เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อดีตยอดกุนซือชาวสกอตแลนด์ เคยแนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ว่าควรทำอย่างไรกับ เหล่าแข้งสตาร์ดังที่ไม่เชื่อฟัง และทำตัวใหญ่คับสโมสร

คริสเตียโน โรนัลโด เดินมุ่งหน้าเข้าอุโมงค์ก่อนสิ้นเสียงนกหวีดยาว 90 นาที ในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เอาชนะ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ไปได้ด้วยสกอร์ 2-0 เรื่องนี้ส่งผลให้ เอริค เทน ฮาก นายใหญ่ชาวดัตช์ ตัดสินใจตัดชื่อซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีสออกในศึกพรีเมียร์ลีกนัดต่อไป ที่พลพรรคปิศาจแดง ต้องออกเดินทางไปเยือน เชลซี ถึงถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ สุดสัปดาห์นี้

การกระทำของ กองหน้าวัย 37 ปี ถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง และยิ่งทวีความรุนแรงเพิ่มยิ่งขึ้นจากข่าวลือก่อนหน้าที่ว่า เจ้าตัวไม่มีความสุขกับการค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด พร้อมตั้งใจโบกมือลาจากสโมสรแห่งนี้ ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาแล้ว หลังย้ายมาจาก ยูเวนตุส แบบผิดแผนเมื่อปีก่อน

อย่างไรก็ตาม เฮดโค้ชวัย 52 ปี ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไว้กับทาง Amazon Prime ไว้ว่า

“ตอนที่ โรนัลโด อยู่ที่นั่น ผมเห็นเขา แต่ผมก็ไม่ได้พูดอะไร เรื่องนี้ผมจะจัดการกับเขาในวันพรุ่งนี้ไม่ใช่วันนี้(วันพฤหัสบดีที่ผ่านมา) ความคิดเห็น และการกระทำของเขา ดูเหมือนจะแข็งกร้าวขึ้น จากการที่เขาลุแก่อำนาจในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด”

ดูเหมือนว่า เทน ฮาก จะมีแนวทางปฏิบัติต่อนักเตะที่คล้ายคลึงกับวิธีการที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยทำมาก่อนสมัยที่ยังกุมบังเหียน ยูไนเต็ด มาตลอด 27 ปี โดยยอดกุนซือรายนี้ขึ้นชื่อเรื่องการจัดการเหล่าแข้งบิ๊กเนมอย่างไร้ความปราณีจนเป็นที่โจษจัน

ก่อนหน้านี้ มีกรณีตัวอย่างความสัมพันธ์อันบาดหมางระหว่าง กุนซือวัยเกษียณ กับ เดวิด เบ็คแฮม จนในเวลาต่อมากลายเป็นเรื่องเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นสิ่งที่น่าอับอาย และความล้มเหลวครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต โดย “ป๋าเฟอร์กี้” ได้อธิบายเรื่องราวดังกล่าวไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติ ของเขาไว้ว่า

“ในนาทีที่ผู้เล่นแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำตัวอยู่เหนือกว่าผู้จัดการทีม นั่นคือเวลาที่เขาต้องไป”

อย่างไรก็ดี จอห์น เมอร์ทัฟ ผู้อำนวยการฟุตบอล แมนฯ ยูฯ เข้ามาช่วยดับประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นให้เย็นลง เมื่อเขาออกไอเดียว่า จะมีการปรับทัพครั้งใหญ่ในช่วงหน้าหนาวนี้ว่า ใครจะควรอยู่ หรือไป จากสโมสรแห่งนี้ โดยสถานการณ์ที่ต้องได้รับการแก่ไขอย่างเร่งด่วน ในกรณีของ เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 5 สมัย มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง จากเหตุการณ์เมื่อคืนวันพุธ อีกทั้งเจ้าตัวยังเป็นแข้งที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงที่สุดของสโมสร

นอกจากนี้ ดูเหมือนว่าการแยกทางจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไมไ่ด้ สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้น และตัวเร่งดังกล่าวเป็นเหมือนบททดสอบเบื้องต้นที่ เทรนเนอร์จากแดนกังหันลม ต้องเผชิญ โดยทุกการตัดสินใจขึ้นอยู่กับตัวของเขาเอง ว่าจากนี้จะทำอย่างไรต่อไป จะเลือกเชื่อคำแนะนำของอดีตผู้จัดการทีมผู้มากด้วยความสำเร็จหรือไม่ หรือใช้นิติวิธีในการหาทางออกร่วมกัน

ข่าว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อื่นๆ