ทัพซามูไร บลู ของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ ทำลายสถิติในศึกฟุตบอลโลก หลังพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะทีมกระทิงดุ 2-1 ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ในฟุตบอลโลก 2022 ในฐานะแชมป์กลุ่ม อี

ทีมชาติญี่ปุ่น หนึ่งในตัวแทนจากทวีปเอเชียในศึกฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ได้ทำลายสถิติใหม่ในฟุตบอลโลก นั่นก็คือการเป็นทีมที่ชนะด้วยการมีเปอร์เซ็นต์การครองบอลตลอดทั้ง 90 นาทีน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ หลังพวกเขาเอาชนะอดีตแชมป์ฟุตบอลโลกอย่าง ทีมชาติสเปน ของ หลุยส์ เอ็นริเก้ 2-1 เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทีมดินแดนอาทิตย์อุทัย ถูกจับเข้ามาอยู่ในกลุ่ม อี ที่มียอดทีมและอดีตแชมป์ฟุตบอลโลกอย่างทีมชาติสเปน และ ทีมชาติเยอรมัน ร่วมอยู่ด้วย ในขณะที่อีกทีมหนึ่งนั่นก็คือ คอสตาริก้า ซึ่งก่อนการแข่งขันฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้น ทำให้หลาย ๆ ฝ่ายต่างคาดกันว่า ทีมทีมจะเข้ารอบน็อคเอาท์ในกลุ่มนี้ก็คือ เยอรมัน และ สเปน ในขณะที่ ญี่ปุ่น และ คอสตาริก้า จะเป็นทีมที่ตกรอบไป

ทว่า ทัพซามูไร บลู กลับทำเอาทุก ๆ คนต้องช็อคไปตาม ๆ กัน หลังพวกเขาเปิดหัวเกมรอบแบ่งกลุ่มนัดแรกด้วยการชนะทีมชาติเยอรมัน 2-1 ตามด้วยแพ้ให้กับ คอสตาริก้า 0-1 ในเกมที่สอง ก่อนที่จะช็อคโลกอีกครั้งด้วยการพลิกแซงเอาชนะทีมชาติสเปน 2-1 ทำให้พวกเขาจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม อี ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้อย่างเหลือเชื่อ

โดยในเกมสุดท้ายที่พวกเขาเอาชนะทัพกระทิงดุไปได้ 2-1 ลูกทีมของ โมริยาสุ ตกเป็นรองในเรื่องการครอบครองบอลอย่างชัดเจน ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าเป็นเรื่องที่ปกติเมื่อพวกเขาต้องมาเจอกับทีมที่มีเทคติกและแนวทางการเล่นแบบครองบอลเหนียวแน่นอย่างสเปน

ซึ่งผลการครองบอลทั้งเกมของทีมชาติญี่ปุ่นในเกมนี้ มีน้อยเพียงแค่ 17.7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ทว่าผลการแข่งขันนั้นกลับตรงกันข้าม หลังพวกเขาเอาชนะทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ ได้ 2-1 ทำให้ทัพซามูไร ทำสถิติกลายเป็นทีมที่เปอร์เซ็นต์การครองบอลน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกแล้วชนะ

สำหรับ ทีมชาติญี่ปุ่นของ ฮาจิเมะ โมริยาสุ เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม อี โดยที่ในรอบต่อไปพวกเขาจะต้องไปเจอกับรองแชมป์กลุ่ม เอฟ อย่างทีมชาติโครเอเชีย

ข่าว ฟุตบอลโลก อื่น ๆ