หลังจากที่มีรายงานออกมาว่า อดีตกองกลางระดับตำนานของทีมสิงห์บลูส์อย่าง แลมพาร์ด จะเข้ามารับหน้าที่กุนซืออีกครั้งในระยะสั้นจนจบฤดูกาล ทำเอาเรื่องนี้กลายเป็นเครื่องหมายคำถาม ว่าจริง ๆ แล้วมันดีหรือไม่ที่สโมสรตัดสินใจแบบนี้ และนี่ คือเหตุผลว่าทำไม เชลซี ไม่ควรที่จะดึง แลมพาร์ด มาร่วมงานอีก

เชลซี ทีมดังจากเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำการตัดสินใจปลด เกรแฮม พ็อตเตอร์ กุนซือของทีมคนล่าสุดไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากเขาทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ พาทีมตกลงไปอยู่ในอันดับที่ 11 ของตาราง

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องดี กลับมีเรื่องที่สุดช็อคตามมา เนื่องจากเมื่อคืนนี้ มีรายงานออกมาว่า สิงห์บลูส์ ได้บรรลุข้อตกลงในการดึงตัว แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตกองกลางระดับตำนานของทีมเข้ามาทำหน้าที่กุนซืออีกครั้งในระยะสั้นแบบขัดตาทัพจนจบฤดูกาล

ทว่า  การตัดสินใจครั้งนี้ของสโมสร กลับถูกแฟนบอลหลายคนตั้งคำถามอยู่เหมือนกัน เนื่องจากอย่างที่รู้กันว่า ในช่วงแรกที่เขาเคยเข้ามารับหน้าที่คุมทีม แลมพาร์ด มีผลงานที่ไม่ได้ดีมากมายอะไรนักจนสุดท้ายก็โดนสโมสรปลดออกจากตำแหน่งไปเหมือนกัน แถมในซีซั่นนี้ เขาก็เพิ่งจะโดน เอฟเวอร์ตัน ปลดออกจากตำแหน่งมาอีกต่างหาก

และนี่คือ 6 เหตุผล ว่าทำไม เชลซี ไม่ควรที่จะดึง แฟรงค์ แลมพาร์ด เข้ามารับหน้าที่กุนซืออีกครั้ง

แฟนบอลไม่พอใจ

หลังจากที่แฟนบอลของ เชลซี ไม่พอใจการทำงานของ พ็อตเตอร์ และสโมสร ก็ได้ทำการปลดเขาออกจากตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม สโมสร ก็อยากที่จะเอาใจแฟนบอลด้วยการดึงตำนานของทีมมากู้สถานการณ์ของทีมอีกครั้ง

ทว่า มีแฟนบอลเพียงไม่กี่คนบนโลกที่อยากให้เป็นแบบนั้น เนื่องจากพวกเขาคิดว่า เขาอยากจะให้ตำนานของพวกเขาอยู่ในส่วนของตำนาน เป็นคนที่นึกถึงแล้วมีแต่เรื่องดี ๆ แต่นี่เหมือนกับว่า สโมสร เอาผู้เล่นที่พวกเขาเคยรัก เปลี่ยนมาเป็นความเกลียดชังซะอย่างนั้น

กุนซือบิ๊กเนมมีเพียบ

แน่นอนว่าในตอนนี้ หากมองไปในส่วนของกุนซือที่ยังว่างงานอยู่ ต่างก็มีแต่กุนซือระดับโลกทั้งนั้น แถมพวกเขายังเคยพิสูจน์ผลงานมาแล้วด้วย อย่างเช่น ยูเลียน นาเกลส์มันน์ หรือว่า หลุยส์ เอ็นริเก้

หมดลุ้น UCL

ตอนนี้ อย่างที่รู้กันว่า เชลซี ได้ผ่านเข้ามาสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แล้ว และพวกเขาก็จะต้องมาเจอกับ เรอัล มาดริด ทีมแชมป์เก่าจากเมื่อปีที่แล้ว

ซึ่งแน่นอนว่าเป็นงานที่หนักพอสมควร ในขณะที่ทาง แลมพาร์ด ยังไม่เคยมีประสบการณ์คุมทีมในรอบลึก ๆ แบบนี้มาก่อน และนั่นอาจจะทำให้ทีมมีปัญหาได้ในเกมการแข่งขันที่ต้องใช้ประสบการณ์และความเก๋าแบบนี้

แล้ว บรูโน ซัลเตอร์ ล่ะ?

หลังจากที่ เกรแฮม พ็อตเตอร์ โดนปลดออกจากตำแหน่ง บรูโน ซัลเตอร์ ก็ได้รับหน้าที่เป็นกุนซือขัดตามทัพแทน แถมนัดแรกในการคุมทีมของเขาก็ถือว่าไม่ขี้เหร่ เนื่องจากเขาพาทีมเปิดบ้านเสมอกับ ลิเวอร์พูล ได้ เมื่อช่วงกลางสัปดาห์

ทว่าสุดท้าย สโมสร กลับเลือกมองคนนอกสโมสรที่เคยทำทีมตกต่ำกลับมาอีกครั้งซะอย่างนั้น

ขาลงของ แลมพาร์ด

ในช่วงปี 2019-2021 แลมพาร์ด เคยรับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมของ เชลซี อยู่ช่วงหนึ่ง แต่สุดท้ายแล้ว ผลงานและฝีมือของเขานั้นต้องเรียกว่ายังไม่ถึงขั้นที่จะมาทำงานในสโมสรใหญ่แบบนี้จริง ๆ จนสุดท้ายก็ถูกสโมสรปลดออกจากตำแหน่งไป

ในขณะที่ปี 2022 เขาก็เข้าไปรับงานที่ เอฟเวอร์ตัน แม้ว่าจะพาทีมรอดตกชั้นได้ในซีซั่นก่อน แต่ในซีซั่นนี้ เขากลับทำทีมตกหล่นลงมาอยู่ในโซนตกชั้นอีกครั้ง ซึ่งนั่นก็แสดงให้เห็นว่า ฝีมือของเขานั้นตกลงไปจริง ๆ หรืออาจจะคิดได้อีกแบบหนึ่งว่า แลมพาร์ด ยังไม่ใช่กุนซือที่จะมาคุมทีมในลีกสูงสุดของอังกฤษก็ว่าได้

ปลด พ็อตเตอร์ ทำไม?

เชลซี ปลด พ็อตเตอร์ ออกจากตำแหน่งกุนซือด้วยผลงานที่ย่ำแย่ตลอดฤดูกาลนี้ ทว่าสุดท้าย พวกเขากลับจะดึง แลมพาร์ด เข้ามาคุมทีมต่อซะอย่างนั้น ซึ่งนั่นก็ทำเอาแฟนบอลของสิงห์บลูส์ต่างงงกันไปเป็นแถบ

เพราะถ้าหากคิดดี ๆ ว่า ในตอนนี้ เชลซี ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายใน UCL ไปแล้ว และเป็น พ็อตเตอร์ เองที่เป็นคนทำทีมไปถึงจุดนั้น แต่สุดท้าย สโมสรกลับปลดคนที่มีประสบการณ์อย่างเขาออกจากทีมแล้วนำกุนซือที่ไร้ประสบการณ์แบบ แลมพาร์ด เข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้แทน มันอาจจะดูแปลก ๆ ไปสักหน่อยสำหรับการตัดสินใจของสโมสรครั้งนี้

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ