เอริค เทน ฮาก กุนซือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้หลงใหลในศาสตร์ลูกหนังทั้งในด้านการวางแผน และการวิเคราะห์ ไม่น่าแปลกใจที่เขาตกหลุมรักพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ทั้งๆ ที่เข้ามารับตำแหน่งยังไม่ถึงขวบปี พร้อมออกมายอมรับว่าการประมือกับคู่แข่งในเกาะอังกฤษเป็นเรื่องสุดมัน
ลีกสูงสุดจากแดนผู้ดีได้รับการยอมรับอย่าง และถูกยกย่องว่าเป็นลีกที่ดีที่สุดของโลก โดยพรีเมียร์ลีกอังกฤษเป็นลีกที่มีการแข่งขันสูง ท้าทายทุกครั้งไม่ว่าทีมใดจะเผชิญหน้ากัน อีกทั้งความหลากหลายในแนวทางการทำทีมของแต่ละทีมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใคร
นายใหญ่แห่งทัพปิศาจแดงมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในฐานะจอมวางแผนสุดแยบยล ไม่เคยหวั่นไหวต่องานสุดหินเมื่อต้องเตรียมพาลูกทีมลงแข่งขัน พร้อมด้วยความช่วยเหลือจากผู้ช่วยโค้ช และนักวิเคราะห์แผน
ยิ่งไปกว่านั้นในฤดูกาลนี้ เทน ฮาก ต้องพบกับแทคติกที่แตกต่างกันออกไปแล้วทั้งสิ้น 5 สโมสร หลังพาทีมออกสตาร์ตได้อย่างยากลำบากในช่วงแรก ด้วยการพ่ายแพ้ต่อ ไบร์ทตัน และเบรนฟอร์ด ทว่าเขาเริ่มพายูไนเต็ดกลับเข้าสู่ฟอร์มอย่างที่ควรจะเป็นด้วยการนำลูกทีมคว่ำ ลิเวอร์พูล, เซาธ์แฮมป์ตัน และเลสเตอร์ ซิตี้ ได้สำเร็จในช่วง 3 นัดหลังสุด
โดยกุนซือวัย 52 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับทางเว็บไซต์ manutd.com ก่อนเกมบิ๊กแมตช์กับ อาร์เซนอล ในวันพรุ่งนี้ไว้ว่า
“มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม และน่ายินดีจริงๆ ที่จะได้เผชิญหน้ากับ อาร์เซนอล”
“ที่ผ่านมาผมได้ดูพรีเมียร์ลีกแทบจะทุกเกมเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ อาร์เซนอล เพราะว่าพวกเขาคือคู่ต่อสู้ในเกมนัดถัดไปของพวกเรา ฉะนั้นแล้วตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ผมจึงโฟกัสกับ อาร์เซนอล เป็นพิเศษ”
“พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่เป็นไปด้วยรูปแบบการเล่น และการวางแทคติกที่หลากหลายอันมากด้วยรายละเอียดสุดยิบย่อย ทว่าแฝงไปด้วยความแตกต่างในเรื่องระบบการเล่นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในแต่ละทีม ซึ่งผมนับว่านี่เป็นเรื่องดีที่เราได้เห็นสิ่งเหล่านี้ ในทางกลับกันเราจึงจำเป็นต้องหาวิธีเพื่อเอาชนะพวกเขาด้วย”
“ไม่เพียงแต่เราจะรักษาฟอร์มการเล่นในตอนนี้ไว้เท่านั้น แต่เราจะทำมันให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีกด้วย ณ ตอนนี้ผมยังถือว่าดีแต่ดีไม่พอ เราจะต้องทำให้ดีขึ้นไปอีกในทุกๆ วัน เค้นศักยภาพออกมาให้ได้มากที่สุดเมื่ออยู่ในสนามทั้งตัวบุคคล และแบบทีม”
ทั้งนี้การแข่งขันศึกพรีเมียร์ลีกนัดต่อไปของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเปิดสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซนอล ในคืนวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคมนี้ เวลา 22.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
ข่าวพรีเมียร์ลีก อังกฤษอื่น ๆ