุณจะเห็นได้เลยตอนที่เขาเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ ผมอยากจะให้เขานำสิ่งนั้นมาใช้ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด”

ผมคาดหวังจากเขานะ และทีมก็รู้ว่าพวกเขาคาดหวังอะไรจากกองหลังรายนี้ และถ้าหากเขานำฟอร์มเก่งมาใช้กับทีมเราได้ เขาก็จะกลายเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรา”

นี่คือกฎของเกมฟุตบอลระดับท็อป คุณต้องคว้าโอกาสของคุณไว้ สิ่งเดียวที่เขาทำได้ก็คือซ้อมให้ดีและทำผลงานในสนามให้ดี พอเขาได้ลงเล่น เขาเล่นได้ดี จากนั้น โอกาสก็เข้ามาหาเขาเอง”

สำหรับ โปรแกรมต่อไปของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากจบโปรแกรมฟุตบอลโลก 2022 พวกเขาจะต้องลงเล่นเกมลีกคัพ ซึ่งจะต้องเจอกับ เบิร์นลีย์ ทีมจ่าฝูงจาก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ในวันที่ 21 ธันวาคมนี้

ข่าว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อื่น ๆ