สิ้นสุดเสียงนกหวีดยาวของ พอล เทียร์นี่ย์ ที่สังเวียนศักดิ์สิทธิ์อย่างเวมบลีย์ พร้อมกับภาพผู้เล่นปีศาจแดงบางคนทรุดกายลงนอนอย่างผิดหวัง สวนทางกับนักเตะเรือสีฟ้าที่แสดงท่าดีใจ มันคือภาพที่แสนจะชินตาของแฟนบอลที่เห็นเป็นประจำในฟุตบอลนัดชิง
หมายความว่าฤดูกาลแรกภายใต้การนำทีมของ เอริค เทน ฮาก ผู้จัดการทีมคนที่ 8 (รวมขัดตาทัพ) ในระยะเวลาเกือบ 10 ปีนับตั้งแต่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ล้างมือในอ่างทองคำ พร้อมกับแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 20 ของสโมสรตามที่เขาเคยได้ประกาศไว้ตอนรับตำแหน่งใหม่ๆว่า “my greatest challenge was knocking Liverpool right off their f***ing perch. And you can print that.” (ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคือการเขี่ยลิเวอร์พูลให้ตกจากข่อนห่านั่น พวกคุณเอาไปเขียนได้เลย” ก็ได้สิ้นสุดลงเป็นทางการแล้ว
ภาพรวมคือการได้กลับไปเล่นถ้วยที่ดูจะมีหวังแชมป์ยากที่สุดแต่ใครๆก็อยากไปอย่าง UCL ด้วยการจบอันดับที่ 3 ในลีก ในปีที่การแย่งท็อปโฟร์ไม่ดุเดือดเลือดพล่านแบบก่อนๆ เพราะต้องยอมรับว่าทีมที่เคยแย่งท็อปโฟร์กัน หรือที่ดีพอจะคั่วแชมป์แบบ ลิเวอร์พูล เชลซี หรือแม้แต่สเปอร์ส ก็นัดฟอร์มหลุดอย่างน่าเกลียดโดยเฉพาะ 2 ทีมจากลอนดอนที่ได้นอนเกาพุงอยู่บ้านในช่วงกลางสัปดาห์เพราะผลงานในลีกย่ำแย่เกินทน
ส่วนฟุตบอลถ้วยยุโรปใบเล็กแบบยูโรป้าก็ไปถึงรอบ 8 ทีมเท่านั้นหลังแพ้ทีมบัคประจำรายการนี้อย่างเซบีญ่าที่เข้าไปหยิบแชมป์สมัยที่ 7 เรียบร้อย
ขณะที่ฟุตบอลถ้วยในประเทศ ได้หยิบแชมป์ลีกคัพที่หลายทีมไม่ค่อยแยแสด้วยการส่งตัวหลักๆอย่าง อีริคเซ่น คาเซมิโร่ บรูโน่ แรชฟอร์ด ที่จริงๆควรได้พัก ลงไปคืนกำไรให้แฟนๆที่นอนดึกได้ดูกลางสัปดาห์ ส่วนบอลถ้วยในประเทศอีกรายการ ก็กลายเป็นผู้ถูกเลือกให้ผิดหวังหลังพ่ายคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ ไฟนอล ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ถ้วยใบนี้ และทำให้ผีแดงเป็นทีมที่อกหักในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลกมากที่สุดที่ 9 ครั้ง (เข้าชิง 21 ครั้งเท่ากับอาร์เซน่อล)
และนี่คือการตัดเกรดรายวิชาในช้้นปีแรกของกุนซือชาวดัตช์
วิชาที่ 1 : การบริหารตลาดนักเตะ
ฤดูกาลนี้มีนักเตะใหม่ที่ เทน ฮาก ดึงมาร่วมทีมในตลาดแรกของเจ้าตัวได้แก่ ไทเรล มาลาเซีย, คริสเตียน อีริคเซ่น, ลิซานโดร มาร์ติเนซ, คาเซมิโร่, แอนโทนี่ และ เวาท์ เวกฮอร์สต์ กับ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ในตลาดหน้าหนาว ซึ่งภาพรวมนักเตะที่ดึงมาช่วยยกระดับทีมอย่างเห็นได้ชัดทั้ง คาร์เซมิโร่ อีริคเซ่น และโดยเฉพาะ มาร์ติเนซ ที่ถือเป็นนักเตะใหม่ที่โดดเด่นอย่างมาก และน่าจะเข้าไปนั่งในหัวใจแฟนผีได้ตั้งแต่ปีแรก ถ้าไม่เจ็บช่วงท้ายฤดูกาลอาจจะมีลุ้นนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรได้ ส่วน มาลาเซีย อาจจะอยู่ในแผนระยะยาว ตอนนี้อาจจะตัดสินไม่ได้ ที่น่าผิดหวังคือ แอนโทนี่ คนเดียวเพราะค่าตัวเยอะ ไม่แปลกที่แฟนๆจะคาดหวังไว้สูง ส่วนตัวยืมๆ อาจจะได้ลงน้อย บทบาทน้อย แต่ก็แก้ปัญหาการขาดผู้เล่นไปได้รวมๆ แล้วการบริหารตลาดนักเตะถือว่าทำได้ดี และปีนี้จะมีโจทย์มาเพิ่มคือการเลือกปล่อยนักเตะออกจากทีม
เกรด: B
วิชาที่ 2 : การวางระบบการเล่น
ฤดูกาลนี้ทีมแทบจะใช้แผนการเล่นแผนเดียวเลยคือ 4-2-3-1 โดยไม่มีการสลับไปใช้ระบบหลัง 3 หรือหน้าคู่ จากที่ดูๆมาทั้งฤดูกาลแฟนผีหลายคนคงสามารถพูดได้ว่าทีม “มีทรง” มากขึ้นภายใต้การนำทีมของ เทน ฮาก การรับส่งบอลดูดีขึ้น กล้าต่อบอล เกาะเพรสซิ่ง และเกมรุกก็ดูดีขึ้น โดยเฉพาะเกมรับที่ภาพรวมดีขึ้นการันตีด้วยถุงมือทองคำของ ดาบิด เดเคอา แต่ในระบบที่พยายามจะวาง ยังดูไม่สมบูรณ์ เพราะนักเตะหลายตำแหน่งยังไม่ตอบโจทย์ อาทิ เดเคอา เล่นเท้าได้ไม่ดีทำให้แผน built up ยังทำไม่ได้อย่างใจ ซึ่งคงต้องแก้ในตลาดรอบนี้ดูว่าจะเอาแบบไหนต่อ แต่อีกเครื่องชี้วัดระบบการเล่นของทีมง่ายๆคือ เทน ฮาก โดนตำนานที่ผันตัวไปเป็นคอมเมนท์เตเตอร์ หลายๆคนอาทิ รอย คีน, พอล สโคลส์, ริโอ เฟอร์ดินานด์ ออกมาด่าผ่านหน้าจอน้อยมากซึ่งไปถามผู้จัดการทีมคนก่อนๆได้
เกรด : B
วิชาที่ 3 : การบริหารความสัมพันธ์ในทีม
ฤดูกาลนี้ เทน ฮาก เจอบทบทสอบที่ค่อนข้างท้าทายตั้งแต่เริ่มรับงาน เพราะต้องรับมือกับโรนัลโด้ อย่างที่เราเห็นๆกันว่า CR7 ที่ฤดูกาลก่อนยิงกระจาย ไม่ได้มารายงานตัวและเดินทางมาปรีซีซั่นกับทีม แต่ก็ยังให้โอกาสได้ลงเล่นในช่วงแรกๆ ของฤดูกาล ทั้งๆที่แฟนๆก็ดูออกว่าสภาพร่างกายของเขาในวัย 37 ไม่ฟิตแบบเดิม หรือกับพฤติกรรมหลายๆอย่างเช่น การกลับบ้านก่อนในเกมกับสเปอร์ส (จริงๆกลับบ้านก่อนตั้งแต่เกมปรีซีซั่นกับราโย่แล้ว) จนทำให้โดนตัดชื่อในเกมเยือนเชลซี กระทั่งฟางเส้นสุดท้ายขาด เมื่อตอนพี่โด้ไปให้สัมภาษณ์กับ เพียร์ มอร์แกน ทำให้ต้องสวมคอนเวิสทางใครทางมัน ซึ่งเทน ฮาก ที่โดนโด้จวกเน้นๆ ก็ไม่เคยออกมาตอบโต้อะไรแต่แน่นอนว่าการตัดสินใจไม่เก็บนักเตะที่สร้างปัญหาย่อมมาจากความคิดของผู้จัดการทีม อีกกรณีคือ แฮรี่ แมคไกวร์ กัปตันทีมคนปัจจุบัน ที่ตกเป็นตัวเลือกต่อจาก วาราน, มาร์ติเนซ, ลินเดเลิฟ และ ชอว์ เทน ฮาก ยังให้เกียรติไม่ริบปลอกแขนคืนแม้จะไม่มีตำแหน่งในทีม และยังให้โอกาสได้ชูถ้วยลีกคัพด้วย
เกรด : A
วิชาที่ 4 : การแก้เกม
คาแรคเตอร์การแก้เกมของ เทน ฮาก จุดเด่นจะอยู่ที่การเอาจุดแข็งของตัวเองมาโจมตีจุดอ่อนของคู่ต่อสู้มากกว่าการ แก้เกมแบบกล้าได้กล้าเสีย เสี่ยงเป็นเสี่ยง เช่นการเอากองหลังออก แล้วเติมหน้าลงไป แล้วเล่นแบบไม่ต้องสนระบบที่วางไว้ แต่การแก้เกมนังเน้นให้ทีมยืนอยู่บนระบบที่วางไว้อยู่ ซึ่งมีอยู่ช่วงหนึ่งทีมทำสถิติได้ประตูจากตัวสำรองมากที่สุดใน 5 ลีกใหญ่ของยุโรป ในเกมที่แอนโทนี่ลงมายิงประตูน็อคบาร์ซ่าในยูโรป้า (และต่อมาประตูนึ้กลายเป็นประตูยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของสโมสรด้วย) ถือว่าการแก้เกมของเทน ฮากมีหลายครั้งที่ได้ผลและทีมกลับมาได้
เกรด: B+
วิชาที่ 5 : การบริหารสับเปลี่ยนหมุมเวียนผู้เล่นในทีม
มีช่วงหนึ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกยกให้ได้ลุ้น 4 แชมป์ เพราะเข้าชิง ลีกคัพ และ อยู่บนเส้นทางของเอฟเอคัพ และ ยูโรป้า แถมในลีกคะแนนก็บี้ทีมหัวตารางแบบพอให้แฟนๆได้แอบฝัน แต่ทั้งหมดทั้งมวลการลุ้น 4 แชมป์มาจากการบริหารจัดตัวที่ไม่ดีพอ หลายๆครั้งเราพบว่า เทน ฮาก แทบไม่พักผู้เล่นตัวหลักๆเลย อย่างในบอลถ้วยในประเทศที่ได้เล่นในบ้านแฟนๆยังได้เห็น บรูโน่, แรชฟอร์ด, อีริเซ่น, หรือแม้แต่ คาเซมิโร่ ลงตัวจริงทั้งๆที่นักเตะพวกนี้ควรได้พักในเกมแบบนี้ แต่ดูเหมือนว่าอดีตโค้ชอาแจ็กซ์ยังมีนักเตะที่ไว้ใจไม่มากพอ ทำให้เราเห็นผู้เล่นที่เริ่มกรอบเพราะกรำศึกหนักเยอะเกินไปจนหลายคนเจ็บและส่งผลกับเกมที่สำคัญกว่าในถ้วยที่สำคัญกว่าจนต้องมาลุ้นท็อปโฟร์ที่ควรจะได้มาแบบสบายๆจนนัดรองสุดท้าย
เกรด: C
วิชาที่ 6 : การบริหารดาวรุ่งในทีม
นี่ไม่ใช่วิชาบังคับของโค้ช แต่เป็นวิชาเลือก เพราะการดันดาวรุ่งจากอคาเดมี่ของทีมขึ้นมาเล่นชุดใหญ่เป็นวัฒนธรรมที่อยู่กับสโมสรมาอย่างยาวนาน แต่ปีนี้ดาวรุ่งจากอคาเดมี่ของทีมแท้ๆ ได้รับโอกาสน้อยถึงน้อยมากมีแค่ ค็อบบี้ ไมนู คนเดียวที่ได้โอกาสประเดิมจริงๆ ในฐานะตัวสำรองไม่กี่นาที ส่วนซีดาน อิกบาล ที่ดูดีในช่วงปรีซั่นเอาจริงๆก็ไม่มีโอกาสเลย ส่วนคนที่โดดเด่นอย่าง การ์นาโช่ ก็ไม่ใช่ผลผลิตของอคาเดมี่ที่จะเรียกได้อย่างเต็มปากเพราะซื้อมาจาก แอตมาดริด ด้วยค่าตัว 4 แสนปอนด์ ส่วน ฟากุนโด เปลิสตริ นี่ค่าตัวเหยียบ 10 ล้าน ในส่วนนี้อาจจะเพราะ อคาเดมี่ ยังไม่มีนักเตะดีๆมาป้อน และตัวเทน ฮาก อาจจะยังไม่กล้าลองและให้โอกาส เราเลยยังได้เห็นผู้เล่นเยาวชนได้โอกาสน้อยอยู่
เกรด: C
วิชาที่ 7 : การเล่นเกมเหย้า
หลังจากเริ่มต้นด้วยการคาบ้านด้วยน้ำมือไบรท์ตัน ไม่น่าเชื่อว่าเกมในบ้าน แมนยูไม่แพ้ใครอีกเลยแถมชนะทีมใหญ่ๆอย่าง ลิเวอร์พูล, อาร์เซน่อล, แมน ซิตี้, สเปอร์ส และ เชลซี ได้ทั้งหมด ขณะที่บอลถ้วยแพ้คาบ้านประเดิมยูโรป้าลีกกับ เรอัล โซเซียดัด นัดเดียว นอกจากนั้นก็ไม่เคยแพ้อีกเลยเรียกว่าทำให้โอลด์แทรฟฟอร์ด กลับมาเป็นป้อมปราการได้อีกครั้งในยุคนี้
เกรด:A
วิชาที่ 8 : การเล่นเกมเยือน
ขณะที่สอบผ่านฉลุยในบ้านเกมเยือนกลับกลายเป็นฝันร้ายจากผลงานในลีกที่แพ้ 9 นัด 8 นัดมาจากการเล่นเกมเยือน มีเกมที่โดน เบรนท์ฟอร์ด ถล่ม หรือเกมที่โดนนิวคาลเซิ่ล ต้อนแบบสู้ไม่ได้ และที่รับไม่ได้ที่สุดแน่นอนคือ 7-0 รวมไปถึงเกมที่โดนเซบีญ่าเขี่ยตกรอบแบบไร้ทางสู้ด้วย ซึ่งหลายๆเกมเยือนทีมเล่นเหมือนคนละทีมเป็นอย่างแรกๆที่ต้องปรับปรุงด่วนๆมเกมเยือนจะแพ้แบบปล่อยจอยแบบนั้นอีกไม่ได้
เกรด: D
วิชาที่ 9 : การวางตัวภาพลักษณ์และการรับมือกับสื่อมวลชน
จากการให้สัมภาษณ์ถือว่าได้ยินอะไรที่ บ้งๆ ออกจากปากเทน ฮาก ไม่ค่อยเยอะเท่าไร อาจจะมีบ้าง เช่น ในเกมล่าสุดที่บอกว่าเป็นทีมเดียวในโลกที่สู้ซิตี้ ได้อาจจะดูเกินเลยไปหน่อย แต่รวมๆ ภาพลักษณ์ภาษากาย การให้เกียรติคู่แข่ง และทีมงานสต๊าฟฟ์ของตัวเอง(ชวนขึ้นมาถ่ายภาพด้วยกันหลังได้แชมป์คาราบาวคัพ) ถือว่าทำได้ดี ยิ่งเทียบกับโค้ชคนก่อนๆ ถือว่าดูโอเคกว่า
เกรด : B
สรุปภาพรวม
จะบอกว่าการได้ถ้วยใบเล็กมา 1 ใบและได้ไป UCL ด้วยการจบที่ 3 เป็นการประสบความสำเร็จก็ดูจะหวังน้อยไปสำหรับทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่จะบอกว่ามันคือความล้มเหลวก็คงไม่ใช่หากมองภาพรวมของสโมสรและลีกที่เปลี่ยนแปลงไปใน 10 ปีหลังสุด แต่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดูดี และแฟนบอลพอจะมีหวังบ้างว่าทีมจะกลับสู่สถานะลุ้นแชมป์ได้ในอีกไม่กี่ตลาด นอกจากนี้ต้องยอมรับว่าแฟนบอลกลับมาดูบอลสนุกในรอบหลายปี
เกรด: B-
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ