จากความผิดหวังในการพลาดจุดโทษของแนวรุกตัวจี๊ดจากไอ้ปืนใหญ่ในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโร 2020 ทว่า หลังจากนั้น เขาก็สามารถยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นหนึ่งในตัวรุกระดับแนวหน้าของยุโรปได้อย่างรวดเร็ว ว่าแต่ เขาทำไปแล้วกี่ประตูหลังจากความผิดพลาดในครั้งนั้น?

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บูกาโย ซาก้า แนวรุกซ้ายสั่งได้ของ อาร์เซนอล และทีมชาติอังกฤษ ของ แกเร็ธ เซาธ์เกต กลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่น่าจับตามองอย่างยิ่งในตอนนี้ เนื่องจากผลงานของเขานั้นดีวันดีคืนทั้งในนามสโมสรและทีมชาติ

แนวรุกวัย 21 ปีรายนี้ ต้องเผชิญกับหนึ่งในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเจ้าตัว หลังเขาพลาดจุดโทษลูกสำคัญรอบชิงชนะเลิศกับทีมชาติอิตาลีในศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2020 เมื่อปีที่แล้ว ทำให้ในช่วงนั้นเขาได้รับคำวิจารณ์อย่างหนักจากทั้งสื่อและแฟนบอล อีกทั้งยังโดนเหยียดสีผิวและเชื้อชาติอีกด้วย

แต่ถ้าพูดกันตามตรง ผลงานโดยรวมของ ซาก้า ทั้งก่อนและในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวถือว่าไม่ขี้เหร่ ด้วยอายุที่ถือว่าไม่ได้มากอะไรแต่สามารถเป็นอันตรายต่อกองหลังของคู่แข่งในทุก ๆ ทีมได้ นั่นเพราะว่าเขามีความเร็วจัดและมีการจบสกอร์ที่ถือว่านิ่งและคมเกินวัย

อย่างไรก็ตาม หลังจากจบศึกยูโร 2020 ดาวโรจน์ของ เดอะ กันเนอร์ส ได้นำคำวิจารณ์เหล่านั้นมาเป็นเชื้อเพลิงในการทำผลงานในสนามได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งถ้าหากว่านับตั้งแต่ที่เขาพลาดจุดโทษในนัดชิงชนะเลิศกับอิตาลีเมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้ ซาก้า มีสถิติทำไปแล้ว 22 ประตู กับอีก 16 แอสซิสต์ แบ่งเป็นกับ อาร์เซนอล 17 ประตู 13 แอสซิสต์ และกับทีมชาติอังกฤษอีก 5 ประตู 3 แอสซิสต์

ซึ่งจะเห็นได้ว่าตัวรุกอนาคตไกลรายนี้ได้พัฒนาตัวเองขึ้นมามากแค่ไหน อีกทั้ง นี่คงจะเป็นสัญญาณบอกว่า เขาพร้อมแล้วที่เป็นตัวหลักในแนวรุกของทั้งสโมสรและทีมชาติ

มันค่อนข้างที่จะนานมากแล้วนะ (จากแมตช์พลาดจุดโทษ) แต่มันจะเป็นช่วงเวลาที่อยู่ในใจผมตลอดไป” ซาก้า กล่าวหลังจบเกมที่ทีมชาติอังกฤษเอาชนะอิร่านไป 6-2 โดยที่เขามีชื่อเป็นผู้ทำประตู 2 ประตูในเกมนี้

ผมมีความสุขมาก ๆ ที่มีสต๊าฟโค้ชที่ในแคมป์ทีมชาติ, สต๊าฟโค้ชที่ อาร์เซนอล, ครอบครัวและเพื่อน ๆ ของผมโอบกอดผมไว้ตลอด”

ความรักจากครอบครัวและเพื่อน ๆ ร่วมทีมของผมทั้งในสโมสรและทีมชาติเป็นส่วนที่ช่วยให้ผมกลับมาอยู่ในจุดที่ดี การที่ได้รับความรักจากคนรอบ ๆ ตัวผมมันเป็นอะไรที่ดีมาก ๆ มันทำให้ผมมีความเชื่อมั่นในตัวเองในการกลับมาลงเล่นอีกครั้ง”

“และทุก ๆ ครั้งที่ผมมีโอกาสได้สวมเสื้อของทีมชาติอังกฤษ ผมจะทุ่มเทเกินร้อยตลอดเพื่อที่จะทำให้คนในประเทศภูมิใจ”

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ