รางวัลฟุตบอลทองคำ รางวัลที่นักเตะทุก ๆ คนบนโลกล้วนที่จะต้องการ ได้ทำการประกาศรายชื่อผู้ชนะออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วในช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมา ทาง EkingsNews ได้รวบรวมรายชื่อนักเตะที่ได้รับรางวัลในแต่ละสาขาเอาไว้ที่นี่
งานประกาศรางวัลลูกฟุตบอลทองคำหรือ บัลลงดอร์ 2022 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้ทำการประกาศรายชื่อผู้ชนะในแต่ละสาขารางวัลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่าแต่ มีนักเตะคนไหนได้รับรางวัลบ้าง? และสาขาอะไรบ้าง? ติดตามไปพร้อมกับเราที่นี่
นักฟุตบอลชายยอดเยี่ยม : คาริม เบนเซมา
ดาวยิงเฟรนช์แมน กลายเป็นเต็งหนึ่งในการคว้ารางวัลนี้มาเนิ่นนานนับตั้งแต่จบซีซั่นที่แล้ว หลังเขามีผลงานที่ยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2021-2022 โดยมีสถิติทำไปทั้งหมด 44 ประตู กับอีก 15 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 46 นัดทุกรายการ พร้อมกับช่วยต้นสังกัดคว้าแชมป์ ลาลีกา สเปน, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, และ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ ได้ในซีซั่นที่แล้ว
จากผลงานทั้งหมดทั้งมวลนี้ ทุกอย่างชี้ไปที่ เบนเซมา ซึ่งเขาก็ได้รับรางวัลนี้สมใจอยาก และนี่ถือว่าเป็นรางวัล บัลลงดอร์ ครั้งแรกในชีวิตการค้าแข้งของเขาอีกด้วย
อันดับรางวัลบัลลงดอร์ (ชาย)
1. คาริม เบนเซมา (เรอัล มาดริด, ฝรั่งเศส)
2. ซาดิโอ มาเน (ลิเวอร์พูล, เซเนกัล)
3. เควิน เดอ บรอยน์ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เบลเยียม)
4.โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ (บาเยิร์น มิวนิค, โปแลนด์)
5. โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล, อียิปต์)
6. คิลิยัน เอ็มบัปเป้ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, ฝรั่งเศส)
7. ธิโบต์ กูร์ตัวส์ (เรอัล มาดริด, เบลเยียม)
8. วินิซิอุส จูเนียร์ (เรอัล มาดริด, บราซิล)
9. ลูก้า โมดริช (เรอัล มาดริด, โครเอเชีย)
10. เออร์ลิง ฮาลันด์ (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, นอร์เวย์)
11. ซน ฮึง-มิน (ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์, เกาหลีใต้)
12. ริยาด มาห์เรซ (แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แอลจีเรีย)
13. เซบาสเตียน อัลแลร์ (อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, ไอวอรี โคสต์)
14. ฟาบินโญ (ลิเวอร์พูล, บราซิล), ราฟาเอล เลเอา (เอซี มิลาน, โปรตุเกส)
16. เวอร์จิล ฟาน ไดค์ (ลิเวอร์พูล, เนเธอร์แลนด์)
17. หลุยส์ ดิอาซ (ลิเวอร์พูล, โคลอมเบีย), ดูซาน วลาโฮวิช (ยูเวนตุส, เซอร์เบีย), คาเซมิโร (เรอัล มาดริด, บราซิล)
20. คริสเตียโน โรนัลโด้ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, โปรตุเกส)
21. แฮร์รี เคน (ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์, อังกฤษ)
22. เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ลิเวอร์พูล, อังกฤษ), ฟิล โฟเดน (แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อังกฤษ), แบร์นาร์โด้ ซิลวา (แมนเชสเตอร์ ซิตี้, โปรตุเกส)
25. เจา คันเซโล (แมนเชสเตอร์ ซิตี้, โปรตุเกส), โยชัว คิมมิช (บาเยิร์น มิวนิค, เยอรมัน), ไมค์ เมญ็อง (เอซี มิลาน, ฝรั่งเศส), อันโตนิโอ รูดิเกอร์ (เชลซี, เยอรมัน), ดาร์วิน นูนเญซ (เบนฟิก้า, อุรุกวัย), คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู (แอร์เบ ไลป์ซิก, ฝรั่งเศส)
นักฟุตบอลหญิงยอดเยี่ยม : อเล็กเซีย ปูเตลลาส
มิดฟิลด์วัย 28 ปี จากทีม บาร์เซโลนา ทีมหญิง เป็นส่วนสำคัญในการพาต้นสังกัดของเธอคว้าแชมป์ ลีกสูงสุดของสเปนได้ 3 ฤดูกาลติดต่อกัน แถมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทีมของเธอยังมีสถิติชนะรวดทั้ง 30 นัด
นอกจากนี้ เธอยังพาบาร์ซาทีมหญิงคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยอย่าง สแปนิช ซูเปอร์คัพ และ โกปา เด ลา เรย์นา อีกด้วย
ทั้งนี้ นี่คือรางวัลบัลลงดอร์ครั้งที่ 2 ของ ปูเตลลาส แล้ว หลังเธอเคยได้รับรางวัลนี้ครั้งแรกเมื่อฤดูกาลก่อน นั่นเท่ากับว่าเธอกลายเป็นนักฟุตบอลหญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ 2 สมัย
สำหรับ สถิติส่วนตัวของ ปูเตลลาส เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เธอซัดไปทั้งหมด 34 ประตู และ 15 แอสซิสต์
อันดับรางวัลบัลลงดอร์ (หญิง)
1. อเล็กเซีย ปูเตลลาส (บาร์เซโลนา, สเปน)
2. เบตห์ มี๊ด (อาร์เซนอล, อังกฤษ)
3. แซม เคอร์ (เชลซี, อังกฤษ)
4. เลนา โอเบอร์ดอร์ฟ (โวล์ฟบวร์ก, เยอรมัน)
5. ไอตานา บอนมาตี้ (บาร์เซโลนา, สเปน)
6. อเล็กซ์ ป็อปป์ (โวล์ฟบวร์ก, เยอรมัน)
7. เอด้า เฮเกอร์เบิร์ก (โอลิมปิก ลียง, นอร์เวย์)
8. เว็นดี้ เรนาร์ด (โอลิมปิก ลียง, ฝรั่งเศส)
9. คาตารินา มาคาริโอ (โอลิมปิก ลียง, สหรัฐอเมริกา)
10. ลูซี บรอนซ์ (บาร์เซโลนา, อังกฤษ)
11. วิเวียน มีเดมา (อาร์เซนอล, เนเธอร์แลนด์)
12. คริสเตียน เอ็นเลอร์ (โอลิมปิก ลียง, ชิลี)
13. อเล็กซ์ มอร์แกน (ซานดิเอโก้ เวฟ, สหรัฐอเมริกา)
14. เซลมา บาชา (โอลิมปิก ลียง, ฝรั่งเศส)
15. มิลลี ไบร์ท (เชลซี, อังกฤษ)
16. อซิซัต โอโชอาลา (บาร์เซโลนา, ไนจีเรีย)
17. มารี-อันโตเน็ต คาโตโต้ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, ฝรั่งเศส)
18. ทรินิตี้ ร็อดแมน (วอชิงตัน สปิริต, สหรัฐอเมริกา)
19. ฟริโดลินา รอฟโฟ (บาร์เซโลนา, สวีเดน)
20. คาดิเดียตู ดิอานี (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง, ฝรั่งเศส)
ยาชิน โทรฟี (ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม) : ธิโบต์ กูร์ตัวส์
นายด่านจอมหนึบชาวเบลเยียม โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว หลังเก็บได้ทั้งหมด 16 คลีนชีทในลีก ช่วยให้ เรอัล มาดริด คว้าแชมป์ลาลีกา สเปนมาครองได้สำเร็จ
นอกจากนี้ เขายังมีผลงานที่สุดยอดในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศกับ ลิเวอร์พูล หลังเขาเซฟไปถึง 9 ครั้งด้วยกันในแมตช์นั้น ช่วยให้ราชันชุดขาวคว้าแชมป์สมัยที่ 14 ในรายการนี้ได้สำเร็จ ในขณะที่ กูร์ตัวส์ ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมในเกมนั้นอีกด้วย
อันดัลรางวัล ยาชิน โทรฟี
1. ธิโบต์ กูร์ตัวส์ (เรอัล มาดริด, เบลเยียม)
2. อลิสซอน เบ็คเกอร์ (ลิเวอร์พูล, บราซิล)
3. เอแดร์ซอน (แมนเชสเตอร์ ซิตี้, บราซิล)
4. เอดูอาร์ เมนดี้ (เชลซี, เซเนกัล)
5. ไมค์ เมญ็อง (เอซี มิลาน, ฝรั่งเศส)
6. เควิน ทรัปป์ (ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต, เยอรมัน)
7. มานูเอล นอยเออร์ (บาเยิร์น มิวนิค, เยอรมัน)
8. ยาน โอบลัค (แอตเลติโก้ มาดริด, สโลวีเนีย)
9. ยาสซีน บูนู (เซบีญา, โมร็อกโก)
10. อูโก้ ยอริส (ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์, ฝรั่งเศส)
โกปา โทรฟี (ดาวรุ่งยอดเยี่ยม) : กาบี
มิดฟิลด์ดาวโรจน์วัย 18 กะรัตของ บาร์เซโลนา ก้าวขึ้นมาจากอคาเดมีของ บาร์เซโลนา ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ แถมเจ้าตัวยังสามารถยึดตัวจริงได้ในช่วงหลังอีกด้วย โดยมีสถิติ ทำได้ 2 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 46 นัด เมื่อฤดูกาลที่แล้ว
สำหรับ กาบี เป็นนักเตะของเจ้าบุญทุ่มรายที่ 2 ที่คว้ารางวัล โกปา โทรฟี ไปครอง ต่อจาก เปดรี้ มิดฟิลด์หมายเลข 8 ของทีมที่ได้รับรางวัลนี้ไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
อันดับรางวัล โกปา โทรฟี
1. กาบี (บาร์เซโลนา, สเปน)
2. เอดูอาร์โด้ คามาวินก้า (เรอัล มาดริด, ฝรั่งเศส)
3. จามาล มูเซียลา (บาเยิร์น มิวนิค, เยอรมัน)
4. จู๊ด เบลลิงแฮม (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, อังกฤษ)
5. นูโน เมนเดส (สปอติง ลิสบอน, โปรตุเกส)
6. ยอสโก้ กวาร์ดิโอล (แอร์เบ ไลป์ซิก, โครเอเชีย)
7. ไรอัน กราเวนเบิร์ช (อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม, เนเธอร์แลนด์)
8. บูกาโย ซาก้า (อาร์เซนอล, อังกฤษ)
9. คาริม อเดเยมี (ซัลซ์บวร์ก, เยอรมัน)
10. ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ็น, เยอรมัน)
แกร์ด มุลเลอร์ โทรฟี (กองหน้ายอดเยี่ยมแห่งปี) : โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้
หัวหอกทีมชาติโปแลนด์ ทำประตูไปมากถึง 50 ประตู กับอีก 6 แอสซิสต์ด้วยกัน จากการลงเล่นเพียงแค่ 46 นัดทุกรายการในระดับสโมสร พร้อมกับพาต้นสังกัดอย่าง บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์ บุนเดสลีกา เยอรมัน และ เยอรมัน ซูเปอร์ คัพ ในขณะที่ในนามทีมชาติเขาทำได้ 7 ประตู ทำให้เขาคว้ารางวัลนี้ไปครองเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน
โซคราเตส อวอร์ด (รางวัลบุคคลทำประโยชน์ต่อสังคม) : ซาดิโอ มาเน
กองหน้าทีมชาติเซเนกัลของ บาเยิร์น มิวนิค มักจะควักเงินส่วนตัวมาช่วยพัฒนาประเทศบ้านเกิดของเขาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโรงพยาบาล, โรงเรียน, มัสยิด หรือแม้กระทั่งสนามกีฬาตามหมู่บ้านต่าง ๆ ในเซเนกัล ทำให้เขาได้รับรางวัลนี้ไปครอง
สำหรับ มาเน ในฤดูกาลที่แล้ว เขามีผลงานที่ยอดเยี่ยมกับต้นสังกัดเก่าอย่าง ลิเวอร์พูล โดยมีสถิติลงเล่นไปทั้งหมด51 นัดทุกรายการ ทำได้ 23 ประตู 5 แอสซิสต์ แถมเขายังเป็นผู้เล่นในอันดับที่ 2 ในรางวัลบัลลงดอร์ รองจาก คาริม เบนเซมา อีกด้วย
สโมสรยอดเยี่ยมแห่งปี : แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ทีมเรือใบสีฟ้าของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา หลังเขายิงคู่แข่งไปทั้งหมด 99 ประตู พร้อมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาครองได้สำเร็จ ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ 2 สมัยติดต่อกัน และเป็นการคว้าแชมป์ 4 จาก 5 ซีซั่นหลังสุดอีกด้วย
อันดับสโมสรยอดเยี่ยมแห่งปี
1. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (พรีเมียร์ลีก, อังกฤษ)
2. ลิเวอร์พูล (พรีเมียร์ลีก, อังกฤษ)
3. เรอัล มาดริด (ลาลีกา, สเปน)
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ