จากผลงานที่ยอดเยี่ยมของไอ้ปืนใหญ่ ที่ขึ้นไปอยู่จ่าฝูงของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกในขณะนี้ หนึ่งในคนที่ควรให้เครดิตนั่นคือกุนซือชาวสเปนของทีม ว่าแต่เขามีแนวคิดและเบื้องหลังในการทำงานอย่างไรถึงพาทีมไปอยู่จุดนั้นได้?
ปฏิเสธไม่ได้ว่า มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมของ อาร์เซนอล คนปัจจุบัน กำลังได้รับการพูดถึงอย่างมากในซีซั่นนี้ หลังเขาพาไอ้ปืนใหญ่ออกสตาร์ทฤดูกาล 2022-2023 ได้อย่างร้อนแรง ขึ้นไปเป็นจ่าฝูงของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกในขณะนี้
ทว่า ก่อนที่เขาจะมาถึงจุดนี้ ในฤดูกาลที่ผ่านมา เขาต้องผ่านมรสุมบททดสอบมากมายในเส้นทางอาชีพผู้จัดการทีมฟุตบอลกับสโมสรแรกของเขา โดยเหตุการณ์ต่าง ๆ ในฤดูกาลที่แล้ว ถูกเล่าผ่านสารคดี All or Nothing : Arsenal สู้สุดใจ หรือ พ่ายแพ้ อาร์เซนอล ของทางสตรีมมิ่งชื่อดังอย่าง Amazon Prime
แล้วอะไรที่ทำให้เขาผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นมาได้ และเขาสามารถพา อาร์เซนอล เข้ามาเป็นหนึ่งในทีมลุ้นแชมป์แบบเต็มตัวในฤดูกาลนี้ได้อย่างไร ทาง EkingsNews ได้รวบรวมปรัชญาและมุมมองในเรื่องฟุตบอลของกุนซือชาวสเปนรายนี้มาไว้ที่นี่
คลายความกดดันนักเตะอายุน้อย
เป็นที่รู้กันว่า อาร์เซนอล เป็นทีมที่เน้นผู้เล่นที่มีอายุน้อย และเน้นดันดาวรุ่งจากอคาเดมีขึ้นมาสู่ทีมใหญ่อยู่บ่อยครั้ง โดยพวกเขามีค่าเฉลี่ยอายุของนักเตะอยู่ที่ 24.3 ปีเท่านั้น และแน่นอนว่าด้วยอายุที่น้อย ประสบการณ์ในสนามก็จะน้อยตามไปด้วย ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาเลี่ยงความผิดพลาดและความกดดันไม่พ้น แต่ อาร์เตต้า เลือกที่จะคลายความกดดันเหล่านั้นให้หมดไปจากตัวนักเตะที่มีอายุน้อยเพื่อให้พวกเขารู้สึกมีความมั่นใจ
“เรามีทีมที่มีแต่ผู้เล่นอายุน้อย ๆ และผมไม่รู้ว่าพวกเขาสามารถรับแรงกดดันได้ไหม ดังนั้น ผมต้องพยายามที่จะคลายความกดดันให้พวกเขา และพวกเขาก็ต้องทำอย่างนั้น อย่างน้อยพวกเขาจะต้องรู้สึกว่าเราไว้ใจพวกเขา รู้สึกว่าเรามั่นใจในตัวเขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เราจะเป็นฝ่ายปกป้องพวกเขาเอง”
เข้าใจแท็คติก, คิดเร็ว ทำเร็ว
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในลีกที่ดีที่สุดในโลก เนื่องจากมีการแข่งขันที่เข้มข้นตลอดทั้ง 90 นาที ทำให้เหล่าผู้เล่นมีเวลาไม่มากนักในการตัดสินใจจะทำอะไรสักอย่างในสนาม ซึ่งตัวนักเตะต้องเข้าใจวิธีการเล่นของทีมอย่างถ่องแท้ก่อนที่จะลงทำการแข่งขัน
ซึ่ง อาร์เตต้า ได้เรียกลูกทีมทุกคนมาประชุมเรื่องแผนการเล่นก่อนเกมการแข่งขันทุกครั้ง และมีกิจกรรมเพื่อทดสอบว่าเหล่านักเตะมีความเข้าใจในแท็คติกนั้น ๆ ดีแค่ไหน
“ในการแข่งขัน คุณมีเวลาแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นแหละในการตัดสินใจ ทุกคนต้องเข้าใจว่าในสนามมันมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง เพราะเมื่อคุณเข้าใจแล้ว การตัดสินใจของคุณมันก็จะง่ายขึ้นมาก ๆ”
ลงเล่นด้วยหัวใจ และ สมอง
ฟุตบอล คือกีฬาที่จำเป็นจะต้องใช้พละกำลังอย่างมากในการเล่น อีกทั้งยังต้องใช้สมองคิดวิธีการเล่นและใช้สมองเพื่อควบคุมอารมณ์ให้อยู่ในเกม หากมีสองสิ่งนี้ ผลงานในสนามก็จะออกมาดี และจะทำให้เหล่าแฟนบอลส่งเสียงเชียร์คุณตลอดทั้งการแข่งขัน
“สองสิ่งนี้ ต้องทำงานร่วมกัน คุณต้องใส่พลังเข้าไปในเกมการแข่งขัน พวกเขา (คู่แข่ง) พยายามที่จะยั่วโมโหคุณ คุณก็ต้องควบคุมอารมณ์ให้ได้ หากคุณทำสองสิ่งนี้ได้ มันก็จะเกิดสิ่งที่ทรงพลังมากที่สุดนั่นก็คือเสียงเชียร์ของแฟนบอล” อาร์เตต้า พูดก่อนเกมที่ อาร์เซนอล เอาชนะคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 3-1
ฝึกซ้อมให้เหมือนแข่งจริง
แน่นอนว่า สิ่งที่ให้ประสบการณ์เราได้ดีที่สุดนั่นก็คือการลงมือทำในสถานการณ์จริง ๆ หรือลงเล่นในเกมการแข่งขันจริง ๆ ซึ่ง อาร์เตต้า ได้เล็งเห็นประโยชน์ของวิธีการนี้ เขาได้ทำการเปิดเพลง You’ll Never Walk Alone เพลงประจำสโมสร ลิเวอร์พูล ให้เหล่านักเตะ อาร์เซนอล ฟังในสนามซ้อมก่อนที่พวกเขาจะต้องไปเจอบรรยากาศของจริงในเกมการแข่งขันที่แอนฟิลด์
“มันมีคำ ๆ หนึ่งที่เราใช้ในภาษาสเปนตอนปั่นจักรยาน มันคือการปั่นจักรยานไปอยู่ดี ๆ แล้วเหมือนทุกอย่างหงุดชะงัก ไม่สามารถทำอะไรได้เลย มันคือคำว่า ปาฆารา ซึ่งผมรู้สึกแบบนั้นครั้งหนึ่งที่แอนฟิลด์”
“เกมการแข่งขันมันกำลังดำเนินไป แล้วอยู่ ๆ ผมก็เห็นแต่คนใส่เสื้อสีแดงวิ่งโฉบไปมา แล้วผมก็หงุดชะงักไปเลย”
ความผิดพลาด คือส่วนหนึ่งของฟุตบอล
หลังจากที่กุนซือชาวสเปน พาไอ้ปืนใหญ่แพ้รวดในช่วง 3 นัดแรก ลงไปอยู่ในอันดับบ๊วยของตารางคะแนน เขาก็พาลูกทีมของเขาไม่แพ้ใครมา 10 นัดติดต่อกัน
ทว่า สถิติที่ยอดเยี่ยมเหล่านั้นต้องถูกพังลงไป หลังพวกเขาแพ้ให้กับทีมสุดแกร่งอย่าง ลิเวอร์พูล 0-4
“เราไม่แพ้มา 10 นัดรวดหลังจากออกสตาร์ทได้ไม่ดีนัก ผมคิดว่าทุกคนมาอยู่ในจุดที่ยากที่สุดในลีกนี้แล้ว เราต้านทานพวกเขาไว้ได้ 45 นาที และเราต้องยอมรับว่าพวกเขาดีกว่าเราจริง ๆ”
“ผมเห็นใจพวกคุณนะ ผมรู้ว่ามันยากแค่ไหนที่ต้องโดนยิงเรื่อย ๆ แล้วยังต้องก้มหน้าก้มตาเล่นต่อไป แต่ก่อนเกมผมขอพวกคุณไปแล้วว่าห้ามไม่เต็มที่ และก็ไม่มีใครทำอย่างนั้น”
“แต่เชื่อผมเถอะ ผมไม่สนใจเรื่องความผิดพลาดหรอก มันเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ในอาชีพนักฟุตบอล ผมจะปกป้องพวกคุณแน่นอน ไม่ต้องห่วงเลย ขอแค่อย่าท้อ อย่าถอดใจก็พอแล้ว”
กฎและวินัย คือเครื่องหมายของความชัดเจน
จากกรณีของ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง หัวหอกคนสำคัญของทีม ที่มีพฤติกรรมนอกสนามที่มารายงานตัวและเข้าซ้อมสายอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ อดีตผู้ช่วยของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ตัดสินใจริบปลอกแขนกัปตันทีมของเขาและทำการลงโทษศูนย์หน้าชาวกาบองให้ซ้อมเดี่ยวและตัดชื่อออกจากการแข่งขัน
ซึ่ง อาร์เตต้า มองว่า โอบา ไม่ยอมเคารพกฎกติกาของสโมสรและขาดความมีวินัย ทั้ง ๆ ที่เป็นถึงกัปตันทีม ซึ่งนั่นทำให้ศรัทธาของกุนซือ เดอะ กันเนอร์ส ที่มีต่อศูนย์หน้าทีมชาติกาบองนั้นได้ดับมอดลงไป
“ในท้ายที่สุดแล้ว กฎและวินัย มันนำมาซึ่งความชัดเจนนะ เพราะว่าเราก็ไม่สามารถวัดความเชื่อใจได้หรอก แต่พอเวลาคุณมองเข้าไปในตานักเตะคนนั้น ความไว้เนื้อเชื่อใจมันได้หายไปแล้ว ซึ่งมันเป็นเรื่องยากที่จะได้สิ่งนั้นกลับคืนมา”
กลับมาให้เร็ว
ในเดือนเมษายน อาร์เซนอล แพ้ 3 นัดรวด ทำให้พวกเขาร่วงจากพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีกลงมาอยู่ในอันดับที่ 6 ของตารางคะแนน ทำให้โอกาสกลับไปเล่นศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้านั้นยังไม่แน่นอน
ซึ่งจากความพ่ายแพ้ 3 นัดรวด ทำเอาบรรยากาศในทีมช่วงนั้นแย่ตามไปด้วย ทว่า อาร์เตต้า ปลุกใจลูกทีมด้วยการบอกว่าให้ลืมเรื่องเกมที่ผ่านมาไปทั้งหมด เพราะมันจบไปแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ และพยายามกลับมาสู้ต่อให้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะความหวังและโอกาสยังคงมีอยู่
“หลังความพ่ายแพ้ กำลังใจ และความเชื่อมั่นลดลง เรามีความสงสัยในตัวเองนิดหน่อย แต่เรามีเวลาแค่ 24 หรือ 28 ชั่วโมงเท่านั้นที่เราต้องทำใจกับความพ่ายแพ้นั้นให้ได้”
“เราต้องพยายามกลับมาสร้างความมั่นใจและกำลังใจเหล่านั้นใหม่เพื่อแข่งเกมถัดไป เพราะเกมที่ผ่านมา มันก็ผ่านไปแล้ว ก็ให้มันจบไปเลยตรงนั้น”
ท้ายที่สุด อาร์เซนอล ของ มิเกล อาร์เตต้า จบฤดูกาล 2021-2022 ในอันดับที่ 5 ไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ตามที่ตั้งเป้าไว้ แล้วลงไปเล่นรายการ ยูฟ่า ยูโรป้าลีก แทน
อย่างไรก็ดี ในฤดูกาล 2022-2023 นี้ พวกเขากำลังมีฟอร์มการเล่นที่ดี และอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบเต็มตัว หลังผ่านช่วง 7 เกมแรก พวกเขามีสถิติ ชนะ 6 แพ้ 1 มี 18 คะแนน อยู่ในอันดับจ่าฝูงของตาราง
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ