ปฏิเสธไม่ได้ว่า ชาริล ยานนิส ชัปปุยส์ คือหนึ่งในผู้เล่นลูกครึ่งไทยที่โด่งดังที่สุด จากเส้นทางก่อนจะย้ายมาเล่นในไทยลีกที่เรียกว่าอยู่ในระดับสูงของดาวรุ่งคนหนึ่งมาตลอด…
ชัปปุยส์ เริ่มต้นกับ เอฟซี โคลเตน ทีมเยาวชนของสโมสรในสวิตเซอร์แลนด์ ก่อนจะต่อยอดไป SC Young Fellows Juventus, กราสฮอปเปอร์ซูริก ฯลฯ อีกทั้งเขายังเป็นผู้เล่นของทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ ชุดคว้าแชมป์โลก U17 ที่ประเทศไนจีเรีย ดังนั้นการที่ได้ ชัปปุยส์ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติไทยจึงถูกคาดหวังสูง และเขาก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง
ก้าวแรกของ ชัปปุยส์ กับ ช้างศึก เกือบเริ่มต้นในยุคของ วินฟรีด เชฟเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมันที่กำลังคุมทัพ ช้างศึก ชุดใหญ่ในสมัยนั้นเรียก เขาเข้ามาติดทีมชุดสู้ศึกเอเชียนคัพ 2015 รอบคัดเลือก แต่มีปัญหาเรื่องเอกสาร จึงพลาดโอกาสนั้นไป แต่ในปีเดียวกันเขาถูก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าตัวมาเสริมทัพ ทำให้ต่อมาเขาได้เริ่มนับหนึ่งกับ ช้างศึก ภายใต้การคุมทีมของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ซึ่งเปิดตัวได้ยอดเยี่ยมเมื่อคว้าเหรียญทองซีเกมส์ครั้งที่ 27 ที่ประเทศพม่า จบอันดับ 4 เอเชียน เกมส์ 2014 ที่เกาหลีใต้ และคว้าแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2014 (อาเซียน คัพ)
ชัปปุยส์ กลับสู่เวทีชิงแชมป์อาเซียนอีกครับในศึก เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ 2016 แต่เดิมทีเขาพลาดมีชื่อในครั้งแรก เนื่องจากที่ผ่านมาต้องประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ แต่หนึ่งเดือนก่อนที่ทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้น “ซิโก้” ตัดสินใจเรียกนักเตะเข้ามาเพิ่ม โดยมี ชัปปุยส์ เป็นหนึ่งในนั้น ก่อนที่เขาจะได้ร่วมทีมไปป้องกันแชมป์อาเซียนอีกครั้ง
การตัดสินใจเรียก ชัปปุยส์ คืนทัพอีกครั้งสร้างผลกระทบที่ดีต่อทีมชาติไทย เมื่อเขายังคงเล่นตามมาตรฐานตัวเอง การผ่านบอลของเขามีส่วนช่วยให้ ไทย สร้างโอกาสกดดันคู่แข่งบ่อยครั้ง เขาลงเล่นร่วมกับแดนกลางอย่าง สารัช อยู่เย็น และ อดุลย์ หละโสะ ทีมชุดนั้นนับว่าลงตัว โดยที่ ชัปปุยส์ มรส่วนร่วมกับทีมตลอดทัวร์นาเมนต์
เขามีส่วนพาทีมจบแชมป์กลุ่ม โดยในรอบชิงชนะเลิศกับทีมชาติอินโดนีเซีย ชัปปุยส์ ได้ลงเล่นทั้งเกม ซึ่งนัดสอง เขาเริ่มต้นเป็น 11 ตัวจริง ซึ่งในค่ำคืนนั้นเป็นชัยชนะของ ช้างศึก ที่รวม 2 นัด ชนะ อินโดนีเซีย 3-2 ป้องกันแชมป์อาเซียนได้อีกสมัยท่ามกลางแฟนบอลเต็มความจุของสนามราชมังคลากีฬาสถาน

แต่เส้นทางชีวิตหลังจากนั้นของ ชัปปุยส์ สวนทางกับความสำเร็จในทีมชาติ หลังจบ อาเซียน คัพ 2016 ชัปปุยส์ ถูก เมืองทอง ยูไนเต็ด ดึงไปร่วมทีม แต่เป็นอีกครั้งที่โดนอาการบาดเจ็บเล่นงาน ประกอบกับไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมาได้ ทำให้ส่วนใหญ่เป็นเพียงสำรอง จากนักเตะที่ กิเลนผยอง คาดหวัง จนถึงตอนนี้เขาต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากกับโอกาสลงเล่นที่น้อยลงทุกที
ท้ายที่สุด ชัปปุยส์ ถึงเวลาปิดฉากกับ เมืองทอง และเป็น การท่าเรือ เอฟซี ที่ดึงเขาไปร่วมทีม แต่นับตั้งแต่ปี 2019 จนถึงปัจจุบัน ชัปปุยส์ ไม่สามารถเบียดตำแหน่งตัวจริงใน การท่าเรือ ได้เลย ไม่ว่าจะเปลี่ยนโค้ชกี่รายก็ตาม
จากผลงานกับสโมสรทำให้ประตูทีมชาติไทยของเขาเริ่มปิดลงทุกที หลังห่างหายไปนาน ทำให้ศึกชิงแชมป์อาเซียน 2016 คือรายการล่าสุดที่กองกลางวัย 30 ปี มีความทรงจำที่ดีกับทีมชาติไทย กับช่วงเวลาหนึ่งที่เคยประสบความสำเร็จ ช้างศึก
ข่าวฟุตบอลไทยอื่น ๆ