ประธานไทยลีกแจงที่มาของเรื่องราวดราม่า เลื่อนโปรแกรมฟุตบอลลีกเพื่อเปิดทางลุยซีเกมส์ เผยอธิบายชัดเจนให้ทุกสโมสรฟังแล้ว แต่ไม่มีการตอบกลับ เตรียมเชิญถกใหม่ เพื่อหาข้อสรุปทุกอย่าง
กรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยลีก จำกัด ตอบคำถามทุกประเด็นดราม่าเกี่ยวกับการขยับโปรแกรมไทยลีก 2022/23 ให้จบเร็วขึ้น เพื่อเป้าหมายเหรียญทองซีเกมส์
ฟุตบอลไทยกลับมามีประเด็นให้แฟนบอลพูดถึงอีกครั้ง เมื่อ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มีแนวทางเลื่อนโปรแกรมฟุตบอลลีกให้จบฤดูกาล 2022/23 เร็วขึ้น รวมถึงแนวโน้มการตัดสินใจที่จะยกเลิกโปรแกรมฟีฟ่าเดย์ในเดือนมีนาคม ปี 2022 เพื่อเปิดทางให้ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี มีเวลาในการเตรียมทีมไปแข่งขันฟุตบอลชายในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่ประเทศกัมพูชา ในช่วงเดือนพฤษภาคม ปีหน้า
อย่างไรก็ตาม กลับมีกระแสคัดค้านจากสโมสรสมาชิกในไทยลีก 1 เช่น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, ราชบุรี เอฟซี, พีที ประจวบ เอฟซี และ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่ออกมาแสดงจุดยืนว่า “ไม่เห็นด้วย” กับแนวทางของสมาคมฯในครั้งนี้
“จริง ๆ โปรแกรมการแข่งขันของฤดูกาลนี้ เรามีบทเรียนจากปีที่แล้วมาแล้ว ก่อนจบฤดูกาลที่แล้วมีการแข่งขันซีเกมส์ที่ประเทศเวียดนาม ไทยลีกได้รับโจทย์จากสมาคมฯ ขณะที่ฝั่งทีมชาติไทยก็มาร้องขอ ให้ขยับโปรแกรมตอนท้ายฤดูกาลหากแฟนบอลยังจำกันได้ ซึ่งมันก็ส่งผลกระทบต่อลีก” กรวีร์ กล่าวกับเว็บไซต์ข่าว GOAL THAILAND
“ในส่วนของปีนี้ ก่อนจะเปิดฤดูกาลและประกาศโปรแกรมการแข่งขัน 2022/23 ผมเชิญทีมงานสตาฟฟ์โค้ชฝั่งทีมชาติทั้งมาโน โพลกิ้ง (หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชุดใหญ่), ‘โค้ชโย่ง’ วรวุธ ศรีมะฆะ (อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีม U23) และฝ่ายเทคนิคของทีมชาติ มาพูดคุยและหาแนวทางว่า ปฏิทินการแข่งขันฟุตบอลของทีมชาติและแผนการต่าง ๆ จะเป็นอย่างไร เพื่อที่จะมาวางโปรแกรมของลีกกัน ซึ่งทุกคนก็ไม่มีปัญหา ผมจึงยืนยันตามนี้มาโดยตลอด”
“สมาคมฯมีแผนสำหรับในช่วงแข่งซีเกมส์ รวมถึงวางโรดแมป (แผน Road to Paris) ไว้สำหรับเป้าหมายสำคัญอย่างโควตาไปเล่นโอลิมปิก เกมส์ ที่ปารีส ผมก็คิดว่ามันเป็นแผนที่ดีมาก
(แผน Road to Paris คือแผนที่จะใช้นักกีฬารุ่นอายุ 21 ปี (เกิดปี 2001) เสริมสร้างกระดูกและเติมประสบการณ์ในปี 2023 เพื่อจะได้ไปเล่นเต็มรุ่นในปี 2024 ในรายการ AFC U-23 Asian Cup ซึ่งเป็นรายการคัดเลือกสำหรับไปแข่งขันโอลิมปิก เกมส์ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในปี 2024)
“นั่นจึงเป็นแผนการของสมาคมฯที่เริ่มวางไว้ในระยะยาว 1-2 ปีนี้ จึงกำหนดโปรแกรมของลีกให้เดินหน้าต่อไปได้ โดยที่ไม่ต้องไปหยุดแข่งในช่วงซีเกมส์ หยุดแค่โปรแกรมฟีฟ่าเดย์ และ อาเซียน คัพ เท่านั้น ซึ่งเราก็ทำให้หมดทุกอย่าง”
แม้ว่าสมาคมฯ จะร่างแบบแผน Road to Paris 2024 เอาไว้สำหรับเป้าหมายใหญ่คือการไปเล่นโอลิมปิก เกมส์ 2024 ที่ประเทศฝรั่งเศส ทว่าแผนการดังกล่าวกลับมีปัญหาเกิดขึ้น เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ ตั้งความหวังว่าการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ 2023 ที่ประเทศกัมพูชา สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ต้องประสบความสำเร็จด้วยการคว้าเหรียญทองมาครองให้ได้อีกครั้ง นั่นจึงเป็นที่มาของแนวคิดการปรับโปรแกรมฟุตบอลลีกให้จบฤดูกาล 2022/23 เร็วขึ้น เพื่อที่จะเปิดทางให้ทีมชาติไทย U23 ได้นักกีฬาที่ดีที่สุดไปแข่งขันในรายการนี้
ซึ่ง กรวีร์ ปริศนานันทกุล เผยถึงเรื่องนี้ว่า “ก่อนหน้านี้ทางสมาคมฯ มีการประชุมกับคณะกรรมการโอลิมปิกฯ ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าโอลิมปิกมีความคาดหวังที่จะประสบความสำเร็จ มันจึงกลายเป็นความคาดหวังขึ้นมาว่ากีฬาฟุตบอลต้องได้เหรียญทอง มีการพูดการแซวตามข่าวว่า ‘ฟุตบอลต้องได้เหรียญทองซีเกมส์ มิเช่นนั้นต้องมีคนรับผิดชอบ’ มันจึงกลายเป็นว่าต้องไปปรับแผนที่เราวางไว้ตั้งแต่แรก เพื่อตั้งเป้าว่าจะต้องได้เหรียญทองซีเกมส์”
“ไทยลีกได้รับการประสานจากสมาคมฯ มีการประชุมร่วมกันด้วยว่าจะปรับโปรแกรมการแข่งขันอย่างไร ผมจึงให้โจทย์ทีมงานไปว่า ถ้าขยับแล้วจะส่งผลเสียต่อลีกอย่างไร แต่ฝั่งทีมชาติไทยยืนยันว่าต้องขยับ”
“สมาคมฯบอกว่าถ้าโปรแกรมการแข่งขันมันแน่นจนเกินไป จะไม่ใช้ช่วงฟีฟ่าเดย์เดือนมีนาคม 2023 ให้ลีกมาแข่งขันในช่วงนี้ ทำให้ลีกไม่มีโปรแกรมกลางสัปดาห์มากจนเกินไป”
“ผมยืนยันว่าทุกครั้งที่ไทยลีกจะปรับเปลี่ยนอะไรก็แล้วแต่ จะต้องเชิญสโมสรสมาชิกทั้งไทยลีก 1 และ ไทยลีก 2 มาประชุมเพื่อพูดคุยกันอยู่แล้ว ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติ เราต้องอธิบายให้ชัดว่าถ้าขยับโปรแกรมจะกระทบต่อสโมสรอย่างไรในมุมมองของลีก ผมยืนยันว่าผมได้อธิบายในที่ประชุมอย่างชัดเจน”
อย่างไรก็ดี กระแสดราม่ายังไม่จบแค่นั้น เมื่อมีข่าวว่า ไทยลีกอ้างมติเห็นด้วยทุกทีมในการปรับโปรแกรมไทยลีกและยกเลิกฟีฟ่าเดย์เดือนมีนาคม แต่กลับมี 5 สโมสรจากไทยลีก 1 ประกอบด้วย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, บีจี ปทุม ยูไนเต็ด, ราชบุรี เอฟซี, พีที ประจวบ เอฟซี และ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่ออกมาแสดงจุดยืนว่า “ไม่เห็นด้วย” กับแนวทางของสมาคมฯในครั้งนี้ ซึ่ง กรวีร์ ปริศนานันทกุล เผยต่อว่า
“ผมอยากจะอธิบายเกี่ยวกับข่าวที่ออกไปว่ามีสโมสรสมาชิกไม่เห็นด้วยและทำไมจึงมีเสียงต่อต้านหรือคัดค้าน”
“ผมเข้าใจว่าตัวแทนแต่ละทีมที่เข้ามาประชุมในวันนั้น ไม่ได้เป็นคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจ อธิบายคือเป็นตัวแทนของแต่ละสโมสร ซึ่งคนที่เข้ามาประชุมก็ต้องนำข้อมูลที่ได้รับมา ไปบอกกับผู้บริหารหรือประธานสโมสร”
“แต่พอนำข้อมูลและรายละเอียดการประชุมออกไป เห็นผลกระทบการเลื่อนลีก มันจึงมีฟีดแบ็คตามมา”
“ในที่ประชุมฯ ผมยืนยันว่าได้ถามความคิดเห็นทุกสโมสร ว่ามีความเห็นอย่างไร? ซึ่งแต่ละทีมก็เงียบ ถามว่าเห็นด้วยหรือไม่? ก็เงียบ นั่นจึงเป็นที่มาของการพาดหัวข่าวที่เป็นดราม่าในตอนนี้ ต้องบอกว่ามันไม่ใช่มติอะไรเลยในที่ประชุม มันเป็นการอธิบายและขอความคิดเห็นจากแต่ละสโมสรมากกว่า เป็นการชี้แจงมากกว่า มันไม่ควรจะใช้คำว่า ‘มติของที่ประชุม’ ด้วยซ้ำ”
“ไทยลีกยินดีที่จะรับฟังเสียงทั้งหมดของสโมสรสมาชิก และมาพูดคุยกับฝั่งทีมชาติ”
“ถ้าไม่เห็นด้วย จะขยับแบบไหน? หรือถ้าหากไม่ไม่ขยับโปรแกรม สโมสรจะมีแผนการปล่อยตัวให้นักเตะมาเล่นทีมชาติอย่างไร เราต้องมาคุยกัน”
“ท่านนายกสมาคมฯ คิดว่ามีฟีดแบ็คมาแบบนี้ จะต้องทบทวนใหม่อย่างไร ซึ่งก็ต้องส่งหนังสือสอบถามสโมสรสมาชิกทั้งไทยลีก 1 และไทยลีก 2 ถ้าขยับโปรแกรมใหม่ จะออกมาในรูปแบบใด ให้สโมสรตอบกลับมาได้เลยแบบมีลายลักษณ์อักษรว่าเห็นด้วยหรือไม่? อย่างไร? อันนี้คือของจริงอย่างเป็นทางการว่าจะเลื่อนโปรแกรมหรือไม่”
“ไทยลีกตัดสินใจไปตั้งแต่แรกแล้วว่า ‘เราจะไม่เลื่อน’ เหมือนโรดแมปที่วางเอาไว้ตั้งแต่แรก มันไม่มีเหตุผลอะไรที่ไทยลีกจะไปเปลี่ยนโปรแกรมเองโดยพลการ”
“ผมรู้ว่าซีเกมส์มีความสำคัญ แต่มันไม่ได้อยู่ที่เหรียญทอง ผมมองถึงการเตรียมพร้อมในอนาคตของทีมชาติไทย อันนี้สำคัญมากกว่า มันควรเป็นความสำเร็จที่เราตั้งเป้ามากกว่าเหรียญทอง”
“การที่จะไปถึงตรงนั้นได้เราต้องได้รับความร่วมมือจากสโมสรสมาชิก ผมไม่ได้บอกว่าหยุดลีกแล้วทุกทีมต้องปล่อยตัวนักเตะทุกคน สมาคมฯมีแผนจะใช้นักกีฬาดาวรุ่งอายุ 21-22 ปี ไปเล่นในซีเกมส์ ก็ควรจะยึดเอาแผนตามนั้น แล้วขอความร่วมมือนักกีฬาบางคนจากแต่ละสโมสรมารวมกัน เพื่อที่จะไปเล่นซีเกมส์ เพราะนักกีฬาไม่ใช่ของสมาคม เป็นของสโมสรทั้งหมด
“ปีหน้ายังมีทัวร์นาเมนต์ U23 ชิงแชมป์เอเชีย 2023 รอบคัดเลือก ที่มันสำคัญกว่าซีเกมส์ ถ้าเราไปหยุดลีกเพื่อรายการพวกนี้ มันยังพอมีเหตุผลที่เราจะตัดสินใจให้หยุดได้”
ทั้งนี้ พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้แจ้งฝ่ายเทคนิคและทีมชาติไทย ประสาน บริษัท ไทยลีก จำกัด หารือสโมสรสมาชิก ทบทวนเรื่องการปรับตารางการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพ พร้อมขอสโมสรร่วมให้ความเห็นและการตัดสินใจ ซึ่งจะมีบทสรุปอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้
ขณะที่การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา จะจัดแข่งขันระหว่างวันที่ 5-17 พฤษภาคม 2566
ข่าวฟุตบอลไทยอื่น ๆ