เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลนา จะเผชิญหน้ากันเป็นครั้งแรก ในศึกเอล กลาซิโก้ ประจำฤดูกาล 2022/23 คืนนี้ ที่ สนามซานติอาโก้ เบร์นาบิว โดยการแข่งขันในนัดนี้นับเป็นโปรแกรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปีปฏิทิน เนื่องจากชัยชนะจากแมตช์นี้ มีตำแหน่งจ่าฝูงของ ลาลีกา สเปน เป็นเดิมพัน
ปัจจุบัน ทั้ง ราชันชุดขาว และ เจ้าบุญทุ่ม เก็บได้ 22 คะแนน จากการแข่งขัน 8 นัด เท่ากัน ทว่า สโมสรจากแคว้นกาตาลัน ทำประตูเหนือคู่ปรับตลอดกาลได้มากกว่า 1 ประตู และเสียไปเพียงแค่ประตูเดียว ในขณะที่สโมสรจากเมืองหลวงแห่งสเปน เสียไปแล้วถึง 7 ประตู
โลส บลังโกส ที่อยู่ในเส้นทางป้องกันแชมป์ กำลังมองหาโอกาสล้างแค้น บาร์ซา หลัง ทัพอาซูลกรานา สร้างความอับอายให้กับพวกเขาด้วยการบุกมาถล่มถึงถิ่น 4-0 เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา โดยพวกเขาคาดหวังเป็นอย่างมากว่าจะสามารถถอนแค้นได้ ในค่ำคืนนี้
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเราจะพาท่านผู้อ่านมาดู 5 เหตุผล ว่า ทำไม? เรอัล มาดริด จะล้างแค้น บาร์เซโลนา ได้สำเร็จ ในคืนนี้
เรอัล มาดริด มีเวลาพักผ่อนมากกว่า
ทั้ง เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลนา มีจุดมุ่งหมาย ในศึก ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยในเกมที่ ราชันชุดขาว บุกไปเสมอกับ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค 1-1 นั้น พวกเขาไม่จำเป็นต้องเล่นด้วยความกดดัน และส่งตัวสำรองลงเป็นส่วนใหญ่ เพราะถึงแม้แชมป์ 14 สมัย จะปราชัยต่อ สโมสรจากลีกยูเครน ก็ไม่อาจทำให้ตำแหน่งจ่าฝูงของพวกเขาสั่นคลอน ผิดกับ บาร์ซา ที่เปิดบ้านเสมอกับ อินเตอร์ มิลาน 3-3 ทำให้แนวโน้มในการร่วงลงไปเล่นถ้วยรองอย่าง ยูโรป้า ลีก มีสูง ดังนั้นความกดดันทั้งหมดจึงตกมาอยู่กับ เจ้าบุญทุ่ม อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นอกจากนี้ แชมป์เก่าแห่งลาลีกา ลงแข่งขันศึกชิงถ้วยบิ๊กเอียร์ ในวันอังคาร ทว่า ทัพอาซูลกรานา ลงสนามในวันพุธ ทำให้ เรอัล มาดริด มีเวลาพักผ่อนมากกว่าผู้มาเยือนถึง 1 วันเต็มๆ ความฟิตจึงถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ชี้ขาดผลการแข่งขันศึกเอล กลาซิโก้ นัดแรก
บาร์เซโลนา มีฟอร์มอันย่ำแย่ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสโมสรใหญ่ ในฤดูกาลนี้
แม้ บาร์เซโลนา จะเริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยมในศึกลาลีกา หลังเก็บชัยชนะจากทีมใหญ่ได้ทั้ง เซบีญา และ เรอัล โซเซียดัด ทว่า บนเวทียุโรป บาร์ซา ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่สวนทางกับในลีกอย่างสิ้นเชิง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับบิ๊กทีม ด้วยการบุกไปพ่ายแพ้ต่อ บาเยิร์น มิวนิค 2-0 และแพ้ให้กับ อินเตอร์ มิลาน 1-0 จากนั้นต่อด้วยการเปิดบ้านเสมอกับ ทัพงูใหญ่ อีกครั้ง 3-3 ในนัดล่าสุด เท่ากับว่า เจ้าบุญทุ่ม ไม่สามารถเก็บชัยได้เลยแม้แต่นัดเดียว สำหรับศึกบิ๊กแมตช์ ในช่วงหลังมานี้
กองกลาง เรอัล มาดริด เก๋าประสบการณ์กว่า
ประสบการณ์ถือเป็นส่วนสำคัญอย่างมากที่จะตัดสินผลชี้ขาดในศึกใหญ่เช่นนี้ แม้ บาร์เซโลนา จะมี ทริโอกองกลางคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็น กาบี้, เปดรี้ หรือ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ให้เลือกใช้งาน แต่ต้องยอมรับว่า กาบี้ และ เปดรี้ ยังมีช่วงโมงบินที่น้อยเกินไป สำหรับศึกเอล กลาซิโก้
ในทางกลับกัน เรอัล มาดริด ที่มีทั้ง โทนี โครส และ ลูก้า โมดริช คอยช่วย ออเรเลียง ชูอาเมนี ยืนค้ำหน้า และบัญชาเกมแดนกลาง พร้อมประสบการณ์อันโชกโชนที่เคยพาทีมคว้าความสำเร็จมาแล้วมากมาย ทั้งถ้วย แชมป์เปียนส์ ลีก 4 สมัย และลาลีกา อีก 3 สมัย รวมถึงฝีเท้าระดับเวิลด์คลาสของห้องเครื่องทั้ง 2 รายนี้เอง ที่จะส่งให้ ราชันชุดขาว ได้เปรียบ บาร์ซา อย่างแน่นอน
ปัญหาอาการบาดเจ็บของแนวรับ บาร์เซโลนา
บาร์ซา จะเข้าห้ำหั่นกับ โลส บลังโกส ในศึกเอล กลาซิโก้ หนแรกของฤดูกาล โดยปราศจากผู้เล่นในแนวรับถึง 2-3 ราย ไม่ว่าจะเป็น โรนัลด์ อเราโฆ, อันเดรส คริสเตนเซน รวมถึง เอ็คตอร์ เบเยริน แต่โชคยังดีที่พวกเขาได้ตัว ฌูลส์ กุนเด้ หายกลับมาทันลงเล่นในเกมการแข่งขันวันนี้พอดิบพอดี
มีการคาดการณ์ว่า เซร์กี้ โรแบร์โต้ จะได้รับหน้าที่ในการหยุดยั้ง วินิซิอุส จูเนียร์ และเป็น กุนเด้ กับ เอริค กาเซียร์ ที่จะได้ลงเล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คคู่กัน ซึ่งแข้งทั้ง 2 รายนี้ ไม่ค่อยมีโอกาสได้ประสานงานร่วมกันสักเท่าไรนัก
สนามในการจัดการแข่งขัน คือ ซานติอาโก้ เบร์นาบิว
ความพ่ายแพ้ต่อ บาร์เซโลนา 4-0 เมื่อเดือนมีนาคม ฤดูกาลก่อน ถือเป็นความผิดแผกอย่างมาก เนื่องจาก ศึกเอล กลาซิโก้ ที่เกิดขึ้นในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาบิว จาก 5 นัดหลังสุด หากไม่รวมซีซั่นที่ผ่านมา เรอัล มาดริด สามารถคว้าชัยได้ทั้งหมด เท่ากับว่า ปัจจุบัน หากมีการเผชิญหน้ากันของทั้ง 2 ทีม ณ รังเหย้าของ ราชันชุดขาว พวกเขาเป็นฝ่ายที่กำชัยได้ถึง 5 จาก 6 นัด
เหนือสิ่งอื่นใด ในฤดูกาลนี้ ลูกทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ ยังไม่เคยแพ้ให้กับทีมใดเลยรวมทุกรายการ หากได้ลงเล่นในรังเหย้าของพวกเขา โดยความปราชัย ในถิ่น ซานติอาโก้ เบร์นาบิว หนล่าสุดเกิดขึ้น ในศึก ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ เกมที่พวกเขาแพ้ให้กับ เชลซี 2-3 เมื่อซีซั่นก่อน
นอกจากนี้ โลส บลังโกส หวังว่าพวกเขาจะใช้เหตุผลข้อนี้ เพื่อชิงความได้เปรียบเหนือ บาร์เซโลนา ด้วยเสียงเชียร์จากเหล่าแฟนบอลที่โยนความกดดันไปให้กับคู่อริคลอดกาล
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ